Close Up: “อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวานจัง วันนี้จะได้เป็นวันพุธ”

จากผลการแข่งขันในมหกรรมฟุตบอลระดับทวีปเมื่อคืน ถ้าเป็นไปได้ เวนเกอร์อาจจะอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดของเขาและลูกทีมอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้สักวันสองวัน...

มีปัญหาเชาว์ชวนขบคิดที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ถูกแชร์กันทั่วโลกออนไลน์ กับโจทย์เกี่ยวกับเรื่อง “วัน”ว่าตกลงแล้ววันนี้เป็นวันอะไรของสัปดาห์ ถ้าเมื่อวานคือวันพรุ่งนี้ แล้ววันนี้จะได้เท่ากับวันศุกร์ คำตอบมีมากมายหลายแบบ หลายคนนั่งคิดเป็นวัน หลายคนถึงกับถอดสมการจริงจัง สื่อบางสำนักถึงขั้นจับไปเล่นเป็นประเด็นใหญ่โตเอานักวิชาการมาถกเถียงแบบไฟแล่บ นี่แหละครับ เสน่ห์ของบ้านเรา...

โมนาโกเดินทางมาหักปากกาเซียนถึงเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ชนิดที่ไม่มีคำว่า "ฟลุ๊ค"
แต่ไม่ว่าจะเป็นวันอะไร นี่คือเช้าอีกวันที่ยอดทีมจากลอนดอนเหนือดูจะแห้งเหี่ยว ซูบเซียวและเงียบเหงาเป็นเป่าสาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่ากลางเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อผู้มาเยือนจากลีกเอิงที่ถูกมองว่าเป็นรองหนักหนา หักปากกาโป๊ยเซียนทุกสำนัก ตบหน้าเจ้าบ้านไป 3-1 คว้าอเวย์โกลไปนอนกอดแบบจุใจ ยื่นเท้าเข้ารอบต่อไปเกือบครึ่งตัว ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีบทสัมภาษณ์ ไม่มีแม้แต่รูปถ่ายเซลฟี่ในห้องแต่งตัวของนักเตะอาร์เซนอล เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าขุนพล เดอะกันเนอร์ส อยู่ในชั่วโมงที่ดาร์คสุดๆ ยอมรับว่าผมเองก็เป็นอีกคนที่ค่อนข้างช็อคกับผลการแข่งขันนะครับ ซึ่งเมื่อดูในเชิงปฏิบัติ แทบจะถอดความหวังกันตั้งแต่เนิ่นๆ ได้เลย “เกมระดับท็อปอย่างแชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นยากกว่าที่เราคาดการณ์เสมอ” เวนเกอร์กล่าวไว้ก่อนเกมตั้งแต่แรกที่จับสลากมาพบกับโมนาโก และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แม้กระทั่งการได้เล่นในบ้านก็ตาม ตามสถิติทีผ่านมา อาร์เซนอลมักมีปัญหากับการต้องเล่นกับทีมที่มีการแพ็คเกมรับที่เหนียวแน่น การเล่นที่มีวินัยของคู่แข่งทำให้อาร์เซนอลเหนื่อยที่จะบุก

ยาร์ดิมใช้สูตรสำเร็จในการเล่นกับอาร์เซนอลได้ผล และทำให้เขาและลูกทีมมีงานที่ง่ายขึ้นเป็นกองในบ้านนัดหน้า "ฟุตบอลเป็นศิลปะ คุณต้องรู้ว่าตอนไหนควรรุก ตอนไหนควรรับ และเราเป็นทีมที่สมดุลเรื่องนี้ดีมาก ก่อนอื่นเราสร้างเสถียรภาพให้เกมของเรา จากนั้นเราจึงสามารถบุกได้"

"เราศึกษาอาร์เซนอลมา พวกเขามักจะแข็งแกร่งกว่าในช่วง45 นาทีแรก และเล่นได้แย่ลงในช่วงเวลาที่เหลือ เราเล่นกันเป็นระเบียบมากในครึ่งแรก และนั่นช่วยให้เราเล่นเกมสวนกลับได้เข้าเป้าในครึ่งหลัง”

