เกรียนโอ้เปิดซิงเกมลีก! ซัดชัยพาหงส์จิกไก่สุดมัน 3-2

หลังจากที่รอมานานกว่า 25 นัดบาโลเตลลีก็มาซัดประตูชัยและเป็นประตูแรกของเขาในเกมลีกช่วยให้ทีมเก็บสามคะแนนได้สำเร็จ

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไม่มีราฮีม สเตอร์ลิงในเกมนี้หลังเช็คความฟิตไม่ผ่านทำให้เป็นโอกาสของจอร์แดน ไอบ์ที่ได้ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่องโดยจะได้ทำเกมรุกร่วมกับฟิลิปเป้ คูตินโญและดาเนียล สเตอร์ริดจ์ โดยมีสตีเวน เจอร์ราร์ดที่ทำเกมคู่กับจอร์แดน เฮนเดอร์สันหลังลูคัส เลวามีอาการบาดเจ็บ

ด้านเมาริซิโอ โปเช็ตติโน เกมนี้วางหัวหอกฟอร์มร้อนอย่างแฮร์รี เคนเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมีคริสเตียน อีริคเซน, มุสซา เดมเบเลและเอริค ลาเมลาที่เบียดนาเซอร์ ชาดลีเป็นตัวจริงในเกมนี้

เริ่มเกมมาทั้งคู่บุกใส่กันอย่างสนุกและนาทีที่ 9 เป็นลิเวอร์พูลที่มาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะทีเมสันจ่ายคืนหลังพลาดและเป็นสเตอร์ริดจ์ที่ฉกไปก่อนยิงจังหวะสุดท้ายไปติดเซฟของโยริส

หงส์แดงเริ่มมีโอกาสมากขึ้นเรื่อยและนาทีต่อมาก็มาได้ลุ้นจากฟรีคิกของเจอร์ราร์ดแต่บอลก็เหินข้ามคานออกไปนิดเดียวเท่านั้นและสองนาทีต่อมาเป็นไอบ์ที่จ่ายให้มาร์โควิชแตะคืนสเตอร์ริดจ์ยิงแต่ก็ยังไปติดเซฟของโยริสอีกครั้ง

และหลังจากบุกอย่างหนักนาทีที่ 15 ลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูออกนำจนได้จากจังหวะโต้กลับและเป็นมาร์โควิชที่มีเวลาแต่งบอลอยู่หน้าเขตโทษก่อนซัดด้วยซ้ายโยริสปัดแต่บอลยังแรงพอไปซุกก้นตาข่ายเข้าไปช่วยให้เจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน 1-0

พอถูกนำสเปอร์สก็โหมบุกขึ้นมาอย่างหนักและโอกาสจะๆครั้งแรกของพวกเขาก็เป็นประตูทันทีในนาทีที่ 25 จากจังหวะที่ลาเมลาทำชิ่งกับอีริคเซนก่อนจ่ายให้เคนมีเวลาแปโล่งๆลอดขามิโญเลต์เข้าไปช่วยให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-1

เกมเริ่มเนือยลงไปเล็กน้อยแต่นาทีที่ 38 เป็นลิเวอร์พูลที่มาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ไอบ์ลากลุยเข้ามาก่อนกดด้วยซ้ายโยริสรับกระฉอกออกมาก่อนที่กองหลังสเปอร์สจะโหม่งคืนไปได้

ช่วงทดเจ็บลิเวอร์พูลเกือบมาได้ประตูออกนำอีกครั้งจากจังหวะที่ไอบ์ลากลุยมาทางขวาก่อนจ่ายยัดเข้าไปตรงกลางกองหลังสเปอร์สเคลียร์ไม่ขาดมาเข้าทางสเตอร์ริดจ์ตอกส้นไปชนเสากระเด้งออกมาก่อนไม่มีจังหวะเพิ่มเติมจบครึ่งแรกทั้งคู่เสมอกันไป 1-1

เริ่มครึ่งหลังมาแค่เจ็ดนาทีลิเวอร์พูลก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่โรสไปทำฟาวล์สเตอร์ริดจ์และเป็นเจอร์ราร์ดที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปช่วยให้หงส์แดงขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1

แค่สามนาทีต่อมาสเปอร์สเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่เมสันลุยเข้ามาและเป็นลาเมลาที่เก็บตกได้ก่อนซัดด้วยขวาแต่มิโญเลต์ยังปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

แต่ในนาทีที่ 61 สเปอร์สก็มาได้ประตูตีเสมออีกครั้งจากลูกฟรีคิกที่อีริคเซนที่ปั้่นเข้ามามิโญเลต์ปัดมาเข้าทางเคนยัดเข้ามาตรงกลางให้เดมเบเล่เอาตัวดันบอลเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 2-2

นาทีที่ 68 เบรนแดน ร็อดเจอร์สตัดสินใจเปลี่ยนสตีเวน เจอร์ราร์ดออกและส่งเดยาน ลอฟเรนลงไปเล่นแทน ส่วนปอเช็ตติโนก็ส่งเปาลินโญลงมาเล่นแทนไรอัน เมสัน

สองนาทีต่อมาลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นจากจังหวะที่คูตินโญแทงทะลุช่องให้โมเรโนหลุดไปจิ้มด้วยซ้ายบอลจะเสียบเสาแรกอยู่แล้วแต่โยริสยังพุ่งมารับไว้ได้

และนาทีที่ 74 เบรนแดน ร็อดเจอร์สก็ทิ้งทีเด็ดด้วยการส่งมาริโอ บาโลเตลลีและอดัม ลัลลานาลงไปเล่นแทนดาเนียล สเตอร์ริดจ์และลาซาร์ มาร์โควิช

และนาทีที่ 83 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูขึ้นนำเป็นครั้งที่สามของเกมนี้จากจังหวะที่ไอบ์ให้ลัลลานาจ่ายยัดให้บาโลเตลลีจิ้มเข้าไปช่วยให้หงส์แดงขึ้นนำเป็น 3-2

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมเป็นลิเวอร์พูลที่เฉือนท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ไป 3-2 พร้อมรั้งอันดับ 7 ต่อไปมีแต้มเพิมเป็น 42 คะแนนส่วนไก่เดือยทองตกมาอยู่ที่ 6 มี 43 คะแนนเท่าเดิม