เอล กลาซิโกเดือดแน่!! เมสซีแฮตทริกพาบาร์ซาถล่มราโยเละ 6-1 ยึดฝูงสำเร็จ

ไม่ปล่อยโอกาสผงาดขึ้นเป็นจ่าฝูงให้หลุดลอยไปสำหรับอาซูลกรานา เมื่อพวกเขาที่เหลือ 10 ตัวเปิดคัมป์นูถล่มราโย 10 ตัวเช่นกันเละ ทำให้เอล กลาซิโกยกสองวันที่ 22 มี.ค.นี้ระอุแน่นอน

หลุยส์ เอ็นริเก้ เทรนเนอร์เจ้าถิ่น จัดทัพชุดใหญ่ใส่เต็มสูบหวังเก็บชัยเพื่อขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงให้ได้ โดยวางหมากมาในระบบ 4-3-3 ตามสไตล์ถนัด แนวรับ เคราร์ด ปิเก้ กลับมาจับคู่กับ เฌเรมี มาติเยอ อีกครั้ง หลังจากโดนแบนในนัดก่อน ส่วนแนวรุกส่ง เปโดร โรดริเกซ ลงเล่นแทน เนย์มาร์ ที่ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควต้า โดยจะมาประสานงานร่วมกับตัวหลักอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี เปิดฉากมาได้เพียง 5 นาที สาวกอาซูลกรานาก็ได้เฮกันลั่นคัมป์นู เมื่อ ชาบี จ่ายคิลเลอร์พาสสุดเฉียบเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดกับดักล้ำหน้า ก่อนจิ้มฉีดยาด้วยขวาแสกหน้า คริสเตียน อัลบาเรซ เข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้บาร์ซาขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 3 นาที่ต่อมา บา์ซาเกือบได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดเดี่ยวโล่งๆจากระยะเกือบ 40 หลา ก่อนพาบอลจี้เข้าหาเขตโทษและแตะหลอกผู้รักษาประตูไปแล้ว ทว่าจังหวะสุดท้ายดันใจกว้างเลือกปาดเข้ากลางให้ เปโดร โรดริเกซ แต่น้ำหนักเบาไปทำให้กองหลังราโยฯสกัดทิ้งออกไป เกมเปิดแลกกันหมัดต่อหมัด นาทีที่ 10 กลายเป็นทีมเยือนอย่าง 'ราโย' ที่ได้ลุ้นประตูบ้าง จากลูกที่ โรแบร์โต ทราสฮอร์ราส ลองสับไกลด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งแรงก็จริง แต่ เคลาดิโอ บราโว ยังไม่เหม่อพุ่งเซฟเข้าซองไว้ได้แบบติดหนึบ นาทีที่ 32 ลิโอเนล เมสซี เกือบทำประตูสุดงาม จากจังหวะที่ หลุยส์ ซัวเรซ กระดกข้ามหัวแนวรับทีมเยือนเข้าไปในเขตโทษให้ เมสซี สอดขึ้นมากระดกข้ามหัวผู้รักษาประตูแบบไม่ต้องจับ แต่บอลไม่ตรงกรอบชนข้างตาข่ายออกไปอย่างน่าเสียดาย จบ 45 นาทีแรกเจ้าถิ่นยังรักษาสกอร์นำไว้ได้อยู่ที่ 1-0 กลับมาเล่นในครึ่งหลังยังเป็นบาร์ซาที่เดินหน้าบุกใส่ทีมเยือนอยู่ฝ่ายเดียว และในนาทีที่ 49 พวกเขาก็มาบวกสกอร์เพิ่มได้สำเร็จ จากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งขวาที่ ชาบี บรรจงเปิดโค้งเข้าไปในเขตโทษให้ ฆอร์ดี้ อัลบ้า ตั้งหัวโหม่งเต็มศรีษะ บอลพุ่งไปชนเสาฝั่งซ้ายก่อนกระดอนมาเข้าทาง เคราร์ด ปิเก้ ซ้ำดาบสองง่ายๆเข้าไปไม่เหลือ บาร์ซาหนีห่างเป็น 2-0 นาทีที่ 53 บาร์ซาเกือบฉวยโอกาสได้ประตูหนีห่างอีกครั้ง จากจังหวะการประสานงานของรุ่นเก๋า ชาบี จ่ายทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ อันเดรส อิเนียสต้า จับหนึ่งจังหวะ ก่อนกดด้วยซ้าย ทว่า คริสเตียน อัลบาเรซ ยังปฏิกิรยาไวพุ่งปัดออกไปได้อย่างหวุดหวิด กระทั่งนาทีที่ 56 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูที่สามจนได้ จากจังหวะที่ ตีโต้ ไปเหนี่ยว หลุยส์ ซัวเรซ ล้มลงในเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชี้เป็นลูกโทษทันทีพร้อมควักใบเหลืองให้กับ ตีโต้ ด้วย และเป็นใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป โดยเป็น ลิโอเนล เมสซี ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาด ให้บาร์ซาทิ้งห่างเป็น 3-0 Goal!! นาทีที่ 63 บาร์ซาทิ้งห่างเป็น 4-0 จากจังหวะที่ กองหลังทีมเยือนโหม่งเคลียร์บอลไม่ขาดเข้าทาง หลุยส์ ซัวเรซ ดูดบอลลงก่อนกลับตัวยิงด้วยซ้ายแต่ถูก คริสเตียน อัลบาเรซ พุ่งปัดได้แต่บอลก็ยังเป็นใจมาเข้าทาง เมสซี ซ้ำจ่อๆเข้าไปตุงตาข่าย 5 นาที่ต่อมา เจ้าถิ่นใส่สกอร์ที่ห้าเพิ่มอีก จากจังหวะที่ เปโดร โรดริเกวซ ตบจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ ลิโอเนล เมสซี โชว์ทักษะแตะแหวกแนวรับทีมเยือนสองคน ก่อนตามกดเลียดด้วยซ้ายเสียบเสาไกลอย่างเฉียบคม บาร์ซาทิ้งห่างเป็น 5-1 พร้อมกับเป็นแฮตทริกที่ 24 ของเจ้าตัวในลาลีกา ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย แต่แล้วนาทีที่ 80 ราโยฯก็มาได้ประตูตีไข่แตกจนได้ จากจังหวะที่ อัลเบร์โต้ บูเอโน หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษก่อนถูก ดาเนียล อัลเวส เสียบล้มลง ทำให้กรรมการชี้เป็นลูกโทษทันทีพร้อมควักใบแดงให้กับ อัลเวส แบบไม่รีรอ และเป็น บูเอโน ที่ลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาด ราโยฯไล่มาห่างๆ 1-5 นาทีแรกของช่วงทดเจ็บ เจ้จาถิ่นมาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี แทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวาให้ หลุยส์ ซัวเรซ สอดขึ้นมาแตะหนีผู้รักษาประตูหนึ่งจังหวะ ก่อนตวัดยิงยัดเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด จบเกม บาร์เซโลนา ที่เหลือ 10 ตัวในช่วงท้ายเกมเปิดบ้านถล่ม ราโย บาเยกาโน ที่เหลือ 10 ตัวเช่นกันเละเทะ 6-1 ขยับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว โดยมีแต้มนำ เรอัล มาดริด รองจ่าฝูงอยู่ 1 คะแนน และทั้งคู่มีคิวต้องเจอกันในศึกเอล กลาซิโกยกสอง ในวันที่ 22 มีนาคมนี้