ดุเดือด! กุนกดชัยพาเรือทุบผีสิบตัวหวุดหวิด 1-0 ขึ้นที่ 3

หอกชาวอาร์เจนไตน์ ยังคงเป็นตัวแสบของปีศาจแดงเสมอ เมื่อทำประตูชัยในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม พาทีมแชมป์เก่าเอาชนะไปได้แบบเฉียดฉิว พร้อมแซงอาร์เซนอลขึ้นไปรั้งที่ 3

มานูเอล เปเยกรินี กุนซือเจ้าบ้าน ต้องขาด ดาบิด ซิลบา เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งที่บาดเจ็บไป ทำให้ต้องฝากความหวังไว้ที่สามนักเตะอย่าง เฆซุส นาบาส, เจมส์ มิลเนอร์ และ สเตฟาน โยเวติช ลงสนับสนุนหอกตัวเป้าอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร

ขณะที่ทีมเยือนของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือเจ้าบ้าน ได้ เวย์น รูนีย์ ดาวยิงกัปตันทีมพ้นโทษแบนกลับมาลงจับคู่ในแดนหน้ากับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี อีกครั้ง ทำให้เบียด ฆวน มาต้า ไปนั่งอยู่ข้างสนาม ด้านแบ็คขวาเป็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่ได้ลงแทน ราฟาเอล ซึ่งไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรอง

เริ่มเกมมาได้ 7 นาที เป็นซิตี้ที่มีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ มิลเนอร์ จ่ายทะลุช่องให้ อเกวโร หลุดกับดักล้ำหน้าก่อนจะล็อคหลบ วาเลนเซีย แล้วยิงด้วยซ้าย แต่ยังโดน เด เฮอา ทุบทิ้งออกข้างไปได้

จากนั้น นาทีที่ 13 ยูไนเต็ดมีโอกาสบ้าง จากจังหวะที่ ดิ มาเรีย โยนบอลจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี ได้ขึ้นโขกคนเดียว แต่บอลหลุดกรอบออกไป

ถัดมานาทีที่ 19 ซิตี้มีโอกาสอีกครั้ง จากลูกที่ เฟอร์นันโด ตัดบอลมาจาก ฟาน เพอร์ซี ในแดนตัวเองก่อนจะวางยาวให้ อเกวโร เอาบอลลงก่อนจะกระชากหนี โรโฆ แล้วซัดด้วยขวา แต่ก็ยังติดเซฟของ เด เฮอา อีกรอบ

จากนั้นอีก 2 นาทีถัดมา ซิตี้เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากเกมสวนกลับเร็ว และเป็น เฟอร์นันโด ที่หลุดมาทางกราบซ้าย ก่อนจะดีดไซดืก้อยเข้าเขตโทษให้ อเกวโร เข้าฮอร์ส แต่ เด เฮอา ยังอ่านเกมได้ดี ออกมาบล็อคลูกยิงนี้ได้ทัน

แต่แล้วในนาทีที่ 39 ยูไนเต็ดกลับต้องมาเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ สมอลลิง ไปเสียบสะกัดหนักใส่ มิลเนอร์ ทำให้ผู้ตัดสินไม่รอช้าควักใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่อดีตกองหลังฟูแลมออกจากสนามไปทันที

ถัดมาอีก 4 นาที ยูไนเต็ดต้องแก้เกมหลังจากเสียเปรียบตัวผู้เล่น ด้วยการถอด ยานาไซ ออกไป แล้วส่ง ไมเคิล คาร์ริค ที่เพิ่งหายบาดเจ็บลงเล่นเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟจำเป็น

