เกินใจอดทน!บิ๊กต้อมออกโรงขอความเป็นธรรมให้พลังเอ็ม

ลุกขึ้นมาสู้กับความไม่ชอบธรรม! ธนา ไชยประสิทธ์ นายใหญ่มากบารมีแห่งโอสถสภาออกโรงขอความเป็นธรรม หลังเจอปัญหาการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินบ่อยครั้ง

ความเคลื่อนไหวของสโมสร “พลังเอ็ม” โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ทีมอันดับ 10 ในศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 2014 หลังจากที่ทำผลงานมาอย่างยอดเยี่ยม จนกระทั่งระยะหลังๆ นักเตะพลังเอ็ม มักเจอปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน ที่ดูจะไม่เป็นธรรมกับสโมสรฯ และนักเตะโอสถสภาฯ มากนัก

ซึ่งนัดล่าสุดที่ “เจ้าบอย” ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูโอสถสภาฯ ถูกผู้เล่นเชียงราย ยูไนเต็ด ทำฟาลว์ในเขตประตูอย่างจะแจ้ง ก่อนจะส่งบอลเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินก็ไม่ได้เป่าเป็นการฟาวล์ของนักเตะคู่แข่ง แต่กลับกับให้เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ส่งผลให้รูปเกมที่ทั้งสองทีมกำลังเล่นกันอย่างสนุกสูสีต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จนท้ายที่สุด “พลังเอ็ม” ก็แพ้ไป 0-2 พร้อมกับเสียสถิติแพ้ในเกมลีกนัดแรกในรอบ 8 นัดนั้น

ล่าสุด “บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ ประธานสโมสรโอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ออกมากล่าวว่า ปกติตนไม่ชอบออกมาให้ทัศนคติหรือวิจารณ์เกี่ยวกับเกมการแข่งขันในสนามหรือการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินเพราะไม่อยากก้าวล่วงการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ที่ผ่านมาตนให้ความเคารพและน้อมรับมาโดยตลอด แต่ช่วงระยะหลังๆ ต้องบอกว่าโอสถสภาฯ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำหน้าที่ของคณะผู้ตัดสิน

ซึ่งจากผลกระทบดังกล่าวทำให้สโมสรรู้สึกท้อแท้กับการเข้ามาทำงานตรงนี้ สโมสรอยากที่จะร่วมกันพัฒนาวงการฟุตบอลบ้านเราให้เจริญก้าวหน้า แต่เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยครั้งเข้าก็รู้สึกเบื่อหน่ายเหมือนกัน

นายใหญ่พลังเอ็ม กล่าวต่อว่า เราไม่ต้องการให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่เอนเอียงหรือมาช่วยให้ทีมได้ประโยชน์ เพียงแค่ขอความเป็นธรรมกับนักเตะของเราบ้าง อยากให้ตัดสินไปตามหน้าเสื่อ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก หากนักเตะของเราผิดจริง ท่านจะแจกใบเหลืองหรือใบแดง เราก็ยินดีน้อมรับ และตนเชื่อด้วยว่าทุกสโมสรและนักเตะทุกคนของทุกทีมก็น่าจะคิดแบบเดียวกัน ถ้าเราจะชนะก็ขอให้ชนะอย่างใสสะอาด ในทางตรงกันข้ามหากเราจะเป็นผู้แพ้ด้วยฝีเท้าของนักเตะที่สู้ไม่ได้ เราก็พร้อมยืดอกรับอย่างเต็มใจ ด้วยสปิริตของนักกีฬาที่ดี

“โอสถสภาฯ ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลมา 37 ปี แล้ว สิ่งที่เราอยากเห็นคือการพัฒนาของวงการฟุตบอลไทยไปพร้อมๆ กัน ผมเชื่อว่าทุกทีมที่เข้ามาร่วมแข่งขันก็อยากเห็นการพัฒนาของวงการฟุตบอลไทย อยากเห็นลีกอาชีพที่แข็งแกร่ง อันจะต่อยอดไปถึงทีมชาติในอนาคต อยากเห็นคนรุ่นหลังได้มีอนาคตที่ดีกับกีฬาฟุตบอลอาชีพ"

"แต่บอกตรงๆ ว่าการที่โอสถสภาฯ เจอการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินหลายต่อหลายครั้งในฤดูกาลนี้ มันส่งผลต่อเรามากทั้งเรื่องสภาพจิตใจของนักเตะและผู้ฝึกสอนในทีม ท้ายที่สุดนี้ผมแค่อยากจะวิงวอนจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องช่วยให้ความเป็นธรรมกับทีมของเราบ้างเท่านั้น ไม่ได้ขออะไรมากไปกว่านี้เลย” “บิ๊กต้อม” กล่าวทิ้งท้าย