เรือใบไปไม่ถึงฝั่ง! พาเลซสุดแกร่งดับเครื่องชนซิตี้จอดคาที่ 2-1

พลาดโอกาสยึดรองจ่าฝูงคืนอย่างน่าเสียดายสำหรับเรือใบสีฟ้า หลังอับปางแบบสุดช็อคกลางถิ่นเซลเฮิร์สต์ พาร์ค

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 31 ประจำวันจันทร์ที่ 6 เมษายน 2558 ณ สนามเซลเฮิร์สต์ พาร์ค ระหว่าง คริสตัล พาเลซ ก่อนเกมรั้งอันดับ 12 ของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 ของตาราง ซึ่งสถิติที่ทั้งคู่เคยพบกัน 7 นัดหลังสุด ปรากฏว่า แมนฯซิตี้เป็นฝ่ายกำชัยไปได้ทั้งสิ้น 

อลัน พาร์ดิว เทรนเนอร์เจ้าถิ่น ยังยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมนัดล่าสุด ที่เปิดบ้านเอาชนะ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส 3-1 นำโดย ชูเลียน สเปโรนี (ผู้รักษาประตู), มาร์ติน เคลลี่, เจสัน พันเชียน, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ยานนิค โบลาซี่, วิลฟรีด ซาฮา และหน้าเป้าเป็น เกล็นน์ เมอร์เรย์

ด้านทีมเยือนของกุนซือ มานูเอล เปเยกรินี ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากบุกเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียวในเกมนี้ โดยขนขุมกำลังมาเต็มสูบในระบบ 4-4-2 วาง เอดิน เซโก้ เป็นกองหน้าคู่กับ เซร์คิโอ อเกวโร และมี เฆซุส นาบาส, ดาบิด ซิลบา, แฟร์นันดินโญ และ ยาย่า ตูเร่ คอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

เปิดฉากเกมเพียง 2 นาที เจ้าถิ่นได้โอกาสทักทายก่อนเลย จากจังหวะที่ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ถ่ายออกซ้ายให้ มาร์ติน เคลลี่ ปาดเลียดเข้าไปในเขตโทษแบบไม่ต้องจับ และเป็น เจสัน พันเชียน เข้าชาร์จจังหวะแรกวืด บอลหลุดไปเสาไกลเข้าทาง วิลฟรีด ซาฮา ทว่าด้วยความที่บอลพุ่งมาเร็วแบบไม่ได้ตั้งตัว ทำให้อดีตแนวรุกปีศาจแดงเลยแปจ่อๆเหินข้ามคานออกไป

ถัดมานาทีที่ 11 ทีมเยือนเริ่มทักทายบ้าง จากลูกที่ โจ ฮาร์ท ออกบอลยาวขึ้นหน้าให้ เซร์คิโอ อเกวโร แตะหนีผู้รักษาประตูออกไปทางฝั่งซ้าย ก่อนดึงจังหวะรอและไหลถวายพานเข้ากลางให้ ดาบิด ซิลบา แตะแต่งหนึ่งที ก่อนกดด้วยซ้าย ทว่า ชูเลียน สเปโรนี ยังปฏิกิริยาไวตามมาใช้หัวไหล่บล็อคออกไปได้อย่างหวุดหวิด

ต่อมาในนาทีที่ 19 ซิตี้น่าจะได้ประตูขึ้นนำจริงๆ เมื่อ ดาบิด ซิลบา ไหลจากฝั่งขวาเข้ากลางบริเวณหัวกระโหลกให้ เซร์คิโอ อเกวโร แต่งหาช่อง ก่อนตะบันเลียดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งโค้งไปชนเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้นยังเป็นซิตี้ที่โหมบุกอย่างหนัก และเกือบได้ประตูจาก ดาบิด ซิลบา แต่ ชูเลียน สเปโรนี ก็ยังปฏิเสธไว้ได้อีกเช่นเคย

กระทั่งนาทีที่ 34 กลายเป็นเจ้าถิ่นที่ทำช็อคใส่แชมป์เก่า เมื่อจัดการพังประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่กองหลังซิตี้เคลียร์ลูกเตะมุมไม่ขาดเข้าทางผู้เล่นพาเลซบริเวณกลางสนาม ก่อนโยนหนุนขึ้นหน้าให้ โจ เลดลีย์ โหม่งเช็ดเข้าไปในเขตโทษให้ สก็อตต์ แดนน์ ที่ก้ำกึ่งเหมือนว่าจะล้ำหน้าแปด้วยซ้ายแฉลบขา โจ ฮาร์ท เข้าทาง เกล็นน์ เมอร์เรย์ ตามชาร์จจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ ให้ทัพปราสาทเรือนแก้วขึ้นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นในครึ่งหลังได้ไม่นาน เพียง 3 นาที แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้ลุกขึ้นเฮอีกครั้ง เมื่อ เจสัน พันเชียน ได้ปั่นฟรีคิกด้วยซ้ายระยะประมาณ 25 หลา บอลโค้งข้ามกำแพงก่อนมุดเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ให้พาเลซหนีห่างเป็น 2-0

ถัดมาในนาทีที่ 52 ซิตี้เกือบได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาบริเวณกลางประตูพอดิบพอดี และเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งประจำทีมอย่าง ยาย่า ตูเร่ รับหน้าที่ปั่นโค้งด้วยขวา บอลพุ่งเฉี่ยวคานตกใส่หลังตาข่ายออกไปอย่างน่าเสียดาย จากนั้นเป็นแชมป์เก่าที่โหมบุกกระหน่ำ

และในนาทีที่ 73 พวกเขาพลาดประตูตีไข่แตกไปอย่างเหลือเชื่อ เมื่อ แฟร์นันดินโญ ได้หวดด้วยขวาเต็มข้อในเขตโทษฝั่งขวา ทิศทางบอลกำลังจะพุ่งเสียบเสาไกลอยู่แล้ว แต่ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ยังโชว์เทพวิ่งเข้ามาสกัดออกไปได้แบบฉิวเฉียด แต่แล้วถัดมา 5 นาที ทีมเยือนก็มาพังประตูตีไข่แตกจนได้ จากจังหวะที่ ซามิร์ นาสรี ตัวสำรองเปิดยัดจากฝั่งขวาเข้ามาในเขตโทษ และเป็น สก็อตต์ แดนน์ กองหลังเจ้าถิ่นเคลียร์บอลสกัดไม่ขาดเข้าทาง ยาย่า ตูเร่ บริเวณเส้นเขตโทษฝั่งขวา ซัดสวนด้วยซ้ายตูมเดียวเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างเด็ดขาด แมนฯซิตี้ตีตื้นเป็น 1-2

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลาดท่าบุกพ่าย คริสตัล พาเลซ 1-2 ชวดโอกาสยึดรองจ่าฝูงคืนอย่างน่าเสียดาย ทำให้ยังต้องรั้งที่ 4 ของตารางต่อไป มี 61 คะแนน ตามจ่าฝูง เชลซี ห่างเป็น 9 คะแนน ส่วน พาเลซ ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 11 ของตารางเรียบร้อยแล้ว