ฉลองสัญญาใหม่!! รอยส์ทั้งยิงทั้งจ่ายพาเสือเหลืองขย้ำไมนซ์ 4-2 ขึ้นที่ 14

ปีกทีมชาติเยอรมันโชว์ฟอร์มแจ่มฉลองขยายสัญญาใหม่ทันที หลังทั้งยิงทั้งจ่ายพาเบเฟาเบไล่ถล่มไมซ์สบายเกือก 4-2 พร้อมขยับหนีโซนอันตรายขึ้นมาอยู่ที่ 14 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์คู่บุญของทีมเสือเหลือง ได้รับข่าวร้ายก่อนเริ่มเกม หลัง แมตส์ ฮุมเมลส์ ติดเชื้อไวรัสจนไม่สามารถลงสนามได้ ทำให้ โซเครติส ปาปาสทาโธปูลอส ถูกส่งลงมาทำหน้าที่แทน นอกนั้นใช้ชุดเดิมกับนัดที่แล้วที่บุกถล่ม ไฟร์บวร์ก 0-3 นำโดย โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ (ผู้รักษาประตู), อิลคาย กุนโดกัน, เควิน คัมเปิล, ชินจิ คางาวะ, มาร์โก้ รอยส์ และหน้าเป้าเป็น ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอ

ง ด้านผู้มาเยือนของกุนซือ คัสเปอร์ ฮัลมันด์ ส่ง สเตฟานอส คาปิโน นายทวารชาวกรีซลงเล่นแทน โลริส คาริอุส ผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่ติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในนัดแพ้ แฮร์ธา เบอร์ลิน คาบ้าน 0-2 พร้อมได้ โยนาส ฮอฟแมนน์ หายเจ็บกลับมาลงดวลทีมเก่าอีกด้วย ขณะที่แนวรุกเกมนี้ฝากความหวังไว้กับ ชินจิ โอคาซากิ ซึ่งซัดไปแล้ว 8 ประตูในฤดูกาลนี้

เปิดฉากมาไม่ถึงหนึ่งนาที ทีมเยือนอย่างไมนซ์ก็มาได้ประตูขึ้นนำแบบช็อคกองเชียร์เจ้าถิ่น จากจังหวะที่ ยูนุส มัลลี่ กระดกบอลเข้าไปในเขตโทษให้ ชินจิ โอคาซากิ แต่เป็นโรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ ที่ออกมาชกบอลได้ทว่าไม่พ้นอันตราย เนื่องจากบอลลอยไปเข้าทาง เอลกิน โซโต แต่งหนึ่งจังหวะก่อนฮาร์ฟวอลเลย์ด้วยซ้ายสวนตูมเดียวเข้าไปอย่างสุดสวย ช่วยให้ไมนซ์ขึ้นนำ 1-0

จากนั้นเหมือนเป็นการแหย่รังแตน ทำให้เสือเหลืองเดินหน้าบุกเต็มสูบ และในนาทีที่ 7 พวกเขาก็เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ มาร์โก้ รอยส์ บรรจงแทงทะลุช่องไปทางฝั่งขวาหน้ากรอบเขตโทษให้ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง วิ่งมาปั่นไซร้ก้อยด้วยขวาเต็มข้อ แต่ สเตฟานอส คาปิโน นายด่านชาวกรีกยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

ท้ายเกมเจ้าบ้านมาลุ้นประตูตีเสมออีกครั้ง ในนาทีที่ 42 จากจังหวะฟรีคิกทางฝั่งซ้าย และเป็น มาร์โก้ รอยส์ รับหน้าที่กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปในเขตโทษ เตฟานอส คาปิโน ทุบทิ้งออกมาเข้าทาง ชินจิ คางาวะ ตั้งป้อมกดด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งผ่านเสาแรกออกหลังไปแบบได้ลุ้นทีเดียว จบ 45 นาทีแรกทีมเยือนยังรักษาสกอร์นำไว้ได้อยู่ที่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 4 นาที แฟนๆเสือเหลืองราว 8 หมื่นคนก็ได้ส่งเสียงเฮกันลั่นซิกนัล อิดูนา พาร์ค จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งขวาที่ มาร์เซล ชเมลเซอร์ เปิดโค้งเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ เนเวน ซูโบติช โถมพุ่งโหม่งเต็มศรีษะ ส่งบอลเสียบเสาไกลเข้าประตูไป ชนิดที่ สเตฟานอส คาปิโน ทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา ดอร์ทมุนด์ตามตีเสมอเป็น 1-1 ซึ่งประตูนี้กลายเป็นประตูแรกของ ซูโบติช ในซีซั่นนี้อีกด้วย

Goal!! นาทีที่ 56 เจ้าบ้านมาได้สองประตูติดๆกัน จากจังหวะที่ เควิน คัมเปิล แทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษให้ มาร์โก้ รอยส์ หลุดกับดักล้ำหน้า ก่อนแตะบอลหนี สเตฟานอส คาปิโน ไปทางฝั่งขวาและบรรจงแปง่ายๆเข้าไปตุงตาข่าย ดอร์ทมุนด์พลิกขึ้นนำเป็น 2-1

ทว่าถัดมาไม่ถึงนาที ไมนซ์ก็มาได้ประตูตีเสมอแบบทันควัน จากจังหวะที่ ชินจิ โอคาซากิ โดนเสียบล้มลงกลางสนามแต่ผู้ตัดสินให้เล่นเร็ว ทำให้ เอลกิน โซโต วิ่งมารับบอลก่อนจ่ายขึ้นหน้าให้ ยูนุส มัลลี่ พลิกแต่งเข้าขวาก่อนตามล้มตัวยิงด้วยขวา ส่งบอลพุ่งสวนตัว โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ เข้าไปนอนจมก้นตาข่าย ไมนซ์ตีเสมอเป็น 1-1

รูปเกมยังเป็นฝั่งเจ้าบ้านที่ครองบอลบุกได้มากกว่า กระทั่งนาทีที่ 71 พวกเขาก็มาขยับสกอร์ขึ้นนำอีกครั้งจนได้ จากลูกที่ มาร์โก้ รอยส์ จ่ายไซร้ก้อยตัดหลังแนวรับทีมเยือนเข้าไปในเขตโทษอย่างเหนือชั้นให้ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง สอดขึ้นมาจับหนึ่งจังหวะก่อนดีดเร็วด้วยขวาสวนทาง สเตฟานอส คาปิโน เข้าประตูไป ดอร์ทมุนด์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-2

Goal!!! เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 78 เจ้าบ้านขยับสกอร์หนีห่างเป็น 4-2 จากจังหวะที่ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ซัดฟรีคิกจากระยะประมาณ 23 หลาติดเซฟของ สเตฟานอส คาปิโน แต่ว่า นูริ ซาฮิน ปฏิกิริยาไวตามซ้ำวอลเลย์ดาบสองเข้าไปไม่เหลือ

จบเกม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านถล่ม ไมนซ์05 ไป 4-2 ขยับหนีโซนท้ายตารางขึ้นมาอยู่ที่ 14 เรียบร้อยแล้ว โดยมีแต้มห่างตำแหน่งเพลย์ออฟ 3 คะแนน ส่วน ไมนซ์ ยังคงอยู่ที่ 13 ต่อไป