ดอสท์เหมาสี่!! หมาป่าเบียร์บุกเชือดห้างยาสิบตัวมันส์หยด 4-5 จี้ฝูงต่อ

ดาวยิงชาวดัตซ์วัย 25 กะรัต ยิ่งกว่าเป็นฮีโร่หลังเหมายิงคนเดียว 4 ประตูรวด พาหมาป่าเบียร์พลิกเก็บสามคะแนนสำคัญในช่วงทดเวลาบาดเจ็บได้แบบสุดติ่งจริงๆ

โรเจอร์ ชมิดท์ นายใหญ่ห้างขายยา ต้องปรับทัพกันจ้าละหวั่น ภายหลังจากสองแนวรับตัวหลักอย่าง โอเมอร์ โทปรัค และ เวนเดล ต่างติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควต้า 5 ใบ ทำให้ คีเรียกอส ปาปาโดปูลอส กับ เซบาสเตียน โบนิช ถูกส่งลงมาทำหน้าที่แทนในตำแหน่งเซ็นเตอร์และแบ็คซ้ายตามลำดับ ขณะที่แนวรุกจัดเต็มสูบ นำโดย คาริม เบลลาราบี, ฮาคาน คัลฮาโนกลู, ซอง เฮือง มิน และ สเตฟาน คีสลิงก์

ด้านพลพรรคหมาป่าเมืองเบียร์ของ ดีเตอร์ เฮคกิ้ง กำลังทำผลงานเข้าฝักสุดๆ หลังยังไม่พ่ายคู่แข่งเลยนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยเกมนี้ยังยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมก่อนที่ถล่ม ฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-0 นำโดย ดิเอโก้ เบนาโญ (ผู้รักษาประตู), นัลโด้, ริคาร์โด้ โรดริเกวซ, ลุยซ์ กุสตาโว, ดาเนียล คาลิกูลี, เควิน เดอ บรุนย์, อังเดร ชูร์เล และ บาส ดอสท์

เปิดฉากมาได้เพียง 5 นาที ทีมเยือนอย่างโวฟบวร์กก็มาทำประตูออกนำก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ วิเอรินญา เลี้ยงมาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนเปิดโค้งไปตรงจุดนัดพบบริเวณในกรอบเขตโทษให้ บาส ดอสท์ ศูนย์หน้าฟอร์มฮ็อตชาวดัตซ์พุ่งโหม่งเสียบเสาเข้าประตุงตาข่าย ช่วยให้โวฟบวร์กขึ้นนำ 1-0

ถัดมาในนาทีที่ 16 ทีมเยือนมาขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะฟรีคิกระยะประมาณเกือบ 40 หลา และเป็น นัลโด้ กองหลังเท้าหนักชาวบราซิเลี่ยนรับหน้าที่วิ่งมากดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งโค้งอ้อมกำแพง ก่อนตกกระดอนพื้น และเป็น แบร์นด์ เลโน ที่พยายามพุ่งปัดแต่ปัดไม่ออก โวฟบวร์กหนีห่างเป็น 2-0

จากนั้นยังเป็นทีมเยือนที่แทบพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว กระทั่งนาทีที่ 39 พวกเขาก็มาพังสกอร์ที่สามจนได้ เควิน เดอ บรุนย์ โชว์สเต็ปเท้าพาบอลลากไปสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนปาดเลียดเข้าในให้ บาส ดอสท์ โฉบสะกิดด้วยขวาส่งบอลพุ่งสวนทาง แบร์นด์ เลโน เข้าไป โวฟบวร์กหนีห่างเป็น 3-0

ช่วงท้ายครึ่งแรก อังเดร ชูร์เล แนวรุกตัวใหม่ของโวฟบวร์กมีโอกาสทำประตูอดีตต้นสังกัดเก่าสองครั้งสองคา แต่ดันยิงไปชนเสากับแปข้ามคานออกหลังไป ทำให้จบ 45 นาทีแรกทีมเยือนยังรักษาสกอร์นำห่างอยู่ที่ 3-0

