เขย่าเก้าอี้บีร็อด! ผีเปิดรังถล่มหงส์แบเบอร์ 3-0

ศึกแดงเดือดยกแรกอย่างเป็นทางการในซีซั่นนี้ เป็นปีศาจแดงที่กำชัยไปได้ก่อนแบบขาดลอย จากประตูของ รูนีย์, มาต้า และฟาน เพอร์ซี

หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือเจ้าบ้าน ใส่ชื่อของ เจมส์ วิลสัน หอกดาวรุ่งวัย 19 ปี ลงเป็นตัวจริงในเกมแดงเดือดของทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต โดยจะประสานในแนวรุกร่วมกับสองรุ่นพี่อย่าง เวย์น รูนีย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ขณะที่ตำแหน่งอื่นที่มีการเปลี่ยนแปลงคือคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ปรับมาใช้ ฟิล โจนส์ และ จอนนี อีแวนส์ ลงจับคู่กัน

ด้านทีมเยือนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการดร็อป ซิมง มิโญเลต์ เป็นตัวสำรอง แล้วส่งนายด่านมือ 2 อย่าง แบร็ด โจนส์ ลงเฝ้าเสาแทน ด้านแนวรุกใช้ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงยืนเป็นหน้าเป้า โดยจะได้ประสานร่วมกับ สตีเวน เจอร์ราร์ด, อดัม ลัลลานา และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ

เปิดฉากเกมมาทั้งสองทีมสู้กันที่แดนกลางเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเป็นลิเวอร์พูลที่ครองบอลได้เหนือกว่าเล็กน้อย และมีโอกาสทักทายก่อน ในนาทีที่ 11 จากจังหวะที่ ลัลลานา จ่ายตัดแนวรับยูไนเต็ดให้ สเตอร์ลิง หลุดไปยิงด้วยซ้าย แต่ยังโดน เด เฮอา เซฟไว้ได้

แต่ถัดมาแค่นาทีเดียวเท่านั้น กลับเป็นฝั่งปีศาจแดงที่มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ วาเลนเซีย กระชากมาทางกราบขวา ก่อนจะแตะลอดขา โจ อัลเลน แล้วลากไปตบเข้ากลางให้ รูนีย์ แปด้วยขวาเน้นๆในกรอบเขตโทษเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0

หลังจากเสียประตู ทำให้หงส์แดงต้องเปิดเกมบุกเพื่อตีเสมอให้ได้ และมีโอกาสใกล้ที่สุด ในนาทีที่ 17 จากจังหวะที่ สเตอร์ลิง ได้บอลทางฝั่งซ้าย ก่อนจะไหลมาแถวสองให้ เจอร์ราร์ด ซัดด้วยขวา แต่บอลยังเบาเกินไปทำให้ เด เฮอา พุ่งรับติดมือสบาย

ต่อมานาทีที่ 23 ทีมเยือนมีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ โมเรโน เก็บตกบอลได้ทางฝั่งซ้าย ก่อนจะจ่ายเข้าเขตโทษให้ สเตอร์ลิง ล็อคหลบ ฟิล โจนส์ ก่อนจะยิงมุมแคบด้วยซ้าย แต่ เด เฮอา ยังปิดมุมได้ดี ใช้ขาเซฟออกไปหวุดหวิด

แต่ลิเวอร์พูลกลับต้องมาพบกับข่าวร้าย เมื่อ เกล็น จอนห์นสัน มีปัญหาบาดเจ็บจนฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง โคโล ตูเร ลงมาแทน ในนาทีที่ 26

กระทั่งนาทีที่ 40 ยูไนเต็ดก็มาบวกลูกที่สองเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ แอชลีย์ ยัง ครอสด้วยขวาจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ และเป็น ฟาน เพอร์ซี ที่โขกเช็ดบางๆมาเสาสองให้ มาต้า พุ่งโหม่งจ่อๆเข้าไป ทำให้เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0

หลังจากนั้น หงส์แดงพยายามพับสนามบุกใส่ปีศาจแดงเพื่อยิงตีไข่แตกก่อนหมด 45 นาทีแรก แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ส่งผลให้จบครึ่งแรกเป็นยูไนเต็ดที่นำอยู่ 2-0

กลับสู่ครึ่งหลัง ทีมเยือนตัดสินใจเปลี่ยนตัวสำรองคนที่สองทันที ด้วยการส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ลงเสริมมาเสริมแนวรุกแทนที่ของ ลัลลานา ที่โชว์ฟอร์มไม่ออก

ถัดมานาทีที่ 52 ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสทองในการตีไข่แตกอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ อีแวนส์ จ่ายคืนหลังพลาดไปเข้าทาง สเตอร์ลิง หลุดไปดวลตัวต่อตัวกับ เด เฮอา แต่ดาวเตะเชื้อสายจาเมก้ากลับยิงไปโดนนายด่านทีมชาติสเปนซูเปอร์เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ

นาทีต่อมายูไนเต็ดได้โอกาสสนวกลับเร็ว และเป็น ฟาน เพอร์ซี ที่ไหลถวายพานให้ รูนีย์ ยิงด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไปตรงตัว แบร็ด โจนส์ รับสบาย

จากนั้นนาทีที่ 63 ปีศาจแดงเกือบจะบวกลูกที่สามเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ วาเลนเซีย เปิดเรียดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวายัดเข้าเขตโทษให้ ฟาน เพอร์ซี แปด้วยซ้าย แต่บอลถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

ถัดมาอีก 3 นาที ทีมเยือนโยนโอกาสทองในการตีไข่แตกทิ้งไปอีกครั้ง จากจังหวะที่ สเตอร์ลิง ได้บอลทางกราบขวาก่อนจะตบเข้ากลางให้ บาโลเตลลี แปด้วยขวาเหน่งๆแต่กลับโดน เด เฮอา ซูเปอร์เซฟปัดออกข้างได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่แล้วในนาทีที่ 71 เจ้าบ้านก็มาทำประตูที่สามเพิ่มอีกจนได้ จากเกมสวนกลับเร็ว โดยเริ่มจาก มาต้า ลากขึ้นมาจากกลางสนาม ก่อนจะไหลออกซ้ายให้ รูนีย์ ตบเข้ากลางก่อนที่ เดยัน ลอฟเรน จะสะกัดไม่ขาดมาเข้าทาง มาต้า ถวายพานให้ ฟาน เพอร์ซี แปด้วยซ้ายโล่งๆเข้าไปง่ายๆ ส่งให้ยูไนเต็ดนำห่างเป็น 3-0

ช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลยังพยายามบุกเพื่อยิงตีไข่แตกปลอบใจให้ได้ แต่ก็ยังไม่สามารถยิงบอลผ่านมือ เด เฮอา ที่ระเบิดฟอร์มเซฟเป็นพัลวันได้เลย ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เอาชนะไปได้แบบขาดลอยถึง 3-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่ีมเป็น 31 คะแนน รั้งที่ 3 เหมือนเดิม ส่วนหงส์แดงหยุดอยู่อันดับ 9 มี 21 แต้มเท่าเดิม