เฮทีหลังดังกว่า!! ไก่อย่างดุเปิดเล้าจิกเบิร์นลีย์พรุน 4-2 ลิ่วชนจิ้งจอกสยาม

แม้ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนถึง 2 ประตู แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับไก่เดือยทอง หลังทวงคืน 4 ประตูรวด ลอยลำเข้าสู่รอบ 4 โดยจะไปเจอกับคู่แข่งร่วมลีกอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้

เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน ให้โอกาสนักเตะตัวสำรองหลายรายลงหาประสบการณ์ในเกมนี้ นำโดยกองหน้าตัวเป้าอย่าง โรแบร์โต้ โซลดาโด้ โดยมี แดนนี โรส, เปาลินโญ และแอนดรอส ทาวน์เซนด์ ทำเกมสนับสนุน

ด้าน ฌอน ไดค์ นายใหญ่เดอะ คลาเรตส์ วาง แซม โวล์คส เป็นกองหน้าคู่กับ มาร์วิน ซอร์เดลล์ โดยมี สกอตต์ อาร์ฟิลด์, เดวิด โจนส์, รอสส์ วัลเลซ และไมเคิล ไคจ์ลีย์ ทำเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

เริ่มเกมมาแค่สามนาทีเป็นเบิร์นลีย์ที่มาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว และเป็น เคย์แรน ทริปปิเยร์ ที่เปิดบอลเข้ามาให้ มาร์วิน ซอร์เดลล์ ยิงผ่านมือ มิเชล ฟอร์ม เข้าไปช่วยให้เดอะ คลาเรตส์ขึ้นนำ 1-0

Goal!! นาทีที่ 8 สถานการณ์ของเจ้าบ้านยิ่งแย่หนักไปกว่าเก่า หลังโดนทิ้งห่างออกไปจากลูกฟรีคิกที่ รอสส์ วัลเลซ ยิงไปแฉลบ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ เข้าประตูไปหมดสิทธิ์สำหรับ มิเชล ฟอร์ม ทำให้ทีมเยือนหนีห่างไปเป็น 2-0

ยิงกันสุดมันส์ เพราะเพียง 2 นาทีต่อมา เจ้าบ้านมาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เปิดโค้งจากกราบขวาเข้ามาในเขตโทษ บอลไปแฉลบ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ก่อนมาเข้าทาง เปาลินโญ เอี้ยวตัวฮาร์ฟวอลเลย์ด้วยขวาจากบริเวณหัวกระโหลก ส่งบอลเข้านอนซุกก้นตาข่ายอย่างสุดสวย ช่วยให้สเปอร์สไล่มาเป็น 1-2

ถัดมาในนาทีที่ 14 เจ้าถิ่นได้โอกาสลุ้นประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เปิดโค้งจากฝั่งขวาไปตรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษให้ แดนนี โรส ซัดเต็มข้อแฉลบผู้เ่ล่นทีมยือนออกหลังไป

หลังจากนั้น สเปอร์ส เป็นฝ่ายที่โหมบุกอย่างหนักหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้เร็วที่สุด และในนาทีที่ 20 พวกเขาก็เกือบทำได้สำเร็จ จากลูกที่ เบนจามิน สตอมบูลี ลองส่องไกลด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งเหินข้ามคานออกหลังไปแบบมีเสียวเหมือนกัน

นาทีที่ 44 แฟนบอลเจ้าถิ่นเกือบได้ลุกเฮกันลั่น จากจังหวะสวนกลับเร็วที่ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ พาบอลเลี้ยงมาทางกราบขวาก่อนปาดเข้ากลางให้ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ซัดไปชนคานอย่างจัง พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย

เกมทำท่าจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าวอยู่แล้ว ทว่าช่วงทดเจ็บ สเปอร์สมาพังประตูตีเสมอจนได้ จากจังหวะที่ เบน เดวีส์ กระชากมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนตบเข้าในให้ เปาลินโญ ส่งต่ออีกครั้งให้ เอเตียน กาปู ตะบันเลียดเข้าไปตุงตาข่าย สเปอร์สตามตีเสมอได้สำเร็จ 2-2 และก็จบครึ่งแรกทันที

เริ่มครึ่งหลังได้เพียงไม่กี่อึดใจ นาทีที่ 49 สเปอร์สกลายเป็นฝ่ายที่พลิกขึ้นนำได้บ้าง จากจังหวะที่ เปาลินโญ เปิดลูกเตะมุมโค้งเข้ามาในเขตโทษให้ วลาด ชิริเชส แบ็คขวาตัวเก่งลอยตัวโขกเต็มศรีษะ ส่งบอลเข้าไปนอนจมก้นตาข่าย สเปอร์สพลิกขึ้นนำเป็น 3-2

ถัดมา 3 นาที่ สนามไวท์ ฮาร์ท เลนแทบแตก เมื่อเจ้าบ้านมารัวยิง 4 ประตูรวด จากลูกที่ โรแบร์โต้ โซลดาโด้ กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปในเขตโทษ และเป็น แดนนี โรส แหย่สะกิดเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป สเปอร์สทิ้งห่างเป็น 4-2

หลังจากนั้นก็ยังเป็นเจ้าถิ่นที่ครองบอลบุกได้เหนือกว่า แต่จังหวะสุดท้ายทำอะไรทีมเยือนเพิ่มไม่ได้

จบเกม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส พลิกแซงถล่ม เบิร์นลีย์ 4-2 รวมผลสองนัดชนะไปด้วยสกอร์รวม 5-3 ลอยลำผ่านเข้าสู่รอบ 4 ศึกเอฟเอคัพ อังกฤษ โดยจะไปพบกับ เลสเตอร์ ซิตี้