เข้าสู่ครึ่งหลังเจ้าบ้านมาได้ประตูจุดประกายความหวัง ในนาทีที่ 57 จากลูกที่ สเตฟาน คีสลิงก์ กระดกบอลไปทางฝั่งขวาหน้าเขตโทษให้ คาริม เบลลาราบี วอลเลย์ด้วยขวา ตรงตัว ดิเอโก้ เบนาโญ และกำลังจะก้มลงไปรับ แต่ถูก ซอง เฮือง มิน ใช้ความเร็วจิ้มบอลเข้าประตูไป ท่ามกลางการประท้วงจากผู้เ่ลนโวฟบวร์ก แต่ไม่เป็นผล ทำให้เลเวอร์ตีไข่แตกเป็น 1-3

ถัดมา 5 นาที เจ้าบ้านก็ไล่มาเป็น 2-3 จากจังหวะที่ คีเรียกอส ปาปาโดปูลอส โยนยาวจากแดนตัวเองขึ้นไปหน้ากรอบเขตโทษให้ ซอง เฮือง มิน สปีดไปรับบอลก่อนหักเข้าซ้ายและแปสวนตัว ดิเอโก้ เบนาโญ ที่ออกมาปิดมุมเกือบเส้นกรอบเขตโทษเข้าประตูไป

แต่ว่ากองเชียร์เจ้าถิ่นก็ดีใจยังไม่ทันสุดเสียง ถัดมาเพียงนาทีเดียวโวฟบวร์กก็มาทำประตูทิ้งห่างแบบทันควัน จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุนย์ แทงทะลุช่องไปทางฝั่งซ้ายให้ ริคาร์โด้ โรดริเกวซ ปาดเลียดเข้าไปในเขตโทษแบบไม่ต้องจับ และเป็น บาส ดอสท์ ที่วิ่งเข้าชาร์ทระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ พร้อมกับเป็นแฮตทริคของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ช่วยให้โวฟบวร์กหนีห่างเป็น 4-2

Goal!! นาทีที่ 68 ซอง เฮือง มิน จัดการซัดแฮตทริคบ้าง จากจังหวะปั้มบอลกลางสนามบอลมาเข้าทาง เฮือง มิน ที่อยู่ฝั่งขวา ก่อนลากตัดเข้ากลางและยิงยัดด้วยซ้ายเสียบเสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้เลเวอร์ไล่มาอีกครั้งเป็น 3-4

จากนั้นในนาทีที่ 72 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮกันลั่นสนาม เมื่อห้างยาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่กองหลังทีมเยือนออกมาโหม่งตัดบอลกลางสนามพลาด ทำให้ คาริม เบลลาราบี ใช้สปีดต้นวิ่งแซงแนวรับโวฟฯหลุดเข้าไปในเขตโทษ ก่อนแปด้วยขวาลอดขา ดิเอโก้ เบนาโญ เข้าไปอย่างเฉียบขาด เลเวอร์ตามตีเสมอเป็น 4-4

ทว่าสถานการณ์ของเจ้าถิ่นต้องเสียเปรียบอีกครั้ง เมื่อมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน จากจังหวะที่ เอเมียร์ สปาฮิช ไปโดนใบเหลือที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ในนาทีที่ 82

เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมออยู่แล้ว กระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย กลายเป็นโวฟบวร์กที่มาได้ประตูชัย จากจังหวะที่ วิเอรินญา ตวัดเปิดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ บาส ดอสท์ โฉบดีดด้วยขวาตัดหน้า แบร์นด์ เลโน เข้าไปตุงตาข่าย

จบเกม โวฟบวร์ก บุกเฉือนชนะ เลวเวอร์คูเซน 10 ตัว สุดมันส์ 5-4 รั้งรองจ่าฝูงต่อไป โดยมีแต้มตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค อยู่ 8 คะแนน ส่วน เลเวอร์ อยู่ที่ 6 ของตารางตามเดิม

Topics