เคยชนะมาก่อน!กัปตันมาเลย์ยู-21 สุดมั่นซิวชัยเหนือไทยได้

ถึงเจ้าภาพจะไม่ใช่ตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้ แต่ ฟาริส ชาห์ รอสลี่ กัปตันทีม “เสือเหลือง” ก็เชื่อว่าทีมเวิร์คน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้สามารถโค่นมหาอำนาจลูกหนังในภูมิภาคอย่างทีมชาติไทยในศึกเนชั่นส์ คัพ นัดชิงชนะเลิศที่มะละกาในวันอาทิตย์

แม้ทัพ “ช้างศึก” จะค่อนข้างมั่นใจในการแถลงข่าวก่อนเกมว่าพวกเขาทำการบ้านมาดี แต่ฟาริสก็ต้องการจะพาลูกทีมคว้าชัยชนะให้ได้อีกครั้ง เพื่อเรียกโมเมนตัมก่อนจะถึงซีเกมส์ 2017 ตั้งแต่เนิ่นๆ

หลังจากที่มีประสบการณ์เอาชนะไทยมาก่อนในศึกเอเอฟเอฟ แชมเปี้ยนชิพ ยู-19 เมื่อปี 2013 ฟาริสก็รู้สึกกระตือรือร้นที่จะทำการย้ำแค้นอีกครั้ง ซึ่งหนนี้แน่นอนว่าจะทำให้ทีมที่เหลือในภูมิภาคต้องจับตามองพวกเขา

 “เราไม่กลัว… พูดตามตรงว่าเราห่างไกลจากคำนั้น ทุกๆคนมีความกระหาย เรารู้ว่าทีมชาติไทยคือทีมที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เราก็ไม่สามารถจะไปกลัวพวกเขา นี่คือโอกาสของเราที่จะได้ทดสอบตัวเอง และเราต้องเล่นให้ดีที่สุด” ฟาริสกล่าว

 “ผมเคยเจอกับนักเตะบางคนมาก่อน และเราก็ชนะ 1-0 มันเป็นเวลานานพอดูเหมือนกัน แต่เราก็สามารถทำมันได้อีกครั้ง ถ้าเราเล่นกันเป็นทีม”

โดยมาเลเซียถล่มสิงคโปร์ไป 3-0 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ไทยชนะเวียดนาม 2-0 ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนระอุตอนหัววัน

ซึ่ง แฟร้งค์ แบร์นฮาร์ดท์ จะทำการปรับแต่งทีมก่อนจะถึงแมตช์แข่งและคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง 11 ผู้เล่นเมื่อ อดัม นอร์ อัซลิน,​จาฟรี เฟอร์ดุส ชิว และ ซาฟาวี่ ราซิด ได้รับบาดเจ็บ

 “ผมได้เห็นทีมไทยเล่นแล้ว ซึ่งพวกเขาเล่นได้แน่นและเหนือกว่าเวียดนาม ซึ่งเรากำลังหาทางที่จะเล่นตามเกมของเราให้ได้ในการเจอกับไทยอยู่” แบร์นฮาร์ดท์กล่าว

 “มีหลายจุดที่เราต้องปรับแต่งจากเกมที่ชนะเมื่อวันศุกร์ เพราะแนวทางการเล่นก็สำคัญเช่นกัน เราได้ทำพลาดอยู่บ้าง และผมก็มั่นใจว่าไทยจะแข็งกว่าสิงคโปร์”

แม้รูปเกมของทีมชาติไทยเมื่อวันศุกร์จะดูดีกว่าทุกทีมในรายการนี้ แต่ วรวุฒิ ศรีมะฆะ อดีตศูนย์หน้าชื่อก้องของทัพ “ช้างศึก” ก็คาดหวังว่าลูกทีมของจนจะเล่นดีกว่านี้ได้อีกในการเจอกับมาเลเซีย

 “เรากำลังทำการบ้านบางอย่างอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของทีมเราเองที่ยังมีหลายจุดที่ทำได้ไม่ดีนักในเกมกับเวียดนาม แต่ผมก็ค่อนข้างมั่นใจในนัดชิงชนะเลิศ” วรวุฒิกล่าว

“การแก้ไขดังกล่าวจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น แต่มาเลเซียเองก็เล่นดี และถือว่าเป็นทีมที่อันตรายในภูมิภาคนี้ พวกเขาเล่นเกมรุกได้ดีและมีความเร็ว อีกทั้งยังกล้าเปิดเกมบุกด้วยเช่นกัน”

โดยนัดชิงชนะเลิศจะมีขึ้นที่ ฮาง เจบัต สเตเดี้ยม ตอน 3 ทุ่มตรงตามเวลาไทย