เมื่อเจ้าของรังจิ้งจอกพูดถึงวาร์ดี้: 'แต่ก่อนเขาเมามาซ้อมทุกวัน'

เทพนิยายจิ้งจอกสยามอาจไม่เกิดขึ้น ถ้าเจ้าของสโมสรไม่อนุญาตให้สต๊าฟฟ์ของเขาซื้อตัว เจมี่ วาร์ดี้

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เผยว่าการเซ็นสัญญากับ เจมี่ วาร์ดี้ ในตอนนั้น ถือว่าเป็นการเสี่ยง แต่ก็แฮปปี้ที่ตัวเองคิดถูกแล้วที่คว้าตัวแข้งนอกลีกรายนี้มาร่วมทีม

โดย "จิ้งจอกสยาม" เพิ่งจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อสเปอร์สไม่สามารถชนะเชลซีได้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันจันทร์

แม้จะมีเรื่องราวของบรรดาขุนพลเลสเตอร์ถูกขุดขึ้นมาต่างๆ นานา แต่คงไม่มีใครที่มีเบื้องหลังน่าสนใจไปกว่าวาร์ดี้ ที่เซ็นสัญญาจากฟลีตวู้ด ทาวน์ ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ในปี 2012

ซึ่งกองหน้าวัย 29 ปีเพิ่งจะได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวประจำฤดูกาล 2015-16 มาหมาดๆ หลังจากที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 11 นัดติดต่อกันจนกลายเป็นสถิติใหม่

ถึงจะเป็นส่วนสำคัญที่สร้างปรากฏการณ์เทพนิยายในประวัติศาสตร์ลูกหนังขึ้น แต่ก็มีช่วงเวลาที่คุณอัยยวัฒน์รู้สึกกังขาว่าจะซื้อมาไม่คุ้มค่าตัวเหมือนกัน

"ที่จริงตอนแรกผมตั้งคำถามเกี่ยวกับเซ็นสัญญาครั้งนี้นะ" เขากล่าวกับนิตยสาร A Day Magazine

"ผมได้ถาม ไนเจล เพียร์สัน (ผู้จัดการทีมในตอนนั้น) และ สตีฟ วอลช์​ (หัวหน้าแมวมอง) เกี่ยวกับเจ้าหนุ่มคนนี้ และเช็คดูรีพอร์ทสัปดาห์นึงเต็มๆ จนเริ่มรู้สึกว่ามันน่าจะเข้าท่านะ แต่ผมก็ต้องตอบคำถามแฟนบอลให้ได้ด้วยเช่นกันว่า 'ทำไมเราถึงซื้อนักเตะนอกลีกตั้ง 1 ล้านปอนด์?' พวกเขาคงมองว่าผมคงเป็นเจ้าของสโมสรที่โง่ที่สุดในโลกแน่เลยถ้าทำอย่างนั้น"

"ดังนั้นผมเลยถามทั้งคู่ว่า ถ้าผมมีงบให้ซื้อนักเตะแค่ 1 ล้านปอนด์เท่านั้นในซีซั่นหน้า คุณจะซื้อใคร? แล้วพวกเขาบอกว่า 'วาร์ดี้' ผมก็เลยบอกไปว่า 'เอาเลย'"

"แฟนบอลทุกคนต่างช็อค บางคนถึงกับพูดว่า 'นี่คุณเพี้ยนไปแล้วหรือไง? ทำไมจ่ายเงินเพื่อนักเตะนอกลีกเพียงคนเดียวเยอะขนาดนี้?'"

"ตอนนั้นผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าเขาจะสามารถเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ วันที่เราซื้อเขามา เขาเข้ามาหาผมแล้วบอกว่า 'ขอบคุณนะที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตผม'"

"เขาไม่เคยมีเงินมากขนาดนี้มาก่อนดังนั้นเขาจึงรู้สึกเหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์ จากการที่เขาเคยเล่นนอกลีกแล้วยกระดับมาเล่นเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ทำให้เขาเริ่มดื่มหนักทุกวัน เราเองก็ไม่รู้จะทำยังไง"
 
"ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนจนกระทั่งมีคนมาบอกผมว่าเขามาซ้อมขณะที่ยังแฮงก์อยู่ ดังนั้นผมเลยไปคุยกับเขาด้วยตัวเอง ผมถามเขาว่า 'คุณอยากจะจบอาชีพค้าแข้งของตัวเองอย่างนี้หรอ คุณต้องการจะอยู่ที่นี่ไปแบบนี้ใช่มั้ย? งั้นเราก็จะรอให้สัญญาคุณหมดแล้วเราก็ปล่อยตัวคุณออกไป อย่าคิดว่าเส้นทางของคุณจะไปได้ดีกว่านี้'"
 
"เขาบอกว่าเขาไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตตัวเองดี เขาไม่เคยได้เงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นผมเลยถามเขาว่า 'ความฝันของคุณคืออะไร? คุณคิดว่าชีวิตของคุณน่าจะเป็นยังไง?' คิดให้รอบคอบว่าคุณจะทำอะไรให้กับสโมสร ผมลงทุนกับคุณ คุณต้องทำอะไรตอบแทนกลับมาใช่มั้ย?"
 
"หลังจากนั้นเขาก็เลิกดื่มและซ้อมหนักขึ้น เมื่อก่อนสภาพร่างกายของเขาไม่ได้ดีขนาดนี้นะ เรารู้ว่าเขามีสปีดต้นที่ดี แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะดีขนาดนี้"
 
"เขาปรับตัว เข้าฟิตเนส และกลายเป็นคนใหม่ ซึ่งมันก็ดีขึ้น"

โดยวาร์ดี้ที่เคยเล่นให้กับสต็อคบริดจ์ พาร์ค สตีลส์ และฮาลิแฟ็กซ์ ทาวน์ ก่อนจะย้ายไปฟลีตวู้ดนั้น มีแนวโน้มสูงที่จะติดทีมของ รอย ฮอดจ์สัน ไปเล่นในยูโร 2016 เดือนหน้า

ซึ่งศูนย์หน้าความเร็วสูงที่ได้ประเดิมสนามให้กับทีม "สิงโตคำราม" เมื่อเดือนมิถุนายน 2015 ถือว่าได้เติมเต็มเป้าหมายที่เขาให้คำมั่นสัญญาเอาไว้กับคุณอัยยวัฒน์แล้ว

"ตอนที่เราขยายสัญญาเขาออกไปในวันที่เราเลื่อนชั้นขึ้นมายังพรีเมียร์ลีก ผมจำได้ว่าเขามาหาผมแล้วก็บอกว่าเขาจะไม่ลืมสิ่งที่เราได้ทำให้เขา และเขาจะทำทุกอย่างเพื่อนำความสำเร็จมาสู่สโมสร และติดทีมชาติอังกฤษ" เขากล่าว

"ผมมองหน้าเขาแล้วถามเขาว่า 'อะไรนะ? ติดทีมชาติอังกฤษ? นี่คุณเพ้อเจ้อหรือเปล่า?' เขาบอก 'แล้วคอยดู สักวันหนึ่งผมจะติดทีมชาติอังกฤษ'"

และด้วยความฝันที่เหลือเชื่อทำให้ตอนนี้เหรียญพรีเมียร์ลีกได้มาอยู่ในมือเขาแล้ว ซึ่งบอลยูโรและแชมเปี้ยนส์ ลีก คือเป้าหมายถัดไปของกองหน้าผู้ชอบทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดรายนี้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก A Day Magazine โดยสามารถอ่านบทสัมภาษณ์แบบเต็มๆได้ในฉบับที่ 188