เปิดใจ ปธ.สมุทรสาคร : ทำไมการซื้อ-ขาย ซุเปอร์พาวเวอร์จึงไม่ลงตัว?

ประธานสโมสรสมุทรสาคร ออกโรงเปิดใจกับโฟร์โฟร์ทู เกี่ยวกับปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถลรรลุข้อตกลงซื้อ-ขาย สิทธิ์การทำทีมซุเปอร์พาวเวอร์ได้สำเร็จลุล่วง 

กิระวิศว์ พิทยภูวนันท์ ประธานสโมสร สมุทรสาคร เอฟซี ในศึกแชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2017 ออกมาชี้แจงกรณีการยกเลิกเจรจาเทคโอเวอร์สิทธิ์การทำทีมสโมสรซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ ในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2017 หลังการเจรจาไม่บรรลุข้อตกลง

ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า นาย กิระวิศว์ ไม่ไปตามนัดหมายของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯเพื่อเจรจาเรื่องคลับไลเซนซิ่งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับมีข่าวที่ทำให้เจ้าตัวเกิดความเสียหาย เพราะถูกพูดถึงว่าเป็นคนเบี้ยวนัดการเจรจา ทำให้เจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงอย่างละเอียดถึงข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนถึงวันนัดหมาย 

"เริ่มแรกผมขออธิบายก่อนเลยว่า ผมกับทางซุปเปอร์ พาวเวอร์ ได้พูดคุยกันตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม โดยมีบริษัทเอเย่นต์ติดต่อผมเข้ามา" เสี่ยแบงค์ เริ่ม

"เราตกลงที่จะซื้อขายสิทธิ์ขาดการบริหารสโมสรซุปเปอร์พาวเวอร์ ทั้งสิทธิ์และหุ้นส่วนทั้งหมดเป็นเงินจำนวนหนึ่ง โดยไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาว่าจ้างของตัวผู้เล่น เพราะตอนที่เราเข้ามาพูดคุยกับพวกเขานั้น เหลือนักเตะเพียงแค่ประมาณ 9 คน ทางซุปเปอร์พาวเวอร์ พาวเวอร์ ถือสิทธิ์สัญญานักเตะและขายออกไปให้กับทีมอื่นๆ เกือบหมดแล้ว เช่น ศุภชัย ใจเด็ด ก็ไปบุรีรัมย์ ซึ่งนักเตะที่เหลืออยู่นั้นก็มีสัญญาอยู่จนถึงปี  พ.ศ. 2560 ซึ่งหากผมต้องการนักเตะเหล่านี้ผมก็ต้องซื้อแยกต่างหาก ไม่เกี่ยวกับสิทธิ์ทำทีม"

"เราพูดคุยกันวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนั้นผมไปพูดคุยรายละเอียดด้วยตัวเอง ส่วนผู้ขายคือซุปเปอร์พาวเวอร์มอบหมายตัวแทนพร้อมทนายมา การเจรจาทุกอย่างเรียบร้อยดี และเขาให้ผมสั่งจ่ายเช็คเข้าไปที่บริษัทเอเย่นต์รายหนึ่ง ไม่ใช่ซุปเปอร์พาวเวอร์ แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร พร้อมกับตกลงว่าวันที่ 1 ธันวาคม ทางซุปเปอร์ พาวเวอร์ จะส่งใบมอบอำนาจให้ผม เพราะทุกอย่างต้องเตรียมการสำหรับทำคลับไลเซนซิ่ง ภายในวันที่ 9 ธันวาคมตามที่สมาคมฯนัดหมายไว้" 

“แต่พอถึงวันที่ 1 ธันวาคม ทางซุปเปอร์พาวเวอร์ ได้เงียบหายไป และจึงต้องทวงถามในวันที่ 2 ธันวาคม แต่ทางตัวแทนที่เจรจากลับบอกว่าต้องมีการปรับแต่งสัญญาเรื่องการย้ายสนาม โดยตอนแรกระบุว่า หากย้ายสนามไม่ได้ซุปเปอร์พาวเวอร์ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับเรื่องนี้ แต่เขากลับต้องการแก้ไขให้ผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งแบบนี้ ถ้าสมมุติการย้ายสนามไม่ผ่าน แล้วผมต้องกลับไปใช้สนามเขา แล้วสมมุติเขาคิดค่าใช้สนามอีก 10 ล้านบาท ผมจะทำยังไง" 

“เรื่องนี้เราคุยกันไปมา เราไม่ยอม จนถึงวันที่ 7 ธันวาคม เราก็ตกลงกันว่าจะไม่ซื้อ-ขายแล้ว เพราะสัญญาไม่ลุล่วงตามที่คุยกันไว้ หลังจากนั้นกลับมีข่าวว่าตัวผมเบี้ยวไม่ไปตามนัดหมายของสมาคมในวันที่ 9 ธันวาคม พร้อมกับมีข่าวออกมาว่าสาเหตุที่การเจรจาไม่ลงตัว เพราะผมซื้อทีมแต่ไม่ซื้อนักเตะ ซึ่งมันไม่ใช่มันเป็นรายละเอียดสัญญาที่เขาให้ผมมาตั้งแต่ต้น"

"ส่วนเรื่องเช็คที่จ่ายให้บริษัทเอเย่นต์ไปจำนวนหนึ่งแล้วก่อนหน้านี้ ผมไปแจ้งอายัด และลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว"

"ผมต้องขอบอกก่อนว่าสาเหตุที่เดิมทีตัดสินใจจะซื้อสิทธิ์ทีมไทยลีก เพราะแค่ต้องการให้คนจังหวัดสมุทรสาครได้ชมฟุตบอลไทยลีก และผมก็วางแผนที่จะนำนักเตะเมียนมาเข้ามา เพื่อสร้างสีสันและมิติใหม่ๆ ให้กับฟุตบอลไทย เพราะที่จังหวัดเรามีประชากรชาวเมียนมาหลายแสนคน แต่เมื่อเป็นแบบนี้ผมก็แค่กลับไปทำทีมสมุทรสาคร เอฟซี ให้ดีที่สุด และตั้งเป้าเลื่อนชั้นต่อไปในปีหน้า" ประธานสมุทรสาคร เอฟซี ทิ้งท้าย