นี่คือสิ่งที่ เลโอนาร์โด ยาร์ดิม เทรนเนอร์ของโมนาโกกล่าวให้สัมภาษณ์อย่างน่าฟังหลังถลุงเจ้าบ้านแบบไม่ไว้หน้าผ่านสื่อ และแน่นอนว่าทุกทีมที่เล่นกับอาร์เซนอล ก็คงจะรับทราบโดยทั่วกัน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ต้องยกเครดิตให้ผู้มาเยือนจากลีกเอิงแบบเต็มประตู พวกเขาวิเคราะห์เกมของเจ้าบ้านได้ละเอียดยิบ และเล่นได้อย่างอดทนตามที่ผู้จัดการทีมพูดหลังเกมไม่มีผิด นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และนี่ไม่น่าแปลกใจ เกมลักษณะนี้เคยเกิดกับเดอะ กันเนอร์สมาแล้วในนัดที่พวกเขาเล่นกับเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในลีก

เจอตั้งรับแข็ง – เคาะบอลไปมาและเจาะไม่เข้า – โดนสวนเสียประตู

ค่ำคืนแห่งความพ่ายแพ้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการพึ่งพาอเล็กซิสมากเกินไปส่งผลต่อเกมโดยรวม
แม้ทัพปืนใหญ่จะมีนักเตะที่สร้างสรรค์เกมได้มากมายอย่างอเล็กซิส, การ์ซอลา, โอซิล แต่ในวันที่โอลิวิเยร์ ชิรูด์และเวลเบ็คฟอร์มผีออก อาร์เซนอลก็เหมือนทีมที่ไม่มีกองหน้าให้ฝากความหวัง ซึ่งหากรวมทุกรายการ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เกมที่ อาร์เซนอล ยิงประตูในครึ่งแรกไม่ได้ ขณะที่กองหน้าผู้เลอโฉมอย่างชิรูด์ยิงนกตกปลาไปถึง 6 ครั้ง และไม่เข้ากรอบสี่เหลี่ยมเลยแม้แต่ลูกเดียว สถิติมากมายที่น่าหดหู่เกิดขึ้นหลังจบเกม ชนิดที่เรียกว่าไม่น่าเป็นไปได้ (ดูสถิติที่น่าสนใจทั้งหมด) เมื่อเกมรุกจบไม่ได้ ยามถูกสวนกลับ ก็เป็นเรื่องตามระเบียบ... เมื่อไม่ใช่ทีมชาติเยอรมัน แพร์ มาแตร์ซัคเกอร์ ก็กลายเป็นบ่อน้ำมันของทีมแบบน่าประหลาดใจ กองหลังระดับเวิลด์คลาสรายนี้ไม่สามารถทดแทนความเชื่องช้าได้ด้วยวิสัยทัศน์ที่ดีพอ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งวันแย่ๆ ของเขา ขณะที่คีแรน กิ๊บส์ ก็ยังคงบุกรุกไล่เลื่อนลอยจนลืมหลังบ้าน และเมื่อเกมรุกถูกขัดจังหวะจึงเปลี่ยนเป็นเกมรับที่เปื่อยยุ่ยยิ่งกว่าทิชชู่หล่นในชามก๋วยเตี๋ยว นักเตะอย่างเบอร์บาตอฟ ที่แทบจะไม่มีพิษสงเมื่อเจอเกมรับแบบฟูล ออปชั่น แต่เมื่อเขาได้ตะลุยเดี่ยวไปกับฟุตบอลโดยปราศจากการป้องกันที่ดีพอ แข้งฮิปสเตอร์รายนี้ก็ยังคมกริบไม่เปลี่ยนแปลง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน

