เจมส์เบิ้ล!โคลอมเบียอัดจอมโหด 2-0 ลิ่วชนแซมบ้ารอบก่อนรอง

จอมทัพจากโมนาโกกลายเป็นฮีโร่ของโคลอมเบียหลังเหมาคนเดียวสองประตูช่วยให้ทีมของเขาเอาชนะเพื่อนร่วมทวีปไปได้สำเร็จ โดยจะผ่านเข้าไปเจอกับทีมเจ้าภาพในรอบต่อไป

โฮเซ เปเกร์มันน์ ตัดสินใจส่งแจ็คสัน มาร์ติเนซที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าไหร่ลงมาเป็นเป็นตัวจริงในเกมนี้โดยจะได้จับคู่ในแดนกลางร่วมกับทีโอฟิโล กูเตียร์เรซ ส่วนแดนกลางมีเจมส์ โรดริเกซเป็นตัวบัญชาการ

ด้านออสการ์ ตาบาเรซ เกมนี้ไม่หลุยส์ ซัวเรซที่ติดโทษแบนยาวทำให้ดีเอโก้ ฟอร์ลันได้รับโอกาสลงมาเล่นแทนโดยจะได้จับคู่กับเอดินสัน คาวานี

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมเล่นหนักใส่กันเลยและเป็นโคลอมเบียที่บุกได้มากกว่าและมาได้ลุ้นตั้งแต่นาทีที่ 5 จากลูกฟรีคิกและเป็นเจมส์ที่อาสาปั่นด้วยซ้ายแต่มุสเลรายังปัดทิ้งออกมาได้

โคลอมเบียยังมาได้ลุ้นทำประตูขึ้นนำอย่างต่อเนื่องและในนาทีที่ 12 ก็เป็นซูนิก้าที่เติมขึ้นมาก่อนตะบันด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษมุสเลราซองแตกแต่ยังตามมาเก็บบอลได้ทันก่อนจะมีใครเข้ามาซ้ำ

โคลอมเบียยังเป็นฝ่ายทำเกมได้ดีกว่าและก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 28 จากจังหวะที่เจมส์ โรดริเกซโชว์ความเหนือชั้นหลังเก็บตกบอลได้บริเวณหน้ากรอบเขตโทษด้วยการพักอกหนึ่งจังหวะก่อนกลับตัวยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงามช่วยให้โคลอมเบียขึ้นนำเป็น 1-0 พร้อมดันให้เพลย์เมกเกอร์จากโมนาโกทะยานขึ้นไปเป็นดาวซัลโวร่วมของศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้หลังยิงไปแล้ว 4 ประตู

พอตกเป็นฝ่ายตามหลังอุรุกวัยก็เริ่มสร้างเกมบุกขึ้นมาและเกือบมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 33 จากลูกฟรีคิกและเป็นคาวานีที่รับหน้าที่สังหารแต่บอลพุ่งข้ามคานออกไปนิดเดียว

และหกนาทีต่อมาอุรุกวัยพลาดโอกาสตีเสมอไปอย่างไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่กองหลังโคลอมเบียสกัดกันไม่ดีและมาเข้าทางของอัลวาโร เปไรราตั้งป้อมวอลเลย์ด้วยขวาแต่ออสพินายังปัดออกไปได้แบบหวุดหวิดก่อนที่ครึ่งแรกจะไม่มีสกอร์เพิ่มเติม หมด 45 นาที โคลอมเบียนำทัพจอมโหดอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาเป็นอุรุกวัยที่บุกอย่างหนักเพื่อหวังที่จะตีเสมอให้ได้โดยไวแต่กลับไม่คมเองและในนาทีที่ 50 พวกเขาก็มาโดนทำประตูทิ้งห่างจากจังหวะที่อาร์เมโรเติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดไปเสาสองให้กัวดาร์โด้โขกกลับเข้ามาให้เจมส์ โรดริเกซยิงเข้าไปง่ายๆช่วยให้โคลอมเบียทิ้งห่างจอมโหดไปเป็น 2-0 พร้อมทำให้เจมส์ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวของศึกฟุตบอลโลก ณ ตอนนี้

พอโดนนำห่างตาบาเรซก็เริ่มอยู่เฉยไม่ได้และตัดสินใจส่งคริสเตียน สตูอานีและกาสต็อง รามิเรซลงมาเล่นแทนดีเอโก้ ฟอร์ลันและอัลวาโร เปไรรา

และนาทีที่ 59 อุรุกวัยมาได้โอกาสลุ้นจะครั้งแรกในครั้งจากจังหวะที่ริออสยิงไปติดบล็อคก่อนที่อัลบาโร กอนซาเลซจะยิงซ้ำบอลกำลังพุ่งเสียบมุมอยู่แล้วแต่ออสพินายังรับไว้ได้

นาทีที่ 64 อุรุกวัยเริ่มมาได้ลุ้นเรื่อยๆและคราวนี้เป็นคริสเตียน โรดริเกซที่ได้ส่องด้วยซ้ายแต่ดาวิด ออสพินายังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกมาได้

จอมโหดยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องและเริ่มเป็นฝ่ายลุ้นทำประตูอยู่งฝ่ายเดียวและนาทีที่ 75 ก็มาได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกเตะมุมและเป็นฆิเมเนซที่ได้โขกแต่บอลยังไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 79 อุรุกวัยน่ามาได้ประตูตีไข่แตกเป็นอย่างมากหลังอกีร์ลาเป็นคนที่สกัดพลาดและเป็นแม็กซี เปไรราที่หลุดไปกระโดดยิงแต่ออสพินายังออกมาปิดมุมได้ทัน

นาทีที่ 85 ยังเป็นอุรุกวัยที่ได้บุกอย่างหนักและมาไ้ดลุ้นอีกครั้งและคราวนี้เป็นเอดิสัน คาวานีที่ได้เก็บตกวอลเลย์จากนอกกรอบเขตโทษแต่ออสพินาก็ยังเหนียวปัดออกหลังไปได้อีก

ช่วงเวลาที่เหลืออุรุกวัยยังบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถทำประตูตีไข่แตกได้ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นโคลอมเบียที่เอาชนะไป 2-0 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับเจ้าภาพอย่างบราซิล

Topics