เฮก่อนโฮ! ผีออกสตาร์ตหรูก่อนพลิกพ่ายจิ้งจอกสยาม 3-5

ปีศาจแดงต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปอย่างพลิกล็อค เมื่อบุกมานำจิ้งจอกสยามถึง 3-1 ก่อนจะโดนยิงแซง 4 ลูกรวด กลับแมนเชสเตอร์ไปแบบหมดสภาพ

ไนเจล เพียร์สัน กุนซือเจ้าบ้าน ใช้อดีตแข้งเยาวชนของปีศาจแดงลงสนามเจอทีมเก่าถึง 2 ราย คือ ริทชี เด ลาเอต์ และ ดาเนียล ดริ้งค์วอเทอร์ ด้านแนวรุกยังวาง เลโอนาร์โด้ อูญัว หอกฟอร์มแรงของทีมลงยืนเป็นหน้าเป้าเหมือนเดิม

ด้านทีมเยือนของ หลุยส์ ฟาน กัล มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากเกมที่แล้วซึ่งถล่มคิวพีอาร์ไปถึง 4-0 เพียงรายเดียว คือ ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงชาวโคลัมเบีย ที่โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกแทนที่ของ ฆวน มาต้า

เริ่มเกมมาเป็นยูไนเต็ดที่มีโอกาสจะแจ้งก่อน ในนาทีที่ 10 จกาจังหวะไหลทะลุช่องของ ดิ มาเรีย ให้ ฟาน เพอร์ซี หลุดกับดักล้ำหน้าสอดมายิงด้วยซ้ายไปติดเซฟของ แคสเปอร์ ชไมเคิล ออกหลังไป

แต่แล้วในนาทีที่ 13 ปีศาจแดงก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากจังหวะกระชากบอลมาทางฝั่งซ้ายของ ฟัลเกา ก่อนจะโยนด้วยซ้ายถวายพานให้ ฟาน เพอร์ซี โหม่งไปแฉลบ เลียม มัวร์ เข้าประตูไป ทำให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0

หลังจากนั้น ยูไนเต็ดเริ่มได้ใจ เมื่อมาได้ลูกที่สองเพิ่ม ในนาทีที่ 16 จากจังหวะที่ รูนีย์ จ่ายให้ ดิ มาเรีย งัดบอลเสียบคานเข้าไปอย่างเหนือชั้น ส่งให้ยูไนเต็ดหนีเป็น 2-0

แต่ถัดมาแค่นาทีเดียวเท่านั้น เลสเตอร์ ก็สามารถตีไข่แตกได้สำเร็จ จากจังหวะที่ เจมี วาร์ดี้ โฉบชิงบอลมาจาก โรโฆ ได้ ก่อนจะตามไปเปิดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาให้ อูญัว ขึ้นโขกเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้จิ้งจอกสยามไล่มาเป็น 1-2

นาทีที่ 27 ยูไนเต็ด มีจังหวะหวาดเสียวอีกครั้ง จากลูกที่ ดาลีย์ บลินด์ ได้เก็บตกบอลที่แถวสอง ก่อนจะวอลเลย์ด้วยซ้ายข้างถนัดไปตรงตัว ชไมเคิล คว้าบอลเข้าซองไว้ได้

ข่าวร้ายต้องมาเยือนปีศาจแดง ในนาทีที่ 30 เมื่อ จอนนี อีแวนส์ บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องเปลี่ยน คริส สมอลลิง ลงมายืนเป็นปราการหลังตัวกลางคู่กับ ไทเลอร์ แบล็คเกตต์ แทน

นาทีที่ 36 ยูไนเต็ด มีโอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ บลินด์ จ่ายให้ โรโฆ ซึ่งเติมเกมรุกขึ้นมา ได้ส่องไกลด้วยซ้าย แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 41 โรโฆ ได้โอกาสทำประตูอีกครั้ง จากการโหม่งลูกเปิดเตะมุมฝั่งขวาของ ดิ มาเรีย แต่บอลยังก็ยังข้ามคานออกไปเหมือนเดิม

