เจ้าภาพไร้สภาพ!อินทรีเหล็กไร้ปรานีอัดแซมบ้า 7-1 ลิ่วรอบชิง

พอขาดสองตัวหลักทัพเซเลเซาก็ถึงกับไปไม่เป็นก่อนที่จะโดนทีมของโยกี้ เลิฟอัดไปเกินครึ่งโหลพร้อมแนบสถิติใหม่ของมิโรสลาฟ โคลเซ

บิ๊กฟิลตัดสินใจส่งดานเต้และเบอร์นาร์ดลงมาเล่นแทนสองตัวหลักอย่างเนย์มาร์และติอาโก้ ซิลวาที่ลงเล่นไม่ได้ในเกมวันนี้ส่วนแบ็คขวายังให้โอกาสไมค่อน ก่อนดาเนียล อัลเวสส่วนตำแหน่งอื่นยังคงใช้ผู้เล่นตัวเดิมๆ

ด้านโยอาคิม เลิฟให้โอกาสมิโรสลาฟ โคลเซ ลงมายืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าในเกมนี้ พร้อมดันโธมัส มุลเลอร์เล่นริมเส้น ส่วนฟิลิป ลาห์มกัปตันทีมเกมนี้ยังคงต้องประจำการในตำแหน่งแบ็คขวาปล่อยให้ซามิ เคดิราประสานงานในแดนกลางกับบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์และโทนี โครสไป

เปิดฉากมากลายเป็นบราซิลที่เดินหน้าบุกอย่างหนักตั้งแต่เสียงนกหวีดดังและมาได้ลุ้นก่อนอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 จากจังหวะที่มาร์เซโลได้ตะบันด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษแต่บอลยังผ่านหน้าปากประตูออกไป

และพอโดนทักทายเยอรมันก็เริ่มตึ่งสติกลับมาและบุกอย่างหนักและมาได้ประตูออกนำในนาทีที่ 11 จากลูกเตะมุมที่โครสเปิดเข้ามาให้มุลเลอร์ได้แปโล่งๆจากระยะ 6 หลาผ่านมือเซซาร์เข้าไปช่วยให้อินทรีเหล็กขึ้นนำไปก่อน 1-0 และเป็นประตูที่ห้าในรายการนี้ของดาวเตะจากบาเยิร์น มิวนิคแล้ว

ทั้งสองทีมยังเปิดเกมเข้าใส่กันอย่างสนุกและเป็นเยอรมันที่คมกว่าและมาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 23 จากจังหวะที่โครสแทงทะลุช่องให้มุลเลอร์ตอกส้นให้โคลเซ่ยิงไปติดเซฟเซซาร์ก่อนจังหวะแรกก่อนตามซ้ำเข้าไปช่วยให้เยอรมันทิ้งห่างเป็น 2-0 พร้อมทำให้มิโรสลาฟ โคลเซกลายเป็นนักเตะที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้มากที่สุดที่ 16 ประตูแซงหน้าโรนัลโด้ของบราซิลเรียบร้อยแล้ว

และทั่วทั้งสนามของเบโล ฮอริซอนเต้ก็เงียบกันเป็นป่าช้าหลังสองนาทีถัดมาเยอรมันมาได้ประตูที่สามจากจังหวะที่โอซิลเจาะขึ้นมาทางซ้ายก่อนจ่ายให้ลาห์มตัดกลับมาให้โครสตั้งป้อมตะบันด้วยซ้ายเสียบเสาเข้าไปทำให้อินทรีเหล็กทิ้งห่างเป็น 3-0 แล้ว

แฟนบอลแซมบ้าน้ำตาตกทั่วทั้งสนามแล้วหลังนาทีที่ 26 พวกเขามาเสียประตูที่สี่และคราวนี้เป็นแฟร์นันดินโญที่พลาดเสียบอลให้โครสทำชิ่งกับเคดิราก่อนยิงเข้าไปง่ายๆเข้าไปทำให้เยอรมันทิ้งห่างออกไปเป็น 4-0 และเป็นประตูที่สองของมิดฟิลด์จากบาเยิร์น มิวนิคแล้ว

