เฮอร์ริเคนเข้า!! ไก่ปิดเล้าหักกระบอกปืน 2-1 ตีปีกขึ้นท็อปโฟร์

พายุเข้าลอนดอนกองหน้าวัยฉกรรจ์ชาวผู้ดี โชว์ฟอร์มฉกาจอีกครั้ง หลังเหมาสองประตู พาไก่เดือยทองพลิกแซงไอ้ปืนใหญ่สุดมันส์ พร้อมผงาดขึ้นที่ 4 เรียบร้อยแล้ว

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เฮ้ดโค้ชเจ้าถิ่น ปรับทัพเพียง 2 ตำแหน่งจากเกมเมื่ออาทิตย์ก่อน ที่บุกถล่ม เวสบรอมวิช อัลเบี้ยน 0-3 โดยถอด เฟเดริโก้ ฟาซิโอ กับ เปาลินโญ ไปพักที่ม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง เอริค ไดเออร์ กับ นาบิล เบนทาเล็บ ลงทำหน้าที่แทน ส่วนแนวรุกยังฝากความหวังไว้กับ แฮร์รี เคน เช่นเคย หลังกดประตูในลีกไป 10 ลูกแล้วในฤดูกาลนี้

ด้าน อาร์แซน เวงเกอร์ ที่คุมทัพไอ้ปืนใหญ่ลงฟาดแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นเกมที่ 700 พอดิบพอดี สร้างเซอร์ไพรส์เล็กน้อยในการจัดขุมกำลัง หลังส่ง แดนนี เวลเบ็ค ที่พึ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามเป็น 11 ตัวจริงได้อีกครั้ง โดยถูกส่งลงแทน ธีโอ วัลคอตต์ ขณะที่ตำแหน่งอื่นยังเป็นหน้าเดิมๆ นำโดย ดาวิด ออสปินา (ผู้รักษาประตู), ซานติ กาซอร์ลา, เมซุต โอซิล และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

เปิดฉากเกมมาเพียง 4 นาที สเปอร์สได้โอกาสทักทายแบบจะๆ ก่อนเลย จากจังหวะที่ แฮร์รี เคน ลองปั่นด้วยขวาจากระยะประมาณ 23 หลาทิศทางบอลกำลังจะพุ่งเสียบเสาไกลอยู่แล้ว ทว่า ดาวิด ออสปินา โชว์ซูเปอร์เซฟ พุ่งปัดสุดปลายมือส่งบอลออกหลังไปอย่างเหลือเชื่อ

แต่แล้วนาทีที่ 11 กลับกลายเป็นทีมเยือนอย่างอาร์เซนอลที่บุกมานำก่อน จากจังหวะที่ แดนนี เวลเบ็ค โชว์สปีดต้นวิ่งแซง แดนนี โรส มาทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนปาดเลียดเข้าไปในเขตโทษให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยิงแป็กแต่กลายเป็นดีเข้าทาง เมซุต โอซิล ที่ยืนอยู่ในไลน์เดียวกับ เอริค ไดเออร์ กระโดดแปด้วยซ้ายระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0

หลังจากเสียประตูไป ทำให้สเปอร์สตั้งหน้าตั้งตาโหมบุกอย่างหนัก และในนาทีที่ 20 พวกเขาก็ได้จังหวะลุ้นประตู จากลูกที่ นาบิล เบนทาเล็บ แตะเข้าซ้ายก่อนกดเลียดจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งผ่านเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมา 2 นาทีเจ้าถิ่นได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ มุสซา เดมเบเล่ ป้ายเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แดนนี โรส เติมขึ้นมากดเลียดด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่ ดาวิด ออสปินา ก็ยังล้มตัวปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 29 เจ้าบ้านน่าได้ประตูตีเสมอจริงๆ จากจังหวะที่ ไรอัน เมสัน ลองส่องไกลด้วยซ้ายเต็มข้อจากระยะประมาณ 30 หลา บอลกำลังจะพุ่งเสียบสามเหลี่มเสาแรกอยู่แล้ว แต่ ดาวิด ออสปินา ก็ยังยอดเยี่ยมเช่นเคยพุ่งปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด

ท้ายครึ่งแรกยังเป็นสเปอร์สที่แทบพับสนามบุกอยู่ข้างเดียว แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับอันแข็งแกร่งของอาร์เซนอลเข้าไปพังประตูตีเสมอได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรก ไอ้ปืนใหญ่ยังคงรักษาสกอร์นำไว้ได้ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลังยังเป็นสเปอร์สที่โหมบุกอย่างหนักเช่นเดิม และในนาทีที่ 56 พวกเขาก็มาพังประตูตามตีเสมอจนได้ จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งขวาที่ เอริค ลาเมลา โยนโค้งเข้าไปในเขตโทษให้ เอริค ไดเออร์ กระโดดโหม่งติดเซฟ ดาบิด ออสปินา แต่บอลดันกระดอนไปเข้าทางปืน แฮร์รี เคน แปสวนตูมเดียวเข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้สเปอร์สตามตีเสมอเป็น 1-1

ถัดมา 4 นาที อาร์เซนอลเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ นาโช มอนเรอัล แทงทะลุช่องให้ แดนนี่ เวลเบ็ค วิ่งมาปั่นด้วยขวาเต็มข้อ แต่ อูโก้ โยริส ยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด

ท้ายเกมนาทีที่ 86 สเปอร์สพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ นาบิล เบนทาเล็บ โยนโด่งจากฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษให้ แฮร์รี เคน คนเดิม โหนโหม่งส่งบอลย้อยเสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย ชนิดที่ ดาบิด ออสปินา ทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา ซึ่งนี่คือประตูที่ 12 ของ เคน ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เป็นจำนวนมากกว่าที่ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ซัดจนได้เป็นดาวซัลโวสูงสุดของ สเปอร์ส เมื่อฤดูกาลก่อนแล้ว (11 ประตู)

จบเกม สเปอร์ส เปิดบ้านเฉือนชนะ อาร์เซนอล 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ ขยับแซงหน้าเซาแธมป์ตัน ขึ้นมาอยู่ที่ 4 ของตารางเรียบร้อยแล้ว ส่วน อาร์เซนอล หล่นไปอยู่ที่ 6 ของตารางแทน