เบอร์บาตอฟและผองเพื่อนมีโอกาสไม่เยอะ แต่ที่พวกเขามีคือความเด็ดขาด ซึ่งแพร์ มาแตร์ซัคเกอร์คือเหยื่ออันโอชะ แม้จะไล่คืนมาได้ 1 ประตูจาก “แชมโบ้” ในช่วงท้ายเกม จนทำให้ดูมีความหวังขึ้น แต่เจ้าตัวก็เร่งรีบจนเกินไปและกลายเป็นเหตุให้เจ้าบ้านต้องเสียลูกที่ 3 ในอีกเพียง 1 นาทีถัดมา ความกระวนกระวายที่จะรีบเอาประตูคืน หัวจิตหัวใจที่ร้อนรนของนักเตะวัยรุ่น คืออีกหนึ่งปัญหาที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เวทีระดับยุโรปอาจจะไม่มีที่ว่างให้ความผิดพลาดของแข้งหนุ่มเลือดร้อนทั้งหลาย แทบจะทุกฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากหมดยุคแบ็คโฟร์อันลือลั่น อาร์เซนอลมีปัญหา “อาการแกว่ง” ของฟอร์มในช่วงหลังปีใหม่เสมอ และในซีซั่นนี้ก็คงจะยังไม่หายไปเหมือนเคย เมื่อพยายามมองหาข้อดีของการพ่ายแพ้ในครั้งนี้ แฟนคลับปืนใหญ่อาจจะพอคิดเข้าข้างตัวเองได้ว่า อย่างน้อยนักเตะและเวนเกอร์น่าจะได้รับทราบจุดอ่อนของตัวเองเสียที "โอกาสเราเหลือน้อย แต่ไม่ว่าจะน้อยแค่ไหน เราจะสู้ต่อ" นี่คือสิ่งที่อาจจะดีที่สุดสำหรับชั่วโมงนี้ จากปากของเวนเกอร์

อาร์เซนอลเคยคัมแบ็คได้สำเร็จในเกมเยือนนอกประเทศมาแล้ว แต่มันก็คือสถิติในอดีต
เข้าข้างตัวเองกันต่อไปครับ สำหรับแฟนปืนใหญ่ เพราะขนาดซีซั่น 2003-2004 ขุนพลนอร์ทลอนดอนยังเคยกระบอกปืนแตกคาไฮบิวรีให้กับอาคันตุกะจากอิตาลีอย่างอินเตอร์ มิลานมาแล้ว 0-3 ความหวังแทบมลายไปหมดสิ้นเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะคัมแบ็คอย่างยิ่งใหญ่ถึงถิ่นซาน ซิโร ไล่กดเจ้าบ้าน 5-1 ไปแบบไร้คำบรรยาย “ถ้าหากโมนาโกมาคว้าความได้เปรียบที่นี่ (อังกฤษ) และมีเกมที่ดีกว่า ผมก็ยังคิดว่าอาร์เซนอลจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ในนัดที่ 2” เธียร์รี อองรี ตำนานของสโมสรที่ผันตัวเองเป็นผู้วิเคราะห์เกมให้กับสำนักข่าว Sky Sport กล่าวไว้ก่อนเกม เหมือนกับสมัยที่เขาช่วยทีมคัมแบ็คได้กับยักษ์ใหญ่แห่งซีเรีย อาในปีนั้น ...แตกต่างกันเพียงแค่ ชั่วโมงนี้อาร์เซนอลไม่มีนักเตะอย่าง “คิงอองรี” อยู่ในรายชื่อผู้เล่นแล้ว แมตช์พ่ายแพ้ให้กับโมนาโก คาบ้านจึงเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ที่กำลังจะบอกว่า ถ้ายังไม่เปลี่ยนแปลง นี่จะเป็นอีกปีที่เวนเกอร์และลูกทีมจะยังไปไม่ถึงฝั่งฝันบนเวทียุโรป หยุดแค่รอบ 16 ทีมเช่นเคย

เวนเกอร์และอาถรรพ์บนเวทียุโรป ที่ยังคงหลอกหลอนเขาต่อไป แฟนคลับหลายคนออกมาส่งเสียงวิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ผ่านเว็บคอมมิวนิตี้ บ้างก็ด่าทอนักเตะ บ้างก็ตำหนิผู้จัดการทีม บ้างก็ให้ความหวัง บ้างก็อยากย้อนเวลาไปแข่งใหม่ หากย้อนวันเวลาได้ เวนเกอร์จะเปลี่ยนแท็คติกของเขาหรือไม่? กาเบรียล อาจจะได้ลงแทนมาแตร์ซัคเกอร์ที่ช้าเกินไปในเกมนี้, มอนเรอัล น่าจะเป็นตัวเลือกที่รัดกุมกว่ากิ๊บส์หรือเปล่า หรือชิรูด์ควรจะได้โอกาสแก้ตัวอีกครั้งกับจังหวะยิงทิ้งที่เกิดขึ้นมากมาย “อยากให้พรุ่งนี้เป็นเมื่อวานจัง วันนี้จะได้เป็นวันพุธ”

ธีระ โกล ประเทศไทย