เมสซี่เจกวาด5รางวัลโกลเด้นบอลเมืองไทย

เมสซี่เจเป็นพระเอกของงานโกลเด้นบอลครั้งที่5หลังกวาดคนเดียวไปถึง5รางวัล

โดยงานนี้ ชนาธิป สรงกระสินธุ์ กองกลางทีมชาติไทยกลายเป็นพระเอกของงานเมื่อคว้ารางวัลบัลลงดอร์เมืองไทย นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี พร้อมกับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม (อายุไม่เกิน23ปี), ประตูประทับใจแห่งปี ซึ่งเป็นประตูไล่ยิง มาเลเซีย นัดแพ้ 2-3 ใน นัดชิงชนะเลิศ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ นัดที่ 2, รางวัลออลสตาร์โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ในตำแหน่งกองกลาง และ รางวัลป๊อปปูล่าโหวต ที่มีแฟนบอลโหวตเข้ามาถึง 46.3 เปอร์เซ็นต์เฉือน ชารีล ชัปปุยส์ ที่มีแฟนบอลโหวตผ่านเอสเอ็มเอส และ เว็บไซต์ www.siamsport.co.th ได้ 41.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นปีทองของ ชนาธิป คว้าไปถึง 5 รางวัลเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ กองกลางทีมชาติไทย เคยประสบความสำเร็จ รับรางวัลเยาวชนยอดเยี่ยม ครั้งที่ 3, ดาวรุ่งยอดเยี่ยมครั้งที่ 4 ของงานโกลเด้นบอลมาแล้ว

ส่วน รางวัลอื่นๆ มีดังนี้ รางวัลสโมสรยอดเยี่ยม ชลบุรี เอฟซี นอกจากนั้นฉลามชล ยังรับรางวัลแฟร์เพลย์อีกด้วย, รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (ฟุตบอลชายทีมชาติไทย), นักฟุตบอลยอดเยี่ยมโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี), รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยม ยามาฮ่าลีกวัน อีวาน บอสโควิช (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)

รางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยม เอไอเอสลีก โรโดลจุ๊บ พาอูโนวิช (ไทยฮอนด้า), นักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม กาญจนา สังข์เงิน (ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย), นักฟุตซอลยอดเยี่ยม กฤษดา วงศ์แก้ว (ชลบุรี บลูเวฟ), นักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยม (อายุไม่เกิน 18 ปี) ปฎิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี (อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด,เยาวชน 19 ปี)

สำหรับ รางวัลพิเศษ นักฟุตบอลทรงคุณค่า (อายุเกิน30ปี) รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค (บีอีซี เทโรศาสน), รางวัลนักฟุตบอลในความทรงจำ ชุดเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 11 ที่ปักกิ่งเกมส์ คว้าอันดับ 4 ที่ประเทศจีน นำทีมมารับรางวัลโดย ประเสริฐ ช้างมูล, สุเมธ อัครพงษ์,สุทิน-สุรัก ไชยกิตติ,ไพโรจน์ พ่วงจันทร์,วรวรรณ ชิตะวณิช,บุญปลีก หนูน้อย,ชรินทร์ ปาลศิริ,รณชัย สยมชัย,ประภาส ฉ่ำรัศมี,ไกรพล สุนทรพฤกษ์,ประทีป ปานขาว,ชัยยงค์ ขำเปี่ยม,อดิพงษ์ นุกรนวรัตน์,สมเกียรติ ปัจสาจันทร์,นที ทองสุขแก้ว

รางวัล ฮอลออฟเฟรม ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง นักฟุตซอลทีมชาติไทยของสโมสรชลบุรี บลูเวฟ ที่ก่อนหน้านี้คว้ารางวัลนักฟุตซอลยอดเยี่ยมของฟุตบอลสยามโกลเด้นบอลมาแล้ว 3 ครั้ง และรางวัลให้กับนักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่คว้าตั๋วไปฟุตบอลโลก และทีมฟุตบอลชายชุดอันดับ 4 เอเชี่ยนเกมส์และคว้าแชมป์เอเอฟเอฟซูซูกิคัพ อีกด้วย

รางวัลโกลเด้นชูโตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) 26 ประตู ขณะที่รางวัลดาวซัลโวยามาฮ่าลีกวัน บาโบ้ มาร์ค แลนดรี้ (เชียงใหม่ เอฟซี,อ่างทอง เอฟซี) 19 ประตู

รางวัล ฟุตบอลสยามโกลเด้นบอลออลสตาร์ โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก ผู้รักษาประตู ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) กองหลัง ธีราทร บุญมาทัน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), อันเดรส ตูเนส (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), ไดกิ อิวามาสะ (บีอีซี เทโรศาสน), นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม (บีอีซี เทโรศาสน) กองกลาง มาริโอ ยูรอฟสกี้ (เอสซีจี เมืองทองฯ), อดุลย์ หละโสะ (ชลบุรี เอฟซี), ชนาธิป สรงกระสินธุ์ (บีอีซี เทโรศาสน), ประกิต ดีพร้อม (ทีโอที เอสซี) กองหน้า เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) และ ติอาร์โก้ คุนญ่า (ชลบุรี เอฟซี)

รางวัล ฟุตบอลสยามโกลเด้นบอลออลสตาร์ยามาฮ่าลีกวัน ผู้รักษาประตู กัมพล ปฐม อรรฐกุล (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) กองหล้าง ธนา ศรีพันดร (บางกอก เอฟซี),ประลอง สาวันดี (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี), ซาโตชิ นากาโนะ (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี),อีวาน เบนิเตซ (เชียงใหม่ เอเฟซี), กองกลาง ดูมเบียร์ เบอร์นาด (กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี), สุริยกานต์ ฉิมจีน (กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี), ฟิลิเป้ แฟร์ไรร่า (ราชนาวี),ภานุวัฒน์ ยิ้มสง่า (กัลฟ์ สระบุรี เอฟซี) กองหน้า อีวาน บอสโควิช (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี),บาโบ้ มาร์คแลนดี้ (อ่างทอง เอฟซี)

รางวัล ฟุตบอลสยามโกลเด้นบอล ออลสตาร์ลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ผู้รักษาประตู อุดมศักดิ์ ดำหาย (สตูล ยูไนเต็ด) กองหลัง นิธิโรจน์ โสขุมา (ไทยฮอนด้า), อรุณ โตเที่ยง (เพชรบุรี เอฟซี),นพรัตน์ สกุลอ๊อด (ไทยฮอนด้า), ดาเนียล เมโล่(ประจวล เอฟซี) กองกลาง อลงกรณ์ จรนาทอง (ไทยฮอนด้า), ศิริศักดิ์ มัสบูงอ (สุโขทัย เอฟซี), อำนาจ รักประเสริฐ (พิจิตร เอฟซี),เนนิลสัน เทเรส (ประจวบ เอฟซี) กองหน้า ราโดจุ๊บ พาอูโนวิช (ไทยฮอนด้า),เมลวิน คิกเม็ต (พิจิตร เอฟซี)

โดย สมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการช่องสยามสปอร์ตฟุตบอลทรู 694 ประธานจัดงาน ได้กล่าวขอบคุณสโมสร, นักเตะและสื่อมวลชนทุกแขนง ที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยทุกรางวัลที่ประกาศในงาน มาจากการคัดเลือกของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ทุกรางวัลตัดสินอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม หวังอย่างยิ่งว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่านจะมุ่งมั่นพัฒนาต่อไป เพื่อยกระดับวงการฟุตบอลไทยสู่ความสำเร็จในอนาคต