ช็อคแอนฟิลด์! หงส์ปีกหักเจอจิ้งจอกไล่เจ๊า 2-2

แม้จะโดนยิงออกนำไปก่อนสองประตูแต่เลสเตอร์สู้อย่างไม่ลดละก่อนจะมารัวสองลูกในครึ่งหลังพร้อมเก็บหนึ่งคะแนนสำคัญจากแอนฟิลด์ไปได้แบบสนุกๆ

เบรนแดน ร็อดเจอร์สตัดสินใจใส่สตีเวน เจอร์ราร์ด กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังได้พักมาในเกมกับสวอนซี ส่วนนักเตะที่เหลือแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแนวรุกยังเป็นสามประสานอย่างฟิลิปเป้ คูตินโญ, อดัม ลัลลานาและราฮีม สเตอร์ลิง

ด้านไนเจล เพียร์สันเกมนี้วางริยาร์ด มาห์เรซผู้ทำประตูชัยในเกมล่าสุดเป็นกองหน้าร่วมกับเจมี วาร์ดี้ พร้อมดร็อปเลโอนาร์โด้ อูญัวส่วนแดนกลางเป็นแดนนี ดริ๊งค์วอเธอร์ดาวซัลโวของทีมเมื่อปีก่อน คอยบัชชาการ

เริ่มเกมมาแค่นาทีเดียวเลสเตอร์เกือบมาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากลุกฟรีคิกกว่าสามสิบหลาและเป็นมาห์เรซที่หลอกยิง มิโญเลต์หลงทางไปแล้วแต่บอลไปชนเสาดังสนั่น

เลสเตอร์ยังเป็นฝ่ายที่ได้ลุ้นแบบจะๆอย่างต่อเนื่องและในนาทีที่ 12 พวกเขาก็มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ชลูปป์เติมมาทางซ้ายก่อนครอสเข้าไปข้างในให้มาห์เรซสอดมายิงแต่บอลหลุดออกไป

และนาทีที่ 16 ลิเวอร์พูลมาได้จุดโทษจากจังหวะที่สเตอร์ลิงตวัดบอลไปโดนหน้าของมอร์แกน แต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นแฮนด์บอล และเป็นเจอร์ราร์ดที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปช่วยให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0

ทั้งสองทีมยังสู้กันได้อย่างสูสีและเป็นลิเวอร์พูลที่เกือบมาได้ประตูนำห่างในนาทีที่ 31 จากจังหวะที่โมเรโนรับบอลจากทางซ้ายก่อนปาดมาให้ลัลลานาวิ่งมารับบอลก่อนซัดด้วยซ้ายแต่บอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

และนาทีที่ 39 ลิเวอร์พูลก็มาได้จุดโทษครั้งที่สองจากจังหวะที่คูตินโญกระดกบอลไปโดนแขนซิมป์สันและเป็นเจอร์ราร์ดคนเดิมที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปช่วยให้ทีมทิ้งห่างไปเป็น 2-0 และเป็นประตูที่สองของสตีวี่จีในเกมนี้ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเป็นเลสเตอร์ที่ทำเกมบุกได้ดีกว่าแต่ก็ยังเจาะไม่ได้และบีร็อดก็ต้องเปลี่ยนตัวรายแรกหลังอดัม ลัลลานาได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวและเป็นฟาบิโอ บอรินีที่ลงไปเล่นแทนในนาทีที่ 55

นาทีที่ 58 เลสเตอร์มาได้ประตูตีไข่แตกจนได้จากจังหวะที่เลสเตอร์ต่อบอลขึ้นมาและเป็นเจมส์ที่ยกให้วาร์ดี้พักต่อให้นิวเจนท์กระโดดวอลเลย์เข้าประตูไปช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 1-2

และสองนาทีต่อมาเลสเตอร์ก็มาตีเสมอได้จากจังหวะที่มาห์เรซลากตัดเข้ามาก่อนจ่ายให้ชลูปป์แต่งเข้าซ้ายและซัดเสียบเสาเข้าไปช่วยให้จิ้งจอกสนามไล่มาเป็น 2-2 แล้ว

นาทีที่ 67 ไนเจล เพียร์สันตัดสินใจแพ็คเกมแดนกลางให้แน่นขึ้นด้วยการส่งเอสเตบัน กัมบิอัสโซลงมาเล่นแทนดีน แฮมมอนด์ ขณะที่ลิเวอร์พูลก็เปลี่ยนบ้างด้วยการส่งลาซาร์ มาร์โควิชลงมาเล่นแทนลูคัส เลวาในนาทีที่ 72

นาทีที่ 74 ลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่สเตอร์ลิงได้บอลสุดเส้นก่อนจ่ายกลับมาให้บอรินีตวัดยิงแต่บอลก็หลุดเสาแรกออกไปอีก และเลสเตอร์ก็ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายด้วยการส่งเลโอนาร์โด้ อูญัวลงมาเล่นแทนเจมี วาร์ดี้

หงส์แดงพยายามบุกอย่างหนักบ้างและนาทีที่ 78 ก็มาได้ลุ้นจากจังหวะที่คูตินโญทำชิ่งกับบอรินีก่อนยิงยัดที่เสาแรกแต่ฮาเมอร์ยังรับไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 85 บีร็อดเติมแนวรุกเต็มที่และส่งริคกี้ แลมเบิร์ตลงมาเป็นตัวสำรองคนสุดท้ายแทนที่ของอัลแบร์โต้ โมเรโนและนาทีต่อมาหงส์แดงก็เกือบมาได้ประตูชัยจากจังหวะสวนกลับที่ซาโก้แทงทะลุช่องให้เฮนโด้แต่ยิงไปติดฮาเมอร์

นาที 89 เจ้าบ้านมาได้ลุ้นจากจังหวะที่สเตอร์ลิงลุยขึ้นมาทางซ้ายก่อนยกมาให้มาร์โควิชโขกโล่งๆคนเดียวจากระยะแปดหลาแต่บอลหลุดกรอบไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่เปิดเกมเข้าใส่กันแต่ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 2-2 ทำให้ลิเวอร์พูลมีเพิ่มเป็น 29 คะแนนรั้งอันดับแปดต่อไป ส่วนเลสเตอร์มีเพิ่มเป็น 14 คะแนนยังคงจมบ๊วยอยู่เหมือนเดิม