ดาหน้ายิง! ท๊อฟฟี่ดุจริงเปิดรังอัดหมาป่าเบียร์ยับ 4-1

ท๊อฟฟี่สีน้ำเงินโชว์ฟอร์มได้สุดร้อนแรง หลังไล่ยำทีมแกร่งจากเมืองเบียร์ไปแบบสบายเท้า พร้อมเป็นทีมจากอังกฤษทีมที่สองที่เก็บชัยชนะได้ในเกมยุโรปต่อจากเพื่อนร่วมเมืองลิเวอร์พูล

โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือเจ้าบ้าน ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากเกมลีกนัดล่าสุดที่บุกชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 2-0 นำโดยเลห์ตัน เบนส์, เชมุส โคลแมน, แกเร็ธ แบร์รี, สตีเวน เนย์สมิธ, เควิน มิราลลาส และโรเมลู ลูกากู

ฟากทีมเยือนของกุนซือดีเตอร์ เฮคกิ้ง ไม่มีปัญหาในการจัดทัพเช่นกัน พร้อมขนขุมกำลังมาเต็มสูบ วางอิวิก้า โอลิช เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย โดยมีดาเนียล คาลิกูรี, แมทธิว อาร์โนลด์ และเควิน เดอ บรุนย์ คอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ต้นเกมทีมเยือนเปิดเกมบุกได้ค่อนข้างน่ากลัวแต่จังหวะจบสกอร์ยังขาดๆเกินๆ ทำให้นาทีที่ 15 กลายเป็นเจ้าบ้านที่ฉกฉวยโอกาสได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะทำชิ่งกันแบบเวิลด์คลาส สตีเวน เนย์สมิธ ไหลบอลให้เจมส์ แม็คคาร์ธีย์ แทงทะลุช่องไปให้กับเลห์ตัน เบนส์ หลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนปาดเข้ากลางให้ เนย์สมิธ วิ่งมาแปด้วยซ้ายเน้นๆ และเป็นริคาร์โด้ โรดริเกซ กองหลังทีมเยือนพยายามโหม่งออกแต่ไม่สำเร็จบอลไหลเข้าประตูไปอยู่ดี เอฟเวอร์ตันขึ้นนำ 1-0 ซึ่งลูกนี้ทางยูฟ่าชี้ว่าเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ "โรดริเกซ"

จากนั้นโวลฟบวร์กก็พยายามเปิดเกมบุกเต็มตัว แต่หาโอกาสเข้าไปส่องประตูแบบจะๆไม่ได้เลย

กระทั่งนาทีที่ 41 เจ้าบ้านเกือบมาได้ประตูที่สอง จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาหน้ากรอบเขตโทษ และเป็นโรเมลู ลูกากู ที่รับหน้าที่วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลจะมุดเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่ดีเอโก้ เบนาโญ ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังหนึบพุ่งปัดสุดปลายมือออกไปได้หวุดหวิด

แต่แล้วช่วงทดเจ็บ เอฟเวอร์ตัน ก็มาได้ประตูที่สองสมใจ จากจังหวะที่ เควิน มิราลลาส ลากตัดเข้าในเขตโทษก่อนยิงยัดเสาแรกเต็มข้อ ทว่าดีเอโก้ เบนาโญ ผู้รักษาประตูทีมเยือนทุบทิ้งออกไปได้ แต่ไม่พ้นอันตรายบอลเข้าทาง เลห์ตัน เบนส์ จิ้มด้วยซ้ายไปหน้าปากประตูให้เชมุส โคลแมน พุ่งโหม่งจากระยะไม่ถึง 3 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย เอฟเวอร์ตันหนีห่างเป็น 2-0 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 2 นาที แฟนบอลท๊อฟฟี่สีน้ำเงินก็ได้ลุกขึ้นเฮเป็นครั้งที่สามในเกมนี้ หลังไอเด้น แม็คเกียดี้ ถูกโรบิน คน็อคเค่อ เหนี่ยวหน้าเขตโทษแต่ไปล้มลงในเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันที และเป็นมือสังหารมือหนึ่งประจำทีมอย่าง เลห์ตัน เบนส์ ที่รับหน้าที่ซัดเข้าไปไม่เหลือ เอฟเวอร์ตันทิ้งห่างเป็น 3-0

หลังจากโดนนำห่างถึง 3 ลูกทำให้ทีมเยือนไม่มีทางเลือก เปิดเกมรุกเต็มสูบ และเกือบได้ประตูตีเสมอ ในนาทีที่ 52 จากจังลูกที่เควิน เดอ บรุนย์ หลอกจ่ายยัดเข้าไปในเขตโทษให้ ดาเนียล คาลิกูรี พลิกตัวซัดด้วยซ้ายติดเซฟทิม ฮาเวิร์ด ก่อนบอลกระดอนไปเข้าทาง ลุยซ์ กุสตาโว ได้ซ้ำดาบสอง ทว่าฮาเวิร์ด โชว์ซูเปอร์เซฟสองครั้งสองคารับเขาซองได้แบบสบายมือ

ถัดมาเพียง 2 นาที ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นประตูตีไข่แตกอีกครั้ง จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องไปทางฝั่งขวา และเป็นริคาร์โด้ โรดริเกซ รับหน้าที่วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายเต็มข้อบอลโค้งหนีกำแพงจะเสียบเสาไกลอยู่แล้ว ทว่า ทิม ฮาเวิร์ด โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดด้วยมือเดียวส่งบอลออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ

ช่วงท้ายเกมทั้งคู่เปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก และเป็นฝั่งทีมเยือนที่มีโอกาสจบสกอร์ได้มากกว่า ทว่านาทีที่ 88 กลับเป็นเจ้าบ้านที่มาได้ประตูที่สี่ จากจังหวะที่ซามูเอล เอโต้ แทงทะลุช่องให้ เควิน มิราลลาส หลุดเข้าไปล่อเป้ากับดีเอโก้ เบนาโญ ก่อนแปเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย เอฟเวอร์ตันทิ้งเป็น 4-0

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย ทีมเยือนมาได้ประตูปลอบใจ จากลูกฟรีคิกระยะประมาณ 27 หลา และเป็นริคาร์โด้ โรดริเกซ เจ้าเก่าหน้าเดิม รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งเช็ดเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสุดสวย

จบเกมเอฟเวอร์ตันเปิดบ้านถล่มโวลฟบวร์กนิ่ม 4-1 ขึ้นนำเดี่ยวเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอช

Topics