เบนซ์กดชัยไก่โห่! ราชันเชือดเสือใต้ 1-0 ลุ้นต่อนัดสอง

ศึกยูโรเปียน กลาซิโก ยกแรกที่เบร์นาบิวเป็นเรอัล มาดริดที่ครองความได้เปรียบไว้ได้ก่อนหลังมาได้ประตูชัยของเบนเซมาตั้งแต่ต้นเกมก่อนจะไปเล่นที่อลิอันซ์ อารีนาในวันอังคารหน้า

คาร์โล อันเชล็อตติ ตัดสินใจดร็อปแกเร็ธ เบลที่เป็นไข้จนไม่ได้ฝึกซ้อมร่วมกับทีมไว้ข้างสนามแต่ข่าวดีคือพวกเขาได้ตัวคริสเตียโน โรนัลโด้กลับมาประจำการที่ปีกซ้ายโดยมีคารืม เบนเซมาและอังเคล ดิ มาเรียผนึกเกมรุก

ด้านเป็ป กวาร์ดิโอลา ได้มานูเอล นอยเออร์กลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง ส่วนแนวรุกยังมีฟร๊องค์ ริเบรีและอาร์เยน ร็อบเบนเป็นปีกทั้งสองฝั่งโทนี โครสคุมเกมตรงกลางและหน้าเป้าใช้มาริโอ มานด์ซูคิช ซึ่งทำให้โธมัส มุลเลอร์ต้องรอโอกาสที่ม้านั่งสำรอง

ช่วงต้นเกมเป็นบาเยิร์น มิวนิคที่ครองบอลได้มากกว่าตามสไตล์และก็มาได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 14 จากจังหวะที่ร็อบเบนได้กลับตัวยิงหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลไปแฉลบรามอสออกหลังไป และจังหวะต่อเนื่องเป็นชไวน์สไตเกอร์ที่ได้โขกลูกเตะมุมแต่กาซิยาสยังรับไว้ได้

รูปเกมยังเป็นบาเยิร์นที่ทำเกมรุกได้น่ากลัวกว่าแต่นาทีที่ 19 กลายเป็นเรอัล มาดริดที่มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่โรนัลโด้แทงทะลุช่องให้โคเอนเตราจ่ายถวายพานทองให้เบนเซมาวิ่งมาแปง่ายๆที่เสาสองเข้าไปช่วยให้ราชันชุดขาวขึ้นนำไปก่อน 1-0

และพอได้ประตูขึ้นนำเรอัล มาดริดก็เหมือนได้ใจและมาได้ลุ้นต่อในนาทีต่อมาและเป็นดิ มาเรียที่เปิดให้โรนัลโด้ได้โขกแต่นอยเออร์ยังรับไว้ได้

บาเยิร์น มิวนิคเริ่มอยู่เฉยไม่ได้และพยายามตั้งเกมบุกขึ้นมาอีกครั้งแต่เกือบมาโดนฤทธิ์เดชการโต้กลับของทีมเจ้าถิ่นอีกครั้งในนาทีที่ 25 จากจังหวะที่โรนัลโด้ได้แปโล่งๆในกรอบเขตโทษแต่บอลปลื้นออกหลังไปแบบไม่น่าเชื่อ

บาเยิร์นยังคงพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียวแต่ก็ยังไม่แม่นยำพอในจังหวะสุดท้ายและก็เกือบมาโดนทิ้งห่างอีกลูกในนาทีที่ 41 จากจังหวะทีดิ มาเรียได้วอลเลย์ด้วยซ้ายโล่งๆในกรอบหกหลาแต่บอลกลับเหินข้ามคานออกไปอีก

บาเยิร์น มิวนิคพับสนามบุกเข้าใส่ทีมเจ้าถิ่นตลอดช่วงเวลาที่เหลือแต่ก็ยังเจาะแนวรับของเรอัล มาดริดไม่ได้ก่อนที่จะหมด 45 นาทีแรกเป็นราชันชุดขาวที่นำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาแค่สองนาทีเป็นเรอัล มาดริดที่มาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่อลาบ้าพลาดและเป็นโรนัลโด้ที่เก็บตกได้ก่อนวอลเลย์ด้วยขวาในกรอบเขตโทษแต่นอยเออร์ยีงล้มตัวปัดออกมาได้

และบาเยิร์นก็เริ่มตั้งสติและเรียกสมาธิกลับมาสร้างเกมบุกอีกครั้งแต่กว่าจะมาได้ลุ้นจะๆครั้งแรกก็ต้องรอถึงนาทีที่ 62 และเป็นร็อบเบนที่ได้ลากตัดเข้ามาตรงกลางก่อนยิงด้วยซ้ายแต่กาซิยาสก็ยังรับไว้ได้แบบสบายๆ

บาเยิร์นเริ่มช็อตไปดื้อในช่วงกลางเกมและเปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นได้บุกบ้าง เป็ป กวาร์ดิโอลาเริ่มเห็นถ้าไม่ดีจึงส่งฆาบี มาร์ติเนซลงมาเล่นแทนราฟินญา พร้อมถอยฟิลิปป์ ลาห์มลงไปเล่นเป็นแบ็คขวาแทน

แต่เกมของบาเยิร์นก็ยังไม่ดีขึ้นและเกือบมาโดนเจ้าถิ่นทิ้งห่างในนาทีที่ 68 จากจังหวะที่โรนัลโด้ได้วางเท้าซัดด้วยซ้ายแต่นอยเออร์ยังล้มตัวทุบออกหลังไปได้

เป็ปเริ่มแก้เกมอย่างต่อเนื่องหลังบุกเจาะไม่ได้สักทีและเป็นมาริโอ เกิทเซที่ลงมาเล่นแทนฟร๊องค์ ริเบรี ที่หายไปจากเกมรวมถึงโธมัส มุลเลอร์ที่ลงมาเล่นแทนบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เช่นเดียวกับคาร์เล็ตโต้ที่ต้องส่งราฟาเอล วารานลงมาเล่นแทนเปเป้ที่เจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว รวมถึงแกเร็ธ เบลที่ลงมาเล่นแทนคริสเตียโน โรนัลโด้

บาเยิร์น มิวนิคยังบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้เพื่อกุมความได้เปรียบก่อนไปเล่นที่บ้านของตัวเองในวันอังคารหน้าและเป็นมุลเลอร์ตัวสำรองที่ได้ซัดด้วยซ้ายแต่วารานยังตามมาบล็อคออกหลังไปได้ และอันเชก็เสริมเกมรับอีกด้วยการส่งอาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ลงมาเล่นแทนอิสโก้

และนาทีที่ 84 บาเยิร์นพลาดโอกาสทองในการตีเสมอไปแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่โมดริชพลาดและเป็นลาห์มที่ฉกได้ก่อนจ่ายให้เกิทเซได้ยิงโล่งๆจากระยะ 12 หลาแต่กาซิยาสยังปัดออกหลังไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ไม่สามารถบวกประตูเพิ่มเติมได้ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นเรอัล มาดริดที่เฉือนชนะบาเยิร์น มิวนิคไป 1-0 กุมความได้เปรียบก่อนบุกไปเล่นที่อลิอันซ์ อารีนาในวันอังคารหน้าได้สำเร็จ

Topics