ฉลอง100นัดบีร็อด! โมเรโนเปิดซิงหงส์บุกเชือดไก่ถึงเล้า 3-0

ถือเป็นการฉลองนัดที่ 100 ได้อย่างสวยงามสำหรับเบรนแดน ร็อดเจอร์สหลังลูกทีมบุกมาหักเดือยไก่ถึงถิ่น

เมาริซิโอ ปอเช็ตติโนตัดสินใจใช้นักเตะที่ดีที่สุดลงสนามในเกมนี้โดยวางเอ็มมานูเอล อเดบายอร์ลงเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าพร้อมมีเอริค ลาเมลา, คริสเตียน อีริคเซนและนาเซอร์ ชาดลีทำเกมสนับสนุน

ด้านเบรนแดน ร็อดเจอร์สตัดสินใจส่งมาริโอ บาโลเตลลีประเดิมสนามทันทีโดยจะได้ทำเกมรุกร่วมกับดาเนียล สเตอร์ริดจ์และราฮีม สเตอร์ริง ขณะที่แผงหลังเกมนี้เป็นมามาดู ซาโก้ที่ได้ยืนคู่กับเดยาน ลอฟเรนแทนที่ของมาร์ติน สเคอร์เทล

เริ่มเกมมาได้แค่สามนาทีเป็นลิเวอร์พูลที่เกือบได้ประตูออกนำจากจังหวะที่สเตอร์ริดจ์โยนไปให้บาโลเตลลีโขกแต่โยริสยังปัดออกมาได้แม้เกรียนโอ้จะพยายามซ้ำแต่ก็หลุดกรอบออกไป

และนาทีที่ 8 ลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่สเตอร์ริดจ์ลุยมาก่อนจ่ายให้เฮนเดอร์สันแทงให้สเตอร์ลิงแปโล่งๆเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนออกนำ 1-0

แต่นาทีต่อมาสเปอร์พลาดโอกาสตีเสมออย่างไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่อเดบายอร์หลุดไปกระดกข้ามหัวมิโญเลต์แต่บอลไปตกบนหลังคาอย่างน่าเสียดาย

ลิเวอร์พูลยังเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าและมาได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 30 จากจังหวะที่บาโตเตลลีตอกส้นให้สเตอร์ริดจ์ยิงจากนอกเขตโทษแต่ยังไม่เข้ามือของโยริส

นาทีต่อมาทีมเยือนมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่โยริสออกมาสกัดพลาดมาเข้าทางบาโลเตลลีได้ยิงสวนแบบไม่มีใครหน้าปากประตูแต่บอลพุุ่งออกไปแบบได้ลุ้น

ช่วงท้ายครึ่งแรกสเปอร์พลาดโอกาสตีเสมอไปแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่กองหลังลิเวอร์พูลสกัดพลาดและเป็นชาดลีที่ได้หลุดเดี่ยวไปวอลเลย์แต่มิโญเลต์ยังปัดออกหลังไปได้ทันก่อนจะไม่มีประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่นำอยู่ 1-0

และเริ่มครึ่งหลังมาแค่สามนาทีลิเวอร์พูลก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ดายร์ไปดึงอัลเลนในกรอบเขตโทษและเป็นเจอร์ราร์ดที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปช่วยให้ลิเวอร์พูลทิ้งห่างเป็น 2-0

และนาทีที่ 59 ปอเช็ตติโนก็ตัดสินใจแก้เกมทันทีด้วยการส่งแอนดรอส ทาวน์เซนและมุสซา เดมเบเลลงไปเล่นแทนคริสเตียน อีริคเซนและนาบิล เบนทาเล็บ

และหลังจากเปลี่ยนตัวก็เป็นลิเวอร์พูลที่มาได้ประตูที่สามจนได้จากจังหวะที่ทาวน์เซนด์พลาดและเป็นโมเรโนที่โซโล่ครึ่งสนามก่อนซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไปช่วยให้ทีมทิ้งห่างเป็น 3-0

และพอทิ้งห่างเบรนแดน ร็อดเจอร์สก็ตัดสินใจเปลี่ยนทั้งลาซาร์ มาร์โควิชและเอมเร ชานลงไปเล่นแทนมาริโอ บาโลเตลลีและโจ อัลเลน

นาทีที่ 66 ลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่สเตอร์ริดจ์ได้บอลในเขตโทษก่อนสับขาหลอกแฟร์ตองเก้นแล้วยิงด้วยซ้ายแต่โยริสยังบล็อคออกหลังไปได้

สี่นาทีต่อมาสเตอร์ลิงพลาดโอกาสซัดประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้หลังล็อกหลบกองหลังของสเปอร์สองตัวไปแต่กลับยิงเบาไปทำให้โยริสรับได้สบาย

ช่วงเวลาที่เหลือสเปอร์พยายามทำเกมบุกเพื่อหวังจะตีไข่แตกแต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าหมดเวลาเป็นลิเวอร์พูลที่บุกมาถล่ม 3-0 ทำให้พวกเขามีเพิ่มเป็น 6 คะแนนขยับขึ้นเป็นที่ 5 ส่วนสเปอร์ตกมาอยู่ที่ 6 มีหกคะแนนเท่ากันแต่ลูกได้เสียแย่กว่า

โดยเกมนัดถัดไปลิเวอร์พูลจะได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของแอสตัน วิลลา ส่วนสเปอร์จะต้องบุกไปเยือนซันเดอร์แลนด์ในช่วงหลังพักเบรกทีมชาติ

Topics