ช็อคตาตั้ง! ลูโดโกเรตส์แสบตีเจ๊าหงส์ท้ายเกม 2-2 ลุ้นต่อนัดท้าย

ทีมแชมป์ลีกบัลแกเรีย ต่อลมหายใจในการลุ้นเข้ารอบน็อคเาอต์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการไล่ตีเสมอลิเวอร์พูลในช่วงท้ายเกม ทำให้ทั้งสองทีมยังต้องไปลุ้นกันต่อในนัดสุดท้าย

จอร์จี้ เดอร์เมนซิเยฟ กุนซือเจ้าบ้าน ที่ยังลุ้นเข้ารอบอยู่ จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 วาง ดานี อบาโล หอกชาวสเปนยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี เวอร์จิล มิซิดยาน, มาร์เซลินโญ และ มิฮาลิ อเล็กซานดรอฟ คอยสนับสนุนเกมรุกอยู่แดนกลาง

ด้านทีมเยือนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต้องขาด มาริโอ บาโลเตลลี ที่มีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ตัดสินใจใช้ ริคกี้ แลมเบิร์ต ลงยืนเป็นหน้าเป้าแทน ซึ่งจะร่วมทำเกมรุกกับสามมิดฟิลด์อย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเวน เจอร์ราร์ด และ ราฮีม สเตอร์ลิง

เริ่มเกมมาได้เพียง 3 นาทีเท่านั้น เป็นลูโดโกเรตส์ที่มาพังประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ มาร์เซลินโญ ได้โอกาสซัดไกลหน้ากรอบเขตโทษด้วยขวา แต่ ซิมง มิโญเยต์ นายด่านลิเวอร์พูลดันรับบอลกระฉอกมาเข้าทาง อบาโล ตามซ้ำจ่อๆเข้าไป ส่งให้ทีมแชมป์ลีกบัลแกเรียออกนำ 1-0

แต่หงส์แดงก็สามารถตีเสมอได้แบบทันควัน ในอีก 5 นาทีต่อมา จากจังหวะที่ ลูคัส เลวา วางบอลยาวเข้าเขตโทษ จอร์แดน มิเนฟ โหม่งสะกัดบอลไม่พ้นอันตรายก่อนจะไปกั๊กกันเองกับ คอสมิน โมติ ทำให้โดน แลมเบิร์ต โฉบมาเทกตัวโขกระยะเผาขนส่งบอลย้อยเสียบเสาเข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1 และยังถือเป็นประตูแรกของอดีตหอกเซาแธมป์ตันในรายการนี้ด้วย

หลังจากนั้นเกมเป็นไปอย่างสูสี ทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นประตูพอกัน แต่กลับเป็นฝั่งทีมเยือนที่จบสกอร์ได้เด็ดขาดกว่า เมื่อมาพลิกขึ้นนำในนาทีที่ 37 จากจังหวะที่ สเตอร์ลิง กระชากมาทางกราบซ้าย ก่อนจะจ่ายเรียดโค้งตัดแนวรับเจ้าบ้านให้ เฮนเดอร์สัน โฉบมาแปมุมแคบที่เสาสองเข้าไปอย่างเฉียบคม ส่งให้ลิเวอร์พูลบุกมาขึ้นนำบ้างที่ 2-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลังโมเมนตัมของเกมเริ่มเอนมาทางฝั่งลิเวอร์พูลอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยที่ทีมเยือนมีโอกาสใกล้เคียงในการบวกลูกที่สามเพิ่มอีกมากที่สุด ในนาทีที่ 70 จากจังหวะที่ เฮนเดอร์สัน ได้ซัดไกลระยะประมาณ 25 หลา บอลไปแฉลบแนวรับเจ้าบ้านแต่ยังไม่ผ่านมือนายทวารอย่าง สโตยานอฟ ที่พุ่งปัดออกข้างไปได้

ถัดมานาทีที่ 79 หงส์แดงพลาดโอกาสทองในการได้ประตูเพิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ จากจังหวะที่ เจอร์ราร์ด จ่ายทะลุช่องให้ สเตอร์ลิง หลุดเข้าเขตโทษ แต่กลับยิงไปติดขาของ สโตยานอฟ อย่างน่าเสียดาย

แต่แล้วในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88 เหล่าเดอะ ค็อปกลับต้องมาช็อคตาตั้ง เมื่อลูโดโกเรตส์มาได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ วันแดร์สัน เปิดมาเสาแรกให้ ดียาคอฟ โขกชงไปเสาสองให้ เทอร์ซิฟ โหม่งจ่อเข้าไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 2-2

หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบเกมกอดคอเสมอกันไป 2-2 ส่งผลให้ทั้งสองทีมมี 4 คะแนนเท่ากัน ต้องไปลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายของกลุ่มบีทั้งคู่ โดยลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านพบกับบาเซิลที่มีอยู่ 6 แต้ม ละกำลังลุ้นเข้ารอบด้วยเช่นกัน ส่วนลูโดโกเรตส์เฝ้าบ้านรับการมาเยือนของเรอัล มาดริด ที่ลอยลำเข้ารอบเป็นจ่าฝูงของกลุ่มบีไปแล้ว

Topics