หลังจากได้เปรียบตัวผู้เล่น ทำให้ซิตี้ขึงเกมรุกอย่างหนักในช่วงท้ายครึ่งแรก เพื่อยิงขึ้นนำให้ได้ แต่ 10 คนของยูไนเต็ดก็ยังแพ็คเกมรับกันได้ไม่มีผิดพลาด ทำให้จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกันอยู่แบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังซิตี้เปิดฉากบุกทันที และเกือบเจาะตาข่ายยูไนเต็ดสำเร็จ ในนาทีที่ 49 จากจังหวะที่ นาบาส เปิดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาเข้ากลาง โรโฆ สะกัดมาเข้าทาง ซาบาเลต้า ได้กดด้วยซ้ายแต่บอลเหินข้ามคานออกไปแบบมีเสียว

สถานการณ์ของปีศาจแดงเลวร้ายเข้าไปอีก เมื่อต้องมาเสีย โรโฆ ที่มีอาการเจ็บที่หัวไหล่จนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟดาวรุ่งอย่าง แพ็ดดี้ แม็คแนร์ ลงมาแทน ในนาทีที่ 56

กระทั่งนาทีที่ 63 ซิตี้ที่พับสนามบุกอย่างหนักก็มาปลดล็อคยิงประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่ ยาย่า ตูเร่ จ่ายทะลุช่องให้ กลิชี หลุดไปทางสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะตบเข้ากลางให้ อเกวโร ตั้งเท้าแปด้วยซ้ายเข้าไป ส่งให้เรือใบสีฟ้าขึ้นนำ 1-0

ถัดมานาทีที่ 67 เจ้าบ้านเกือบจะบวกลูกที่สองเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ โยเวติช ได้โอกาสปั่นด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่ เด เฮอา ยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งคว้าบอลติดมือไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

จากนั้นยูไนเต็ดไม่มีทางเลือก ต้องบุกตอบโต้ซิตี้เพื่อหวังตีเสมอ และมีโอกาสใกล้เคียงที่สุด ในนาทีที่ 70 จากลูกที่ ฟาน เพอร์ซี ได้เลี้ยงเลาะเส้นหลังมาทางฝั่งขวา ก่อนจะได้ยิงมุมแคบด้วยซ้าย แต่ ฮาร์ท ยังยืนตำแหน่งดี ล้มตัวเซฟด้วยเท้าขวาออกหลังไปได้

ถัดมานาทีที่ 74 ซิตี้มีโอกาสยิงประตูที่สองเพิ่มอีกครั้ง จากจังหวะทำเกมขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนที่ ตูเร่ จะจ่ายทะลุช่องให้ นาบาส ได้หลุดไปยิงมุมแคบด้วยขวา แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

แต่หลังจากนั้นเพียง 2 นาที ยูไนเต็ดเกือบได้ประตูตีเสมอ จากความยอดเยี่ยมของ รูนีย์ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลุยแหวกแนวรับซิตี้มาได้ ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง ฟาน เพอร์ซี ยิงไปติดบล็อคในจังหวะแรก ก่อนจะจิ้มต่อให้ ดิ มาเรีย ได้ซัดด้วยขวา แต่เนื่องจากเป็นเท้าข้างไม่ถนัด ทำให้บอลเรียดเบา ก่อนที่ ฮาร์ท จะพุ่งปัดทิ้งออกข้างไปได้

ท้ายเกมยูไนเต็ดมีโอกาสอีกครั้ง ในนาทีที่ 84 จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ ดิ มาเรีย เปิดให้ เฟลไลนี ได้ขึ้นโขกเต็มศีรษะ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

ช่วงทดเจ็บเกมเป็นอย่างดุเด็ดผัดมันส์ ซิตี้พยายามหาจังหวะยิงประตูที่สองเพื่อปิดเกมให้ได้ ส่วนยูไนเต็ดก็หวังจะตีเสมอให้ได้เช่นเดียวกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบเกมเป็นเรือใบสีฟ้าที่เปิดบ้านเอาชนะไปอย่างหวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มแซงอาร์เซนอลขึ้นไปอยู่อันดับ 3 แล้ว ส่วนปีศาจแดงหล่นมารั้งที่ 9

Topics