เกือบตาย!หงส์หืดเฉือนโทษโบโร่ 14-13 (2-2) ลิ่วรอบ 4 ลีกคัพ

หงส์แดงต้องลุ้นจนถึงช่วงการดวลจุดโทษ กว่าจะเฉือนทีมจากแชมเปี้ยนชิพอย่างสิงห์แดงลิ่วรอบต่อไปของรายการนี้แบบลุ้นเหนื่อย

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เกมนี้ตัดสินใจส่งผู้เล่นที่ไม่ค่อยได้โอกาสลงสนามลงเล่นมากมายทั้งริคกี้ แลมเบิร์ต, ลาซาร์ มาร์โควิช,โฆเซ เอ็นริเก้และโคโล่ ตูเร โดยมีดาวรุ่งอย่างจอร์แดน รอสซิเตอร์ พร้อมมีตัวหลักอย่างราฮีม สเตอร์ลิงคอยป่วน

ด้านไอตอร์ การันก้า เกมนี้ว่ากิเก้เป็นกองหน้าตัวเป้า และลี ทอมลินยืนเป็นหน้าต่ำ แดนกลางเป็นแกรนท์ ลีดบิตเตอร์คอยคุมแนวรับมีเคนเน็ธ โอเมรูโอ้

ช่วงต้นเกมเป็นมิดเดิ้ลสโบรช์ที่ดีกว่าเล็กน้อยและมาได้ลุ้นในนาทีที่ 8จากลูกเตะมุมและเป็นดาเนียล อยาล่าเด็กเก่าของลิเวอร์พูลได้โขกแต่มิโญเลต์ยังรับไว้ได้

แต่ในนาทีที่ 10 ลิเวอร์พุลมาได้ลุ้นครั้งแรกและเป็นประตูทันทีจากจังหวะที่กองหลังมิดเดิ้ลสโบรช์ที่สกัดกันพลาดมากเข้าทางแลมเบิร์ตยิงไปติดตัวแบล็คแมนก่อนที่รอสซิเตอร์ที่ได้ซ้ำเข้าประตูไปช่วยให้เจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน 1-0

พอได้ประตูขึ้นนำโมเมนตัมของเกมก็เริ่มเทมาทางฝั่งเจ้าถิ่นแต่กลับหาจังหวะเจาพไม่ได้และนาทีที่ 31 เป็นทีมเยือนที่มาได้ลุ้นอีกครั้งและมาจากลูกเตะมุมคราวนี้เป็นกิเก้ที่ได้วอลเลย์ด้วยซ้ายแต่แลมเบิร์ตยังบล็อคออกหลังได้ทัน

นาทีที่ 38 มิดเดิ้ลสโบรช์มาได้ลุ้นจากลูกเตะมุมอีกครั้งคราวนี้เป็นรอสซิเตอร์ที่สกัดมาเข้าทางทอมลิน ยิงสวนแต่มิโญเลต์ยังปัดออกมาได้ทันก่อนจะไม่มีประตูเพิ่มเติมในครึ่งแรก เป็นลิเวอร์พูลที่นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังทั้งคู่ยังสู้กันได้อย่างสูสีและนาทีที่ 62 กลายเป็นมิดเดิลสโบรช์มาตีเสมอได้สำเร็จจากลูกฟรีคิกที่ซาโก้ไปทำแฮนด์บอลและจากลูกเปิดเป็นอดัม รีชที่โฉบมาโขกเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-1

พอตีเสมอได้ลิเวอร์พูลพยายามเจาะแต่ก็ยังทำไม่ได้สักทีทำให้บีร็อดต้องแก้เกมด้วยการส่งมาริโอ บาโลเตลลีลงมาเล่นแทนริคกี้ แลมเบิร์ตในนาทีที่ 74

นาทีที่ 77 มิดเดิลสโบรช์เกือบมาได้ประตูขึ้นนำและเป็นเคลย์ตันที่ได้ตั้งป้อมตะบันด้วยขวาแต่มิโญเลต์ยังปัดก่อนที่ตูเร่จะสกัดออกไปได้แบบหวุดหวิด

นาทีที่ 85 มิดเดิลสโบรช์น่ามาได้ประตูขึ้นนำแบบสุดจากจังหวะที่ทอมลินแทงทะลุช่องให้ชูตหลุดไปยิงด้วยซ้ายแต่บอลกลับพุ่งชนเสากระเด้งออกหลังไปและก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษเพิ่มไปอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษลิเวอร์พูลพยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะเอาชนะให้ได้และก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่กองหลังของมิดเดิลสโบรช์พลาดและเป็นซูโซ่ตัวสำรองที่เก็บตกได้ก่อนซ้ำด้วยขวาเข้าไปช่วยให้เจ้าถิ่นขึ้นนำเป็น 2-1

ช่วงเวลาที่เหลือโบโร่พยายามบุกอย่างหนักและก็มาได้จุดโทษในนาทีสุดท้ายหลังตูเร่ไปทำฟาวล์แบมฟอร์ดก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นมาสังหารเข้าไปช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 2-2 ก่อนจะต้องไปดวลจุดโทษกัน

ช่วงการดวลจุดโทษเป็นลิเวอร์พูลที่แม่นยำกว่า ทำให้หงส์แดงเฉือนจุดโทษไป 14-13 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของแคปิตอล วัน คัพได้สำเร็จ

Topics