เจิดฮีโร่! เหมาสองพาหงส์เชือดจอมโหด 2-1 ลิ่วชนโบลตัน

หลังประกาศอำลาในช่วงก่อนหน้านี้ สตีวี่จีก็โชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการเหมาคนเดียวสองประตูช่วยให้ทีมบุกมาเอาชนะเดอะ เครซี แก๊งส์พร้อมผ่านเข้ารอบต่อไปไปเจอกับเดอะ ทร็อตส์เตอร์

นีล อาร์ดลีย์ กุนซือเจ้าถิ่นตัดสินใจวางอเดบาโย อคินเฟวาหัวหอกร่างใหญ่ยืนเป็นกองหน้าคู่กับแม็ธธิว ทับส์โดยมีจอร์จ ฟานคอมบ์และฌอน ริกก์ทำเกมริมเส้น

ด้านเบรนแดน ร็อดเจอร์สเกมนี้ตัดสินใจพักราฮีม สเตอร์ลิง และให้โอกาสริคกี้ แลมเบิร์ตยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าโดยมีฟิลิปเป้ คูตินโญทำเกมสนับสนุน โดยตรงกลางเป็นสตีเวน เจอร์ราร์ดที่เพิ่งประกาศลาทีมไปยืนทำเกมร่วมกับจอร์แดน เฮนเดอร์สันและลูคัส เลวา

เริมเกมมาแค่แปดนาทีเป็นวิมเบิลดันที่มาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ทีมทุ่มเข้ามาอคินเฟวาโขกต่อให้ริกก์โหม่งต่อไปถึงทับส์หลุดเดี่ยวไปยิงด้วยซ้ายแต่บอลผ่านหน้าปากประตูออกไปนิดเดียว

และนาทีที่ 12 ลิเวอร์พูลที่มาได้ลุ้นครั้งแรกก็มาได้ประตูออกนำทันทีจากจังหวะที่มานกีโยได้บอลทางขวาก่อนเปิดเข้ามาให้เจอร์ราร์ดสอดเข้ามาโขกเข้าประตูไปช่วยให้ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน 1-0

นาทีที่ 28 วิมเบิลดันเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่บอลขลุกขลิกในเขตโทษก่อนเด้งมาเข้าทางริกก์ได้วอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อแต่มิโญเลต์ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดด้วยปลายมือออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

วิมเบิลดันยังเป็นทีมที่มีโอกาสลุ้นแบบชัดเจนและในนาทีที่ 33 ก็มาได้ลุ่นอีกครั้งจากจังหวะที่สเคอร์เทลโหม่งพลาดมาเข้าทางทับส์วอลเลย์ด้วยซ้ายบอลผ่านเสาสองออกหลังไปอีก

และนาทีที่ 36 เดอะ เครซี แก๊งส์ก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากลูกเตะมุมที่เปิดเข้ามาและบอลขลุกขลิกไปชนคานก่อนเด้งมาเข้าทางอคินเฟวาซ้ำเข้าประตูไปช่วยให้วิมเบิลดันไล่มาเป็น 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมาแค่สองนาทีวิมเบิลดันเกือบมาได้ประตูพลิกขึ้นนำจากลูกเตะมุมอีกแล้วและคราวนี้เป็นบาร์เร็ตต์แต่เจอร์ราร์ดยังโขกทิ้งออกมาจากเส้นได้

วิมเบิลดันยังเป็นฝ่ายได้บุกกดดันอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังหาจังหวะลุ้นเพิ่มเติมไม่ได้และในนาทีที่ 62 ลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากฟรีคิกและเป็นเจอร์ราร์ดที่รับหน้าที่ปั่นเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนขึ้นนำเป็น 2-1

แต่นาทีต่อมาวิมเบิลดันเกือบมาได้ประตูตีเสมอทันควันจากจังหวะที่บูลแมนได้วอลเลย์ด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 69 ลิเวอร์พูลเกือบมาได้ประตูฝังจากจังหวะที่เจอร์ราร์ดพาบอลลุยขึ้นมาก่อนจ่ายให้แลมเบิร์ตแปด้วยขวาแต่ยังไปติดขาของเชออกหลังไป

ในช่วงยี่สิบนาทีสุดท้ายเบรนแดน ร็อดเจอร์สเริ่มเปลี่ยนตัวสำรองลงมาโดยส่งโฆเซ เอ็นริเก้และมาริโอ บาโลเตลลีลงมาเล่นแทนฆาเบียร์ มานกีโยและริคกี้ แลมเบิร์ต

นาทีที่ 82 ลิเวอร์พูลน่ามาได้ประตูฝังจากจังหวะที่บาโลเตลลีจ่ายให้เจอร์ราร์ดตอกส้นไปถึงคูตินโญแปโล่งๆด้วยขวาแต่เชยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกมาได้อีก

ช่วงเวลาที่เหลือวิมเบิลดันพยายามบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้แต่เกือบมาโดนสตีเวน เจอร์ราร์ดทำแฮตทริกใส่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแต่สุดท้ายก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมลิเวอร์พูลบุกมาเฉือนชนะไป 2-1 ผ่านเข้ารอบต่อไปไปเจอกับโบลตัน ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ

Topics