เอเอฟซีชี้ทีมได้สิทธิ์ACLต้องมีคลับไลเซนซิ่ง ทีพีแอลเผยสนามผ่านแค่5

AFC ชี้ชัดคลับไลเซนซิงสำคัญต่อทีมที่จะเข้าร่วมศึก ACL ในฤดูกาลหน้า โดยหัวข้อสำคัญคือเรื่องสนามแข่งขันที่ต้องได้ระดับ A Class โดยที่ประเทศไทยมีเพียง 5 สนามเท่านั้น

สตีฟ คิม หัวหน้าคณะผู้แทนของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย พร้อมด้วย ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด แถลงข่าวผลการตรวจมาตรฐานสนามแข่งขันของ 6 สโมสรในศึกไทยพรีเมียร์ลีก ที่ โรงแรมหัวช้างเฮอร์ริเทจ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา

สำหรับ 6 สนามที่เจ้าหน้าที่เอเอฟซีมาประเมินในปีนี้ประกอบด้วย สนามลีโอ สเตเดี้ยม ของบางกอกกล๊าส เอฟซี, สนามแพท สเตเดี้ยม ของสิงห์ท่าเรือ, สนามกีฬากลาง จ.ราชบุรี ของราชบุรี มิตรผล เอฟซี ,สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี ของสุพรรณบุรี เอฟซี และสนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ของบีอีซี-เทโร ศาสน

สตีฟ คิม กล่าวว่า “ในปีนี้เอเอฟซีมีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การประเมินประเทศที่จะได้สิทธิ์เข้าร่วมเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อคือ 1 .คะแนนสะสมซึ่งแยกเป็น 30% จากผลงานทีมชาติ และ 70% ผลงานของสโมสรในฟุตบอลถ้วยเอเชีย โดยนับตั้งแต่ปี 2011 2. มาตรฐานของสมาคมฟุตบอลฯ ภาพรวมของการจัดลีก 3คลับไลเซนซิ่งของแต่ละสโมสรซึ่งหากสโมสรใดไม่ได้รับคลับไลเซนซิ่งจากสมาคมฟุตบอลของประเทศและไม่ผ่านกฏเกณฑ์ของเอเอฟซี แม้จะได้สิทธิ์ก็จะไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้”

“สำหรับเกณฑ์การได้รับคลับไลเซนซิ่งนั้น ได้แก่ โครงสร้างของสโมสร การมีทีมเยาวชน สัญญาว่าจ้างโค้ช,นักเตะ ใบอนุญาตทำงานของโค้ช รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ในแต่ละฝ่าย ,สนามแข่งขันต้องได้มาตรฐาน A Class 3เจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่งต้องมีความรู้เรื่องคลับไลเซนซิ่ง โดยสมาคมฟุตบอลจะต้องส่งชื่อทีมที่ได้คลับไลเซนซิ่งมายังเอเอฟซีภายใน31 ตุลาคม ส่วนโควต้าของแต่ละประเทศในการได้สิทธิ์ร่วมแข่งขันเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก จะประกาศวันที่ 29 พ.ย.”

นอกจากนี้ หัวหน้าคณะผู้แทนของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมการมาตรวจสโมสรทั้ง 6 ของไทยในครั้งนี้นั้นบางสโมสรมีการพัฒนาที่ดีขึ้นส่วนบางสโมสรก็ยังไม่มีการพัฒนาที่ชัดเจน ที่น่าเป็นห่วงคือบางสโมสรเจ้าหน้าที่บางฝ่ายยังไม่เข้าใจเรื่องคลับไลเซนซิ่งซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ด้าน องอาจ ก่อสินค้า กล่าวเสริมว่าว่า “สำหรับประเทศไทยมี 5 สนามแข่งขันที่ได้มาตรฐาน A Class ซึ่งเป็นหัวข้อสำคัญในการได้รับคลับไลเซนซิ่ง คือ เมืองทอง ยูไนเต็ด ,ชลบุรี เอฟซี ,บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ,บางกอกกล๊าส และ เพื่อนตำรวจ โดยทีพีแอลตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปี จะออกระเบียบให้ทุกทีมต้องได้สนาม A Class ทั้งหมด แต่เรื่องนี้เราต้องผ่านมติบอร์ดทีพีแอลก่อน"