เนย์มาร์โชว์!แซมบ้าอัดหมอผี 4-1 ลิ่วชนชิลีรอบน็อคเอาท์

สังเวียนนี้กลายเป็นเวทีโชว์ของดาวยิงหมายเลข 10 ทีมชาติบราซิลโดยแท้หลังจัดการเหมาสองประตูพาทีมคว้าแชมป์กลุ่มพร้อมผ่านเข้าไปเจอกับชิลี

โวลเกอร์ ฟินเค ไม่มีชื่อของอเล็กซ์ ซงที่ติดโทษแบนรวมถึงเบนัวร์ อัสซู เอก็อตโต้ที่แสดงพฤติกรรมไม่ดีออกมา ทำให้เกมนี้พวกเขาต้องฝากความหวังไว้ที่สเตฟาน เอ็มเบียและแวงซ็องค์ อาบูบาการ์

ด้านบิ๊กฟิลเกมนี้ได้รับข่าวดีหลังได้ฮัลค์ กลับมาลงสนามได้อีกครั้งทำให้รามิเรสต้องกลับไปเป็นตัวสำรองส่วนนักเตะตัวอื่นๆยังคงเดิมทั้งเนย์มาร์, เฟร็ดและออสการ์

พอผู้ตัดสินเป่านกหวีดบราซิลก็เดินหน้าเข้าใส่ทันทีและเกือบมาได้ประตูออกนำตั้งแต่นาทีที่ 3 จากจังหวะที่อัลเวสเติมขึ้นมาก่อนจ่ายให้เนย์มารยิงไปติดบล็อค ก่อนที่เฟร็ดจะตามซ้ำก็ติดบล็อคนักเตะของแคเมอรูนอีก

และในนาทีที่ 17 บราซิลก็มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่หลุยส์ กุสตาโวตัดบอลจามูก็องโชได้ก่อนครอสเข้าไปอย่างแม่นยำให้เนย์มาร์แปเข้าไปง่ายๆทำให้เจ้าภาพขึ้นนำไปก่อน 1-0

และสามนาทีต่อมาเจ้าภาพก็เกือบมาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่กองหลังของแคเมอรูนสกัดกันไม่ดีและมาเข้าทางเนย์มาร์วอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อแต่อิตองเชยังทุบออกไปได้

นาทีที่ 21 บราซิลเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องจากจังหวะที่เปาลินโญจ่ายให้เฟร็ดได้เข้าชาร์จแต่อิตองเชยังออกมาบล็อคได้ทันก่อนจะตะครุบไว้ได้

นาทีที่ 25 แคเมอรูนเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุมและเป็นมาติปที่ได้โขกบอลไปแฉลบซิลวาบอลพุ่งไปชนคานกระเด้งออกหลังไป

และนาทีต่อมาทัพหมอผีก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้จากจังหวะที่เอ็นยองล็อกหลบอัลเวสก่อนจ่ายให้มาติปแก้ตัวด้วยการแปเข้าไปง่ายๆให้แคเมอรูนไล่มาเป็น 1-1

แต่นาทีที่ 34 บราซิลก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้งและคราวนี้เป็นมาร์เซโลที่ตัดบอลได้ก่อนจ่ายให้เนย์มาร์ลากตัดเข้าในแล้วยิงหักข้อเสียบตาข่ายช่วยให้แซมบ้าออกนำอีกครั้งเป็น 2-1

สองนาทีถัดมาบราซิลมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ฮัล์คได้ตั้งป้อมตะบันด้วยซ้ายบอลกำลังพุ่งเสียบเสาแรกอยู่แล้วแต่อิตองเชยังพุ่งมาปัดออกหลังไปได้ทัน

ช่วงเวลาที่เหลือบราซิลยังทำเกมบุกอย่างหนักแต่ไม่สามารถบวกสกอร์เพิ่มได้หมด 45 นาทีแรกเป็นทัพเซเลเซาที่นำแคเมอรูนอยู่ 2-1

ครึ่งหลังบิ๊กฟิลตัดสินใจแก้เกมด้วยการส่งเฟอร์นันดินโญลงมาเล่นแทนเปาลินโญที่โชว์ฟอร์มไม่ออกเลยและเพียงแค่สองนาทีพวกเขาก็เกือบมาได้ประตูนำห่างจากจังหวะที่ฮัล์คได้ยิงแต่อิตองเชยังปัดทิ้งออกไปได้อีก

และนาทีที่ 49 บราซิลก็มาได้ประตูนำห่างจนได้จากจังหวะที่เฟร์นานดินโญเติมขึ้นมาก่อนกระดกไปให้ลุยซ์ทางซ้ายก่อนครอสเข้าไปให้เฟร็ดโขกโล่งๆเข้าไปทำให้แซมบ้าทิ้งห่างเป็น 3-1

พอนำห่างบราซิลก็เริ่มผ่อนเกมลงไปแต่ก็ยังเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่าและก็ไม่มีโอกาสทำประตูเพิ่มเติมทำให้บิ๊กฟิลตัดสินใจเปลี่ยนรามิเรสลงไปเล่นแทนฮัล์คในนาทีที่ 63

บราซิลยังคงเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าและเฟลิเปาก็เริ่มถอดตัวนักออกมาพักและเป็นวิลเลียนที่ได้โอกาสลงไปเล่นแทนที่ของเนย์มาร์ที่เหมาไปสองประตูในเกมนี้

และบราซิลก็มาได้ประตูปิดกล่องจนได้จากจังหวะที่เฟร์นานดินโญทำชิ่งกับเฟร็ดก่อนหลุดไปจิ้มผ่านมืออิตองเชเข้าไปช่วยให้เจ้าภาพทิ้งห่างออกไปเป็น 4-1

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ไม่มีโอกาสลุ้นทำประตูเพิ่มก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นบราซิลที่เอาชนะแคเมอรูนไป 4-1 พร้อมคว้าแชมป์กลุ่มเอไปครอง โดยพวกเขาจะได้ผ่านเข้ารอบไปเจอกับชิลีในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

Topics