หลังจากนั้น ทีมเยือนเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้มากกกว่า ส่วนเจ้าบ้านอาศัยการตั้งรับแล้วรอสวนกลับเร็ว แต่ก็ยังไม่มีทีมใดบวกสกอร์เพิ่มได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรกเป็นปีศาจแดงที่บุกมานำอยู่ 2-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูที่สอง ในนาทีที่ 48 จากจังหวะที่ รูนีย์ เปิดหยอดให้ ฟัลเกา เกี่ยวบอลลงก่อนจะดีดด้วยขวา แต่บอลย้อยไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

กระทั่งนาทีที่ 57 ปีศาจแดงก็มาได้ลูกที่สามเพิ่มสำเร็จ จากจังหวะที่ ฟาน เพอร์ซี ไปเก็บบอลจากลูกชุลมุนหน้าปากประตูเลสเตอร์มาได้ ก่อนจะไหลย้อนมาแถวสองให้ ดิ มาเรีย แปอัดด้วยซ้ายไปเข้าทาง อันเดร์ เอร์เรรา ที่หันหลังให้ประตูอยู่ ตัดสินใจไขว้บอลผ่านมือ ชไมเคิล เข้าสู่ก้นตาข่าย ทำให้ทีมเยือนหนีห่างเป็น 3-1

แต่เจ้าบ้านยังไม่ยอมง่ายๆ เมื่อมาได้จุดโทษ ในนาทีที่ 62 จากจังหวะที่ ราฟาเอล ไปดึง วาร์ดี้ ล้มลงในเขตโทษ และเป็น เดวิด นิวเจนท์ ที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ให้จิ้งจอกสยามไล่มาเป็น 2-3

จากนั้น เลสเตอร์ ยิ่งได้ใจ เมื่อมาตีเสมอได้สำเร็จ ในนาทีที่ 64 จากจังหวะที่ ดีน แฮมมอนด์ ยิงไปติด วาร์ดี้ ก่อนที่บอลจะเข้าทาง กัมบิอัสโซ กดเต็มข้อจากแถวสองด้วยซ้ายข้างถนัด บอลเรียดผ่านมือ เด เฮอา เข้าประตูไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 3-3

เกมกลับตาลปัตรเมื่อ เลสเตอร์ เกือบจะพลิกขึ้นนำได้ ในนาทีที่ 76 จากจังหวะที่แบ็คขวาอย่าง เด ลาเอต์ เลี้ยงตัดเข้าในก่อนจะไหลจ่ายให้ แอนดี้ คิง ตัวสำรอง ได้ยิงด้วยขวา แต่บอลถากเสาออกไปอย่างหวุดหวิด

แต่แล้วในนาทีที่ 79 จิ้งจอกสยามก็มาพลิกขึ้นนำจนได้ จากจังหวะที่ มาต้า ตัวสำรองของปีศาจแดง โดน ฉกบอลไปได้ ก่อนจะกระชากขึ้นมาทางกราบขวาแล้วจ่ายให้ วาร์ดี้ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือ เด เฮอา เข้าไป ทำให้เลสเตอร์ เป็นฝ่ายขึ้นนำบ้างที่ 4-3

ทุกอย่างกลับมาเป็นใจให้เลสเตอร์แบบหมดสิ้น เมือมาได้จุดโทษเป็นครั้งที่สอง ในนาทีที่ 83 จากจังหวะที่ แบล็คเกตต์ ไปสกัด วาร์ดี้ ล้มลงในเขตโทษ ซึ่งทำให้กองหลังรายนี้โดนใบแดงไล่ออกจากสนารมไปด้วย ก่อนที่ อูญัว จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ทำให้เลสเตอร์หนีห่างเป็น 5-3

หลังจากนั้น ยูไนเต็ด เริ่มถอดใจยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว ทำให้จบ 90 เป็นเลสเตอร์ที่แซงเอาชนะไปได้แบบพลิกล็อค 5-3 เก็บสามแต้มได้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน ขณะที่ปีศาจแดงปราชัยเป็นนัดที่สองแล้วในฤดูกาลนี้

Topics