เปเรซซัดโทนพาสาลิกาเด็ดปีกหงส์ 1-0 คว้าชัยสี่นัดติด

อโยเซ เปเรซกลายเป็นทีเด็ดของเดอะ แม็กซ์พายส์อีกนัดหลังซัดประตูชัยทำให้ทีมของอลัน พาร์ดิวเก็บชัยเป็นนัดที่สี่ติดต่อกันพร้อมขยับขึ้นมารั้งอันดับ 9 และทำให้ทีมของบีร็อดแพ้เป็นเกมที่ 4

อลัน พาร์ดิว กำลังคึกสุดๆหลังเพิ่งล้มแมนฯซิติ้มาในเกมลีกคัพเมื่อกลางสัปดาห์เกมนี้พวกเขาวางปาปิสส์ ซิสเซเป็นกองหน้าตัวเป้าพร้อมมี กาเบรียล โอแบร์กต็องและแซมมี อเมโอบี้ทำเกมสนับสนุน

ด้านเบรนแดน ร็อดเจอร์สก็จัดชุดใหญ่เช่นกันหลังคืนตำแหน่งตัวจริงให้กับมาริโอ บาโลเตลลีที่เพิ่งซัดประตูมาเมื่อกลางสัปดาห์ พร้อมมีราฮีม สเตอร์ลิงและฟิลิปเป้ คูตินโญเป็นตัวลากเลื้อย

เริ่มเกมมาทั้งคู่ยังทำเกมได้สูสีและนิวคาสเซิลก็เกือบมาได้จุดโทษในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่อัลเลนไปแซะอเมโอบี้จากด้านหลังแต่อังเดร มาร์ริเนอร์ไม่เป่าให้

และนาทีที่ 25 นิวคาสเซิลก็ได้รับข่าวร้ายหลังกาเบรียล โอแบร์กต็องก็ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวทำให้พาร์ดิวตัดสินใจส่งโรแลนโด้ อารอน

และนาทีที่ 37 โอกาสจะๆแบบครั้งแรกเกือบจะเป็นประตูของนิวคาสเซิลจากลูกเตะมุมและเป็นโคลแบ็คที่เปิดเข้ามามิโญเลต์ตัดบอลพลาดเข้าหัวซิสเซโขกแต่จอห์นสันยังโหม่งสกัดออกมาได้หวุดหวิด

สามนาทีต่อมาลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นบ้างจากลูกเตะมุมและเป็นสเคอร์เทลที่สอดมาโขกแต่บอลหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียวเท่านั้นและก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบครึ่งแรกทั้งคู่เสมอกันไป 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาห้านาทีลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกกว่าสามสิบหลาและเป็นบาโลเตลลีที่รับหน้าที่สังหารแต่บอลยังไปตรงตัวของครูล

นาทีที่ 55 ลิเวอร์พูลมาได้ลุ้นอีกครั้งและเป็นบาโลเตลลีที่ได้ปั่นด้วยขวาจากหน้ากรอบเขคโทษแต่บอลยังเบาเกินไปและลอยโค้งไปเข้ามือของครูล

สองนาทีต่อมาทีมเยือนพลาดโอกาสขึ้นนำอย่างไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่เจอร์ราร์ดเปิดเข้าไปให้คูตินโญโฉบมาโขกที่เสาแรกแต่ครูลยังปัดออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ

พอเกมไม่ขยับไปไหนเบรนแดน ร็อดเจอร์ก็เปลี่ยนฟาบิโอ บอรีนีลงมาเล่นแทนโจ อัลเลน ในนาทีที่ 66 และลิเวอร์พูลก็โหมหนักทันทีและบอรินีก็เกือบแผลงฤทธิ์หลังได้ซัดด้วยขวาจากจังหวะที่สเตอร์ลิงพักอกให้แต่บอลยังไม่ตรงกรอบอีก

แต่แล้วนาทีที่ 74 กลายเป็นนิวคาสเซิลที่มาได้ประตูออกนำจนได้จากจังหวะที่อารอนเติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดมาซิสโซโก้แปะต่อให้เปเรซจะแปต่อให้กาเบลลาโดนสกัดมาเข้าทางหัวหอกชาวสแปนิชซัดทันทีเสียบตาข่ายเข้าไปทำให้เจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน 1-0

สามนาทีต่อมานิวคาสเซิลพลาดประตูที่สองอย่างไม่น่าเชื่อจากจังหวะที่แนวรับลิเวอร์พูลพลาดและเป็นกาเบลลาที่ทำชิ่งกับเปเรซก่อนหลุดเดี่ยวแต่มิโญเลต์ยังใช้ขาเซฟออกหลังไปได้อีก

สิบนาทีสุดท้ายบีร็อดส่งไพ่ลงมาอีกใบและเป็นริคกี้ แลมเบิร์ตที่ลงมาเล่นแทนฟิลิปเป้ คูตินโญแต่ก็หาจังหวะลุ้นเพิ่มเติมอะไรไม่ได้เลย ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นนิวคาสเซิลที่เอาชนะไป 1-0 พร้อมมีเพิ่มเป็น 13 คะแนน ส่วนลิเวอร์พูลมี 14 คะแนนเท่าเดิม

Topics