เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เซาแธมป์ตัน : มอร์แกนโหม่งนำชัย พาจิ้งจอกทิ้งฝูง 7 แต้ม

จิ้งจอกสยามเปิดบ้านเฉือนเอาชนะทีมนักบุญแดนใต้ไปได้ 1-0 ทำให้คะแนนทิ้งห่างไก่เดือยทองรองจ่าฝูงถึง 7 แต้ม ขณะที่เหลืออีกเพียง 6 นัด

เลสเตอร์ ซิตี้ของรานิเอรีไม่เปลี่ยนแปลงทีมเลยจากนัดก่อน โดยเป็นชุดเดิมที่ใช้ใน 10 จาก 12 เกมหลังสุด โดยได้แคสเปอร์ ชไมเคิลหายเจ็บกลับมเฝ้าเสาทันเวลา กองหน้าวาร์ดี้และโอกาซากิจับคู่กันตามเดิม ขนาบขางด้วยมาร์ค อัลไบรท์ตันและริยาด มาห์เรซ แดนกลางก็องเต้และดริงค์วอเตอร์เก็บกวาดและทำเกมเช่นเคย

เซาแธมป์ตันของโรนัลด์ คูมันปรับมาใช้ระบบ 3-4-3 โดยกองหลังขยับเบอร์ทรานด์เข้ามายืนตรงกลางร่วมกับฟาน ไดจ์คและฟอนเต้ วิงแบ็คจับเอาทาร์เก็ตต์ยืนทางซ้ายและโซอาเรซอยู่ทางขวา กองหน้าไม่มีเชน ลองที่เจ็บจากทีมชาติมาทำให้โอกาสตกเป็นของมาเน่ที่ได้ยืนคู่กับเปลเล่ กลางส่งคลาซี่มาแทนโรเอูที่โดนดร็อปเป็นเพียงสำรอง

เกมช่วงต้นในห้านาทีแรก เจ้าบ้านสามารถครองบอลไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ และทำเกมึ้นไปในพื้นที่สุดท้ายอยู่บ่อยครั้ง ส่วนนักบุญยังตั้งเกมไม่ได้เลย

ผ่านไปกว่า 15 นาทีของเกม ยังคงเป็นเลสเตอร์ที่ยังคงบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องและมีจังหวะได้ลุ้นอยู่เรื่อยๆ ทั้งจากการเปิดจากด้านข้างแลลูกเตะมุม แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเอาชนะกองหลังของทีมเยือนได้ในจังหวะสุดท้าย

นาทีที่ 17 บอลยาวจากแดนกลางไปให้มาห์เรซทางด้านขวาของสนาม ปีแอลจีเรียจับบอลลงอย่างนิ่มนวลก่อนเปิดไซด์ก้อยเข้ามาในเขตโทษ โอกาซากิวิ่งเข้าจะชาร์จ แต่สุดท้ายโดนฟอนเต้สกัดไว้ได้ก่อนอย่างเฉียดฉิว

มาเน่เกือบมาทำประตูให้เซาแธมป์ตันได้ในนาทีที่ 32 จากการหลุดเดี่ยวจากกลางครึ่งไปดวลเดี่ยวกับชไมเคิลที่ออกมาปิดมุมเร็ว กองหน้าตัวจี๊ดแตะหลบนายทวารออกขวาแล้วยิงทันที แต่ยังมีแดนนี ซิมป์สันวิ่งมาบล็อกด้วยลำตัวไว้ได้ในตำแหน่งตัวสุดท้ยไว้ได้เฉียดฉิว จิ้งจอกรอดตัวจากการเสียประตูไป

ชไมเคิลโชว์ซูเปอร์เซฟในอีกสามนาทีต่อมาจากลูกเตะมุมที่เปิดเข้ามาแล้วถูกสกัดออกไปหน้ากรอขเขตโทษ ฟอนเต้เก็บตกแล้วยิงไกลทันที บอลกำลังจะเสียบใต้คานอยู่แล้วแต่มือกาวทีมชาติเดนมร์กพุ่งตัวปัดออกหลังไปได้อย่างสวยงาม

