เรอัล มาดริด 1-0 (1-0) แมนฯซิตี้: ชุดขาวตบเท้าชิงตราหมีรีแมตช์นัดชิง 2014

สองทีมดังแห่งกรุงมาดริดจะได้กลับมาปะทะในนัดชิงถ้วยบิ๊กเอียร์เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี หลังจากราชันชุดขาวมาตามนัดฝ่าด่านผ่านเรือใบสีฟ้าได้สำเร็จ

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือเจ้าบ้าน มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายเมื่อได้ คริสเตียโน โรนัลโด้ ฟิตกลับมาพร้อมล่าตาข่ายอีกครั้ง แต่ก็ต้องชวดใช้งานสองกำลังสำคัญอย่าง คาเซมิโร และ คาริม เบนเซมา ที่มีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้เป็นโอกาสของ อิสโก้ กับ เฆเซ โรดริเกวซ ลงเป็นตัวจริงแทน

ด้านทีมเยือนของ มานูเอล เปเยกรินี ซึ่งนัดล่าสุดในลีกเมื่อวันอาทิตย์พักตัวหลักหลายรายจนพลาดท่าบุกพ่ายเซาแธมป์ตันถึง 2-4 ขาดเพียงแค่ ดาบิด ซิลบา ที่ยังไม่หายเจ็บเท่านั้น ส่วนแนวรุกรายอื่นๆยังอยู่พร้อมหน้าทั้ง เฆซุส นาบาส, เควิน เดอ บรอยน์ และ เซร์คิโอ อเกวโร

ออกสตาร์ตครึ่งแรกได้เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น อาคันตุกะจากเมืองผู้ดีอย่างซิตี้กลับต้องมาเสีย แว็งซองต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมที่โชคร้ายบาดเจ็บจนฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง เอเเลียเควียม ม็องกาลา ลงมาเล่นแทน

รูปเกมส่วนใหญ่เป็นมาดริดที่ครองบอลบุกเข้าใส่ได้เหนือกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 20 ก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะทำเกมทางกราบขวาโดยเป็น ดานี การ์บาฆัล ไหลให้ แกเร็ธ เบล ยิงมุมแคบด้วขขวาไปแฉลบ แฟร์นันโด ที่พุ่งสไลด์มาบล็อคเปลี่ยนทางย้อยเข้าประตูตัวเองไป ส่งให้ราชันชุดขาวออกนำ 1-0 และจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังแม้ว่าเจ้าบ้านจะยังบุกได้มากกว่าและมีโอกาสบวกลูกสองเพิ่มได้อีกหลายครั้ง แต่ก็จบสกอร์กันได้ไม่เฉียบคมพอ ส่วนเกมรุกของทีมเยือนก็แทบจะไม่สามารถสร้างความอันตรายได้เลย ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นเรอัล มาดริดที่ชนะไป 1-0 รวมสองนัดก็ยังชนะ 1-0 เหมือนเดิม ผ่านเข้าไปพบกับแอตเลติโก มาดริดอีกครั้งเหมือนในปี 2014 โดยนัดชิงชนะเลิศจะแข่งขันกันที่ซานซีโร คืนวันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคมนี้