ชลบุรี 0-3 สระบุรี : ขุนศึกบุกอัดฉลามอยู่รอดไทยลีก

“ขุนศึก” โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดส่งท้ายฤดูกาลไทยลีกเมื่อบุกไปอัด “ฉลามชล” คาบ้าน 0-3 คว้าตั๋วการันตีโลดแล่นบนเวทีสูงสุดต่อไป

ศึกโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก นัดสุดท้าย ประจำวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 4 เปิดรังเหย้า ชลบุรี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “ขุนศึก” สระบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 15 ของตารางคะแนน

จเด็จ มีลาภ กุนซือเจ้าถิ่นได้ ภูริทัต จาริกานนท์ และ ชลทิตย์ จันทคาม พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวจริว แต่ก็หมดสิทธิ์ใช้งาน ติอาโก้ คุนญ่า และ ชูเลียโน่ มิเนโร่ ที่บอกลาทีมไปก่อนหน้านี้ รวมถึง สุทธินันท์ พุกหอม ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ทำให้ความหวังสูงสุดตกเป็นของ เลอันโดร อัสซัมเซา, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ นูรูล ศรียานเก็ม พร้อมกับดาวรุ่งอย่าง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เป็นทีเด็ดในแดนกลาง

ด้านทีมเยือนของ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ต้องเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียวในเกมนี้หากหวังอยู่รอดบนไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป โดยเกมนี้หมดสิทธิ์ใช้งาน ทินกร อสุรินทร์ ที่ติดโทษแบนเพียงรายเดียว ส่วนแกนหลักที่เหลือพร้อมสู้สุดใจนำโดย ปิยะชาติ ศรีมะเรือง พร้อมเหล่าแนวรุกต่างชาติทั้ง ดาเมียน เบลลอง, ดิยุฟ บีรัม และ เบอร์นาร์ด อ็องรี

เริ่มเกมทั้งสองทีมเปิดเกมบุกกันอย่างสนุกแต่เป็นเจ้าบ้านทีไ่ด้ลุ้นจะๆ ก่อนในนาทีที่ 16 จากจังหวะที่ เกริกฤทธิ์ ได้บอลทางฝั่งซ้ายแล้วแต่งเข้าขวาแล้วตัดสินใจยิงด้วยข้างไม่ถนัดบอลไปตรงตัว พิศาล ดอกไม้แก้ว รับเข้าซอง

GOAL!! นาทีต่อมาทีมเยือนก็มาได้ประตูจากจังหวะสวนกลับต่อเนื่อเมื่อ เบอร์นาร์ด อ็องรี โดน สินทวีชัย หทัยรัตนกุล รวบล้มลงไปเป็นลูกจุดโทษและ ปิยะชาติ ศรีมะเรือง สังหารเข้าไปไม่เหลือ ทีมเยือนออกนำไปก่อน 0-1

นาทีที่ 29 สระบุรีเสียฟรีคิกอันตรายบนเส้นกรอบเขตโทษและเป็น เลอันโดร อัสซัมเซา ที่ปั่นเบาๆ ด้วยขวา บอลข้ามกำแพงแล้วแต่ทิศทางไม่ดีพอเฉียดเสาแรกออกไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 34 ทีมเยือนพลาดโอกาสทำประตูนำห่างจากจังหวะที่ สุรเดช ธงชัย เติมเกมรุกขึ้นไปทางกราบซ้ายก่อนตัดสินใจหักบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษและเป็น ดิยุฟ บิรัม ที่ได้วิ่งมากดด้วยขวาเต็มข้อแต่บอลลอยข้ามคาน

นาทีที่ 39 “ฉลามชล” มาได้ลุ้นประตูตีเสมอจากลูกเตะมุมเมื่อ แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส เทคตัวขึ้นโขกเต็มใบแต่ก็ยังไม่ผ่านเซฟของ พิศาล ดอกไม้แก้ว ที่ยืนตำแหน่งดีและรับเข้าซองเอาไว้ได้

