เจ้าภาพโชว์! ชิลีโหดจัดอัดโบลีเวียยับ 5-0 ซิวแชมป์กลุ่มเอ

เจ้าภาพโชว์ฟอร์มดุส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยการถล่ม โบลิเวีย ขาดลอย 5-0 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองฯในฐานะแชมป์กลุ่มเอ โดยไปรอพบทีมอันดับสามที่ดีที่สุดของกลุ่มบีและซี

การแข่งขันฟุตบอล โคปา อเมริกา 2015 กลุ่มเอ นัดสุดท้าย ณ สนามเอสตาดิโอ นาซิอองนาล จูลิโอ ระหว่าง ชิลี ในฐานะเจ้าภาพและเป็นอดีตรองแชมป์ 4 สมัย พบ โบลิเวีย อดีตแชมป์ 1 สมัยในปี 1963

ฆอร์เก้ ซามเปาลี เทรนเนอร์คู่บุญของขุนพล 'ลา โรฆา' เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียงรายเดียวเท่านั้นจากเกมนัดก่อน ที่ทำได้เพียงเสมอกับ เม็กซิโก ไปแบบสุดมัน 3-3 โดยถอดเอา มิโก้ อัลบอร์นอซ ออกไปพักที่ซุ้มม้านั่งสำรองแล้วจัดการส่ง ฆวน บัวเซฮูร์ ลงมาเล่นแทน พร้อมปรับหมากเป็นระบบ 4-4-2 โดยให้ อเล็กซิส ซานเซซ กับ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ยืนเป็นคู่หน้าไล่ล่าตาข่ายเช่นเคย

ขณะที่ โบลิเวีย ของกุนซือ เมาริซิโอ โซเรีย ยังคงจัดทัพมาในระบบ 4-5-1 ตามสไตล์ถนัดเช่นเคย โดยวาง มาร์เชโล มาร์ตินส์ โมเรโน เป็นหัวหอกตัวเป้า และมี พาโบล เอสโคบ้า, มาร์ติน สเม็ดเบิร์ก-เดอร์เลนซ์, วอลเตอร์ ไวน์ไซก้า, อเลฮานโดร ซูมาเซโร กับ ริคาร์โด้ เปดรีล คอยเติมเกมสนับสนุน

สิ้นเสียงนกหวีดเริ่มเกมไม่ถึง 3 นาที ชิลีมาได้ประตูออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ แกรี เมเดล สาดยาวจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษให้ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส เกี่ยวบอลย้อนหลังให้ ชาร์ลส อรันกิซ วิ่งมากดด้วยขวาเต็มข้อ ส่งบอลผ่านมือ โรเมล กีโนเนซ เสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้เจ้าภาพขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นประตูที่เร็วที่สุดของชิลีในรายการนี้ นับตั้งแต่ปี 1979 ที่ถล่ม เวเนซูเอลา ขาดลอย 7-0  

จากนั้นนาทีที่ 19 เจ้าภาพเกือบบวกสกอร์ที่สอง จากจังหวะฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องมาทางฝั่งซ้าย และเป็น อเล็กซิส ซานเซซ ดาวซัลโวของสโมสรอาร์เซนอล รับหน้าที่ปั่นด้วยขวา บอลโค้งข้ามกำแพงก่อนฮุคเช็ดเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 31 ชิลีมีโอกาสลุ้นประตูเพิ่มอีกครั้ง จากจังหวะฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลากลางประตู และเป็น อเล็กซิส ซานเซซ เจ้าเก่ารับหน้าที่ปั่นด้วยขวาตามสเต็ปเดิม ส่งบอลพุ่งไปชนเสาอย่างจัง ก่อนที่แนวรับ โบลิเวีย จะช่วยเคลียร์ออกไปได้อย่างหวุดหวิด

Goal! กระทั่งนาทีที่ 37 ชิลีมาบวกสกอร์เพิ่มจนได้ จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ พาบอลมาเองจากกลางสนาม ก่อนไหลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาให้ ฆอร์เก้ วัลดิเวียร์ ตวัดเข้ากลางแบบไม่ต้องจับ และเป็น อเล็กซิส พุ่งตอร์ปิโตบกโหม่งเสียบเสาไกลเข้าประตูไป ชิลีหนีห่างเป็น 2-0 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ 

กลับมาเล่นในครึ่งหลัง ฆอร์เก้ ซามเปาลี ตัดสินใจพัก 2 ผู้เล่นสำคัญทันที เนื่องจากสกอร์ขาดแล้ว โดยถอดเอา อเล็กซิส ซานเซซ กับ อาร์ตูโร วิดัล ออกไปพักที่ข้างสนามแล้วจัดการส่ง มาติอัส เฟร์นานเดซ กับ อันเจโล เอ็นริเกซ หัวหอกดาวรุ่งจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงมาเล่นแทน

เพียงนาทีที่ 48 กลายเป็นโบลีเวียที่มีโอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ มาร์เชโล มาร์ตินส์ โมเรโน ลากลุยมาเองคนเดียว ก่อนตวัดยิงหักข้อด้วยซ้ายนอกกรอบ แต่ว่า เคลาดิโอ บราโว ยังปฏิกิริยาไวล้มตัวตะครุปเข้าซองไว้ได้แบบเหนียวหนึบ

แต่แล้วนาทีที่ 66 ชีลีมาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ มาติอัส เฟร์นานเดซ แทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ อันเจโล เอ็นริเกซ ปาดลาดไปเสาไกลให้ ชาร์ลส อรันกิซ ดึงหลอกแนวรับโบลิเวียหนึ่งจังหวะและงัดบอลข้ามตัว โรเมล กีโนเนซ เข้าไปนอนจมก้นตาข่าย พร้อมกับเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

เท่านั้นไม่พอ นาทีที่ 79 เจ้าภาพมาได้ประตูที่สี่ จากจังหวะการประสานงานอันยอดเยี่ยม เมื่อ แกรี เมเดล แทงฝากบอลขึ้นหน้าให้  มาติอัส เฟร์นานเดซ ส่งย้อนกลับหลังไปให้ ฆอร์เก้ วัลดิเวียร์ บรรจงตักหยอดเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น เมเดล คนเดิมสอดขึ้นมาพักอกแต่งหนึ่งจังหวะ ก่อนกระดกข้ามหัว โรเมล กีโนเนซ เข้าไปอย่างเหนือชั้น ชิลีทิ้งห่างเป็น 4-0

ท้ายเกมนาทีที่ 86 ชิลีมาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่  มาติอัส เฟร์นานเดซ ถ่ายออกไปทางริมเส้นฝั่งขวาให้ อันเจโล เอ็นริเกซ เปิดยัดเข้าไปในกรอบเขตโทษบอลแฉลบขา โรนัลด์ รัลเดส กองหลังกัปตันทีมโบลีเวียเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป ช่วยให้เจ้าภาพทิ้งห่างเป็น 5-0

จบเกม ชิลี โชว์ฟอร์มดุไล่ถล่ม โบลิเวีย ขาดลอย 5-0 เก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน คว้าแชมป์กลุ่มเอไปครอง โดยผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปรอพบทีมอันดับสามที่ดีที่สุดจากกลุ่มบีและซี ขณะที่ โบลิเวีย ผ่านเข้ารอบก่อนรองฯในฐานะรองแชมป์กลุ่ม มี 4 คะแนนจาก 3 นัด โดยเตรียมเข้าไปรอพบรองแชมป์จากกลุ่มซี