และแนวรับของบราซิลก็เละเป็นกระดาษทิชชูหลังนาทีที่ 29 พวกเขามาเสียประตูที่ห้าและคราวนี้เป็นเคดิราที่ทำชิ่งกับโอซิลก่อนแปเข้าไปง่ายๆให้เยอรมันทิ้งห่างไปเป็น 5-0

บราซิลยังตั้งเกมขึ้นมาไม่ได้เลยเกือบมาโดนประตูที่หกจากจังหวะที๋โครสได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษแต่ไปติดบล็อคของแฟร์นันดินโญออกหลังไป ช่วงเวลาที่เหลือบราซิลยังตั้งเกมไม่ขึ้นแต่เยอรมันก็เจาะเพิ่มไม่ได้ จบ 45 นาทีแรกเป็นอินทรีเหล็กที่นำอยู่ 5-0

บิ๊กฟิลตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่งเปาลินโญและรามิเรสลงมาเล่นแทนแฟร์นันดินโญและฮัลค์ ส่วนเยอรมันก็ถอดแมตส์ ฮุมเมลส์พร้อมส่งแพร์ แมร์เตซัคเกอร์ลงไปเล่นแทน

บราซิลเริ่มครึ่งหลังอย่างคึกคักและมาได้ลุ้นจากจังหวะที่รามิเรสทำชิ่งกับเฟร็ดก่อนหลุดไปถึงสุดเส้นแล้วตบกลับเข้ามาแต่นอยเออร์ยังตบออกไปได้

และนาที 52 บราซิลพลาดโอกาสตีไข่แตกไปแบบไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่ออสการ์ได้ยิงในกรอบเขตโทษแบบเดี่ยวๆแต่ยังไปติดเซฟของนอยเออร์อีก

บราซิลเดินหน้าบุกอย่างหนักและนาทีต่อมาเป็นรามิเรสที่ตัดบอลได้ก่อนจ่ายให้เปาลินโญหลุดไปกดเดี่ยวแต่ก็ติดเซฟของนอยเออร์พยายามซ้ำอีกครั้งก็ยังติดเซฟออกหลังไปอีก

นาทีที่ 61 เยอรมันเกือบมาได้ประตูที่หกจากจังหวะที่มุลเลอร์ได้ปั่นด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษบอลกำลังมุดเสียบใต้คานอยู่แล้วแต่เซซาร์ยังปัดออกไปได้ทัน

ห้านาทีต่อมาเยอรมันทำเกมสวนกลับได้อย่างน่ากลัวจากจังหวะที่มุลเลอร์ไหลให้ชูร์เลได้หลุดเดี่ยวแต่เซซาร์ยังออกมาตัดบอลได้ทัน

และนาทีที่ 69 เยอรมันก็มาได้ประตูที่หกจนได้จากจังหวะที่ลาห์มเติมขึ้นมามารับบอลจากเคดิราทางขวาก่อนครอสเรียดเข้ามาให้ชูร์เลตัวสำรองวิ่งมาแปเข้าไปช่วยให้เจ้าภาพโดนทิ้งห่างออกไปเป็น 6-0

และนาทีที่ 78 เยอรมันก็มาทิ้งบราซิลออกไปเป็นเจ็ดลูกและเป็นชูร์เลตัวสำรองที่ยิงยัดเสาแรกบอลชนคานกระเด้งเข้าไปอย่างสวยงามช่วยให้บราซิลตามหลังเป็น 7-0 แล้ว

บราซิลพยายามโหมเพื่อหวังจะพยายามตีไข่แตกให้ได้และคราวนี้เป็นรามิเรสที่ได้ยิงจากหน้ากรอบเขตโทษแต่นอยเออร์ก็ยังล้มตัวรับไว้ได้

นาทีสุดท้ายบราซิลมาได้ประตูปลอบใจจากจังหวะที่ออสการ์ล็อบหลบบัวเต็งก่อนยิงผ่านนอยเออร์โล่งๆเข้าช่วยให้เจ้าภาพไล่มาเป็น 1-7

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ทำประตูกันเพิ่มไม่ได้จบเกมเป็นเยอรมันที่เอาชนะบราซิลไป 7-1 พร้อมเป็นสถิติการยิงประตูห่างที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้พร้อมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับผู้ชนะระหว่างฮอลแลนด์หรืออาร์เจนตินาที่จะลงแข่งในวันพรุ่งนี้

Topics