เลสเตอร์ ซิตี้ได้ประตูขึ้นนำจนได้ในนาทีที่ 38 จากการจ่ายบอลของดริงค์วอเตอร์ให้ฟุคส์ทางซ้าย ก่อนแบ็ครายนี้จะโยนเข้ากรอบเขตโทษให้กองหลังอย่างเวส มอร์แกนเทคตัวขึ้นโหม่งย้อนไปชนเสาแรกเข้าประตูไปให้จ่าฝูงขึ้นนำไปก่อน 1-0

ช่วงท้ายของเกมจังหวะบอลอยู่ในแดนกลางเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ทีมนักบุญพยายามบุกทวงประตูคืนแต่ก็ไม่มีสกอร์เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทำให้จบ 45 นาทีแรกเลสเตอร์ ซิตี้นำเซาแธมป์ตันอยู่ 1-0

ออกสตาร์ทครึ่งหลัง คูมันเปลี่ยนเอาทาดิชลงมาแทนทาร์เก็ตต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุก และการแก้เกมก็เห็นผลตั้งแต่เริ่มเกมโดยทีมเยือนสามารถบุกเข้าใส่เลสเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสิบนาทีแรก

นาทีที่ 59 นักบุญเกือบเสียประตู บอลจกการเปิดทางด้านขวาเลยกลางสนามมาของดริงค์วอเตอร์ไปให้วาร์ดี้ตรงที่ว่างหน้าประตู ฟอนเต้วิ่งลงไปแล้วแหย่เท้าสกัด บอลลอยโด่งทำท่าจะข้ามศรีษะฟอร์สเตอร์เข้าประตูอยู่แล้ว แต่นายทวารทีมชาติอังกฤษยังถอยหลังกลับไปเทคตัวปัดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เกือบเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง

จิ้งจอกสยามพลาดได้ประตูที่สองอย่างน่าเหลือเชื่อ จากการทำเกมขึ้นมาได้ดีของเจมี วาร์ดี้นาทีที่ 70 ที่ทำชิ่งกับดริงค์วอเตอร์ก่อนจะจ่ายตัดกลับให้ซิมป์สันที่เติมขึนมาอีกฝั่งได้ยิงโล่งๆ ที่เสาสอง แต่แบ็คขวากลับวางเท้าไม่ดีทำให้โดนบอลไม่เต็มบอลปลิ้นกลับมาตรงตัวฟอร์สเตอร์รับไว้ง่ายๆ แทนที่จะพุ่งเข้าประตูไปแทน น่าเสียดายสำหรับเลสเตอร์ในจังหวะนี้

นาทีที่ 80 รานิเอรีเปลี่ยนเอามาห์เรซออกไปพักบ้าง โดยให้โอกาสดาวรุ่งวัย 19 ปีที่เพิ่งซื้อมาใหม่เมื่อเดือนมกราคมอย่างเดมาไร เกรย์ลงมาสัมผัสบรรยากาศลุ้นแชมป์บ้าง

วาร์ดี้เกือบยิงได้ นาทีที่ 85 อัลไบรท์ตันจ่ายตัดกองหลังให้กองหน้าทีมชาติอังกฤษหลุดไปได้ยิงทางขวา แต่การติดมุมเร็วของฟอร์สเตอร์สามารถบล็อกทางบอลของวาร์ดี้ไว้ได้ ก่อนบอลจะถูกสกัดออกไปในจังหวะสอง

หลังจากนั้นถึงแม้จะทดเวลาบาดเจ็บถึง 5 นาที แต่การเร่งเกมช่วงท้ายของทีมเยือนก็ไม่เป็นผลให้ได้ประตูตีเสมอคืนมา ทำให้จบเวลาการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้เอาชนะเซาแธมป์ตันไปได้ 1-0 เก็บเพิ่มสามคะแนนสำคัญขยับไปมี 69 คะแนน ทิงห่างอันดับสองอย่างท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ถึง 7 แต้ม ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 6 นัดสุดท้ายในลีก