เฮอร์ริเคนเข้า! ไก่ปิดเล้าตีสิงห์กระเจิง 5-3

พายุถล่มเมืองลอนดอน เมื่อกองหน้าวัยฉกรรจ์โชว์ฟอร์มดุเดือด พาไก่เดือยทองขยี้จ่าฝูงไม่เหลือสภาพ

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เฮ้ดโค้ชเจ้าถิ่น เปลี่ยนแปลงผู้เล่น 3 ตำแหน่งจากเกมนัดที่แล้วที่เปิดบ้านยันเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 โดยถอด เบนจามิน สตอมบูลี, เบน เดวีส์ และ วลาด ชิริเชส ออกไปพักที่ม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง นาบิล เบนทาเล็บ, แดนนี โรส และ ไคล์ วอล์คเกอร์ ลงทำหน้าที่แทน

ด้านผู้มาเยือนของกุนซือ โชเซ มูริญโญ เกมนี้จัดผู้เล่นชุดใหญ่ใส่เต็มสูบหวังเก็บชัยชนะเพื่อรักษาระยะห่างจากรองจ่าฝูงต่อไป นำทัพโดย ธิโบต์ กูร์ตัวส์ (ผู้รักษาประตู), จอห์น เทอร์รี่, เชสก์ ฟาเบรกาส, ออสการ์, เอเด็น อาซาร์ และ ดิเอโก้ คอสต้า

เริ่มเกมมาได้เพียง 13 นาที สเปอร์สต้องมาเสียโควต้าเปลี่ยนตัวไปโดยปริยาย เนื่องจาก ไรอัน เมสัน มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวอังกฤษเกิดอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ โปเช็ตติโน ตัดสินใจส่ง มุสซา เดมเบเล่ ลงเล่นแทน

Goal!! นาทีที่ 18 ประตูแรกของเกมนี้ก็เกิดขึ้นจนได้ และเป็นฝั่งทีมเยือนอย่าง เชลซี ที่ยิงประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ โชว์สเต็ปพริ้วแหวกแนวรับเจ้าถิ่นเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาก่อนยิงหักข้อชนเสาไกล บอลกระดอนเข้าทาง ออสการ์ แปสวนด้วยซ้าย และเป็น ดิเอโก้ คอสต้า สะกิดบอลเปลี่ยนทางจากระยะเผาขนเข้าไปง่ายๆเลย เชลซีขึ้นนำ 1-0

หลังจากเสียประตูไปทำให้สเปอร์สเปิดเกมบุกหนักว่าเดิม และในนาทีที่ 30 พวกเขาก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ แฮร์รี เคน ลากตัดจากกราบซ้ายเข้ากลาง ก่อนหาช่องส่องเลียดด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา ส่งบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ช่วยให้สเปอร์สตามตีเสมอเป็น 1-1

เกมทำท่าจะจบครึ่งแรกด้วยผลเสมออยู่แล้ว ทว่าก่อนหมดเวลานาทีเดียว กลายเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ คริสเตียน อีริคเซน ไหลทะลุช่องให้ นาเซอร์ ชาดลี ตวัดตามน้ำด้วยขวา บอลพุ่งชนเสาไกลก่อนกระดอนมาเข้าทาง แดนนี โรส ตามซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ สเปอร์สพลิกขึ้นนำเป็น 2-1

เท่านั้นไม่พอช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก แฟนบอลทีมเยือนก็แทบช็อคหลังทีมรักถูกทิ้งห่างอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ แฮร์รี เคน อาศัยความไววิ่งโฉบฉกบอลก่อนถูก แกรี่ เคฮิลล์ สกัดขาล้มลงในกรอบเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชี้เป็นลูกโทษของเจ้าถิ่นทันที และเป็น แอนดรอส ทาวน์เซนด์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด จบ 45 นาทีแรกเจ้าบ้านนำห่าง 3-1

เข้าสู่ครึ่งหลังไม่นาน เพียงนาทีที่ 52 เจ้าถิ่นก็มาขยับสกอร์หนีห่างเป็น 4-1 จากจังหวะที่ นาเซอร์ ชาดลี ไหลเข้าไปในเขตโทษให้ แฮร์รี เคน พลิกกลับตัวก่อนบรรจงแปเล่นทางด้วยขวา ส่งบอลพุ่งหนีมือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เสียบเสาไกลเข้าไปตุงตาข่าย สเปอร์สทิ้งห่างเป็น 4-1

ถัดมา 8 นาที ทีมเยือนมาได้ประตูไล่ตีตื้นห่างๆ จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ ทำชิ่งกับ เชสก์ ฟาเบรกาส ในกรอบเขตโทษ ก่อนเป็น อาซาร์ ที่ตามตะบันเลียดด้วยซ้ายเต็มข้อ ส่งบอลเสียบเสาเข้าไปนอนจมก้นตาข่าย ทำให้เชลซีไล่มาเป็น 2-4

จากนั้นทั้งคู่ก็เปิดหน้าแลกกันอย่างสุดมัน กระทั่งในนาทีที่ 78 เป็นฝั่งเจ้าบ้านที่มาได้ประตูที่ห้า จากจังหวะที่ แฮร์รี เคน พาบอลมาทางกราบซ้าย ก่อนไหลถวายพานเข้าไปในเขตโทษให้ นาเซอร์ ชาดลี แต่งเข้าขวาก่อนกดเลียดเสียบมุมสุดสวย ช่วยให้สเปอร์สทิ้งห่างเป็น 5-2

ท้ายเกมนาทีที่ 87 ทีมเยือนมามีความหวังเล็กเมื่อได้ประตูไล่มาเป็น 3-5 จากจังหวะที่ เอเด็น อาซาร์ ลากไปสุดเส้นหลังฝั่งขวาก่อนปาดเลียดไปหน้าปากประตู บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ยิงจังหวะแรกแป็กแต่ยังดีบอลหลุดไปเสาไกลเข้าทาง จอห์น เทอร์รี่ แปง่ายๆจากระยะไม่ถึง 3 หลาเข้าไปไม่เหลือ

จบเกมสเปอร์สเปิดบ้านเอาชนะเชลซีไป 5-3 เก็บสามคะแนนสำคัญ ขยับแซงอริตัวยงอย่าง อาร์เซนอล ขึ้นมาอยู่ที่ 5 ของตารางเรียบร้อยแล้ว ส่วน เชลซี ครองจ่าฝูงร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังมีประตูได้เสียเท่ากัน