เปิดมติทีพีแอลลงโทษท่าเรือ-กิเลน ชี่อุทธรณ์ได้ใน1วัน

คณะพิจารณาโทษฯทำหนังสือส่งถึงเอสซีจี เมืองทองฯ และ สิงห์ท่าเรือ เรื่องบทลงโทษแล้ว เผยใช้กฏฟีฟ่าช่วยตัดสิน พร้อมเปิดช่องอุทธรณ์ได้ใน 24 ชั่วโมง

ประดิษฐ์ นิธิยานันท์ หนึ่งในคณะอนุกรรมการพิจารณา มารยาท วินัย และ ข้อประท้วง ของบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ทำหนังสือชี้แจงหลักการลงโทษสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สิงห์ท่าเรือ กรณีเหตุการวุ่นวายระหว่างแฟนบอลหน้าสนามเอสซีจี สเตเดียม เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่าอาศัยข้องบังคับของฟีฟ่าเข้ามาช่วยตัดสิน

ทีพีแอลแถลงผ่านเว็ปไซต์อย่างเป็นทางการว่า "สืบเนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลอาชีพรายการ “โตโยต้าไทยพรีเมียร์ลีก” คู่ที่ 332 ประจำวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2557 ระหว่าง สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ สโมสรสิงห์ท่าเรือ ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม พบว่าหลังจบการแข่งขัน เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกองเชียร์ของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับกองเชียร์ของสโมสรสิงห์ท่าเรือ บริเวณสี่แยกไฟแดงใต้ทางด่วน นอกสถานที่จัดการแข่งขันปรากฎเป็นภาพเหตุการณ์ตามสื่อต่างๆ ที่เป็นภาพลบต่อการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพฯ"

"ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจาก ภาพเหตุการณ์ พร้อมหลักฐานต่างๆ แล้วเห็นว่า เนื่องจากข้อบังคับการแข่งขันฯ ของทีพีแอล ไม่ครอบคลุมถึงการเกิดเหตุนอกสถานที่จัดการแข่งขัน จึงเห็นควรให้อาศัยความตาม บทที่ 6 ข้อ 4 บททั่วไป โดยอาศัย ข้อบังคับ Disciplinary Code ของ FIFA Chapter 11 หมวด 9 ข้อ 67 ความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของผู้ชม ข้อ 1 และ ข้อ 2 สโมสรทีมเหย้าและ สโมสรทีมเยือนจะต้องรับผิดสำหรับการกระทำที่ไม่เหมาะสมในหมู่ผู้ชมของตน โดยไม่พิจารณาปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมที่น่าประฌามและอาจถูกปรับขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ อาจมีการลงโทษเพิ่มเติมในกรณีของการก่อความวุ่นวายที่ร้ายแรง ผู้สนับสนุนของสโมสรทีมเยือน เว้นแต่มีการพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้สนับสนุนของสโมสรเจ้าบ้าน จึงลงโทษสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สโมสรสิงห์ท่าเรือ ดังนี้"

1.ลงโทษตาม Chapter 2 หมวด 10 ข้อ C) โดยนำข้อบังคับการแข่งขันฯ ของทีพีแอล ผนวกที่ 7 ข้อ 4.9 และ ข้อ 4.10 มาใช้โดยอนุโลม แต่เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรง จึงเพิ่มโทษค่าปรับเป็นสองเท่า ปรับทั้งสองสโมสรเป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท

2.1.ลงโทษตาม Chapter 1 หมวด 12 ข้อ b) ลงแข่งขันโดยไม่มีกองเชียร์สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3 นัด
คู่ที่ 356 วันที่ 26 ต.ค.57 ระหว่าง สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม
คู่ที่ 369 วันที่ 29 ต.ค.57 ระหว่าง สโมสรโอสถสภา เอ็ม 150 กับ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน
คู่ที่ 378 วันที่ 2 พ.ย.57 ระหว่าง สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม

2.2.ลงโทษตาม Chapter 1 หมวด 12 ข้อ b) ลงแข่งขันโดยไม่มีกองเชียร์ของสโมสรสิงห์ท่าเรือ จำนวน 3 นัด
คู่ที่ 355 วันที่ 26 ต.ค.57 ระหว่าง สโมสรอาร์มี่ ยูไนเต็ด พบกับ สโมสรสิงห์ท่าเรือ ณ สนามกองทัพบก
คู่ที่ 361 วันที่ 29 ต.ค.57 ระหว่าง สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี พบกับ สโมสรสิงห์ท่าเรือ ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม
คู่ที่ 380 วันที่ 2 พ.ย.57 ระหว่าง สโมสรสิงห์ท่าเรือ พบกับ สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ณ สนามแพท สเตเดี้ยม
โดยอนุญาตให้กองเชียร์ของสโมสรที่ทำการแข่งขันกับสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สโมสรสิงห์ท่าเรือ เข้าชมการแข่งขัน ตามวิธีที่เคยปฎิบัติ โดยจะต้องมีการระบุตัวตนของกองเชียร์อย่างชัดเจน

3.ลงโทษตาม Chapter 1 หมวด 12 ข้อ h) การหักคะแนนทั้งสองสโมสร จำนวน 9 คะแนน หลังจบฤดูกาลแข่งขันปี 2557

ทีพีแอล ยังระบุไว้ในตอนท้ายว่า หากระหว่างฤดูกาลแข่งขันที่เหลือหากพบว่ายังมีการกระทำผิดซ้ำซากเกิด ขึ้นอีก และในภายหลังหากพิสูจน์ได้ว่า สโมสรใดกระทำความผิด ทางคณะอนุกรรมการจะพิจารณาบทลงโทษในขั้นสูงสุด อาทิเช่น การปรับสโมสรตกชั้นไปแข่งขันในดิวิชั่นที่ต่ำกว่า หรือ อาจเพิกถอนใบอนุญาตเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพฯ ของประเทศไทยต่อไป

อย่างไรก็ดีทั้งสองสโมสรยังสามารถยื่นอุทธรณ์บทลงโทษของคณะกรรมการพิจารณา มารยาท วินัย และ ข้อประท้วง ไปยังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองอุทธรณ์โทษ ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่แต่วันพิจารณาโทษ