เหยี่ยวสิบตัวหนังเหนียวบุกยันม้าลาย 0-0 (2-1) ลิ่วชิงยูโรป้า 2 ปีติด

แม้จะต้องมีผู้เล่นน้อยกว่าในช่วงต้นครึ่งหลังแต่เบนฟิก้ายังยันเบียงโคเนรีได้อยู่หมัดและสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบชิงชนะเลิศยูโรป้าเป็นปีที่สองติดต่อกัน

อันโตนิโอ คอนเต้ จัดทัพชุดใหญ่เลยในเกมวันนี้นำโดยสองหัวหอกอย่างคาร์ลอส เตเบซและเฟร์นานโด ยอเรนเต้ โดยมีอาร์ตูโร วิดัล, อันเดรีย ปิร์โลและพอล ป็อกบา คอยคุมเกมตรงกลาง

ด้านฮอร์เก้ เฮซุส วันนี้ให้โอกาสลิมาลงมายืนเป็นตัวจริงในแดนหน้าร่วมกับลาซาร์ มาร์โควิชและโรดริโก้ มาชาโด้ จนทำให้ออสการ์ การ์โดโซและมิราเลม ซูเลจมานีต้องหลุดไปเป็นตัวสำรอง

เริ่มเกมมาเป็นเบนฟิก้าที่ครองเกมบุกได้ดีกว่าแต่ยูเวนตุสกลับมาได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่อซาโมอาห์เปิดให้ยอเรนเต้พักอกกอ่นจ่ายให้ปิร์โลได้ซัดด้วยขวาแต่ แยน อ็อบลัคยังปัดออกหลังไปได้

ยูเวนตุสเริ่มเดินหน้าบุกเข้าใส่อย่างหนักและมาได้ลุ้นในนาทีสุดท้ายจากจังหวะที่อซาโมอาห์เปิดให้วิดัลได้โขกโล่งๆแต่ลุยเซายังสกัดจากบนเส้นได้แบบหวุดหวิดก่อนจะหมด 45 นาทีแรกทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่ 0-0 แต่สกอร์รวมเป็นเบนฟิก้าที่นำ 2-1

เริ่มครึ่งหลังมายังเป็นยูเว่ที่โหมบุกเข้าใส่อย่างหนักแต่กว่าจะมาได้ลุ้นต้องรอถึงนาทีที่ 62 จากจังหวะที่ปิร์โลได้ยิงฟรีคิดแต่อ็อบลัคยังทุบออกมาจากเส้นได้หวุดหวิด

แต่ในนาทีที่ 67 เบนฟิก้าต้องมาเหลือผู้เล่นแค่สิบตัวเท่านั้นจากจังหวะที่เอนโซ เปเรซไปทำฟาวล์อาร์ตูโร วิดัลและเป็นใบเหลืองที่สองโดนไล่ออกไป

พอผู้เล่นเยอะกว่าอันโตนิโอ คอนเต้ก็ส่งนักเตะตัวรุกลงไปเต็มที่ทั้งเซบาสเตียน โจวินโก้, พาโบล ออสวัลโด้และเคลาดิโอ มาร์คิซิโอลงมาเล่นแทนเลโอนาร์โด้ โบนุชชี, เฟร์นานโด ยอเรนเต้และอาร์ตูโร วิดัล

นาทีที่ 81 ยูเว่พลาดโอกาสพลิกขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดายจากจังหวะที่มาร์คิซิโอเปิดบอลให้ป็อกบาตวัดกลับมาให้ออสวัลโด้วอลเลย์เข้าไปแต่ไลน์แมนยกธงว่ากองกลางชาวเฟรนช์อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

และนาทีสุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็มีปัญหากันที่ม้านั่งสำรองก่อนที่มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์กจะไล่ทั้งมีร์โก วูซินิชและลาซาร์ มาร์โควิชขึ้นไปชมเกมบนอัฒจรรย์

ช่วงเวลาที่เหลือเบียงโคเนรียังบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะทำประตูขึ้นนำให้ได้แต่ก็ทำได้ไม่สำเร็จก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นเบนฟิก้าที่บุกมายันเสมอไป 0-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 2-1

Topics