GOAL!! ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก สระบุรีได้ประตูนำห่างอีกลูกจากจังหวะที่ เบอร์นาร์ด อ็องรี ขึ้นเกมทางริมเส้นฝั่งขวาแล้วไหลเข้ากลางให้ ดิยุฟ ยิรัม ที่ถวายพานต่อโล่งๆ ให้ สุรเดช ธงชัย วิ่งมาแปโล่งๆ ส่งทีมเยือนออกนำก่อนหมดเวลา 0-2

เริ่มครึ่งหลัง ชลบุรี ไม่อยู่เฉยตัดสินใจเปลี่ยนเอา นูรูล ศรียานเก็ม ออกและส่งดาวรุ่งอย่าง สิทธิโชค ภาโส ลงสนามไปยืนประสานแนวรุกในแดนหน้าร่วมกับ เลอันโดร อัสซัมเซา

นาทีที่ 49 เจ้าบ้านได้ลุ้นตีไข่แตกจากจังหวะที่ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ไลบอลเข้ากรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ ชลทิตย์ ได้ยิงด้วยขวาแต่ยังไม่ผ่าน พิศาล ที่ออกมาปิดมุมได้ด้วย และจังหวะต่อเนื่องสระบุรีเกือบได้ประตูเหมือนกันเมื่อ ดิยุฟ พาบอลขึ้นมาจากลูกสวนกลับและยกข้ามมาให้ ดาเมียน เบลลอง ได้ลิงยิงด้วยขวาแต่บอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 52 ชลบุรีน่าจะได้ประตูสุดๆ จากจังหวะที่ กรกช ได้เปิดบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ เกริกฤทธิ์ ได้ตวัดวอลเลย์ด้วยซ้ายข้างถนัดแต่ก็ยังไม่ผ่านมือของ พิศาล ดอกไม้แก้ว ที่โชว์บินซูเปอร์เซฟได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 69 ฉลามชลกลายเป็นฝ่ายพับสนามบุกอย่างต่อเนื่องและเกือบมาได้ประตูจากจังหวะที่ เลอันโดร อัสซัมเซา รับบอลในกรอบเขตโทษก่อนม้วนตัวหนึ่งจังหวะแล้วยิงด้วยขวาไปทางเสาแรก แต่วันนี้ พิศาล ดอกไม้แก้ว หนึบสุดๆ ยังคงพุ่งไปปัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 71 จากที่เป็นฝ่ายได้บุก กลายเป็นเจ้าบ้านที่เสียประตูเมื่อ สุรเดช ธงชัย เปิดบอลยาวจากฝั่งตัวเองให้ ดิยุฟ บิรัม หลุดเดี่ยวแล้วโหม่งข้ามตัว สินทวีชัย เข้าไปยิงโล่งๆ ให้ “ขุนศึก” บุกมานำ 0-3

นาทีที่ 85 ชลบุรีมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ กรกช วิริบะอุดมศิริ ทำฟาล์วใส่ บิยุฟ ดิรัม โดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนาม

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมบวกสกอร์เพิ่มไม่ได้ ทำให้เป็น สระบุรี เอฟซี ที่บุกมาเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี ได้ 0-3 คว้า 3 คะแนนการันตีอยู่รอดบนไทยลีกต่อไป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (GK) - ชลทิตย์ จันทคาม, โช เบียงกุ๊ก, แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส, กรกช วิริบะอุดมศิริ - วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ภูริทัต จาริกานนท์, วรุตน์ สัพโส - นูรูล ศรียานเก็ม, เลอันโดร อัสซัมเซา, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ 

สระบุรี เอฟซี : พิศาล ดอกไม้แก้ว (GK) - ได มิน จู, นวพล ตันตระเสนีย์, คมกริช คำโสกเชือก, ศิริวัฒน์ โชติเวชารักษ์ - ปฐมชัย เสือสกุล, ปิยะชาติ ศรีมะเรือง, สุรเดช ธงชัย - เบอร์นาร์ด อ็องรี, ดิยุฟ บีรัม, ดาเมียน เบลลอง