เรือใบเคี้ยวท็อฟฟี่ 3-0 เก็บชัย 3 นัดรั้งจ่าฝูง

ฟอร์มของเรือใบสีฟ้า ยังคงแข็งแกร่งเกินต้านทาน ล่าสุดอัด เอฟเวอร์ตัน 3 - 0 คว้าชัย 3 นัดรวดรั้งจ่าฝูงของตารางต่อไป 

โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือเจ้าบ้าน ยังยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมก่อนที่บุกถล่มเซาแธมป์ตัน 3-0 ลงเล่นทั้งหมด นำโดยศูนย์หน้าตัวเป้าฟอร์มแรงซึ่งเหมาคนเดียว 2 ประตูในนัดที่แล้วอย่าง โรเมลู ลูกากู ที่จะได้ลงทำเกมรุกร่วมกับ ทอม เคลฟเวอร์ลีย์, อารูนา โกเน และ รอสส์ บาร์คลีย์

ด้านทีมเยือนของ มานูเอล เปเยกรินี ใช้ 11 คนแรกจากแมตช์ล่าสุดที่เปิดบ้านอัดเชลซี 3-0 สนามยกชุดเช่นกัน นำโดยเพลย์เมคเกอร์ผู้เป็นหัวใจในแผงเกมรุกอย่าง ดาบิด ซิลบา ที่ลงประสานงานร่วมกับ เฆซุส นาบาส และ ราฮีม สเตอร์ลิง สองปีกตัวจี๊ด พร้อมวาง เซร์คิโอ อเกวโร ยืนเป็นหน้าเป้า

เริ่มเกมมาได้เพียง 9 นาทีเท่านั้น เป็นซิตี้ที่เกือบจะพังประตูขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ นาบาส ทำชิ่งกับ ซิลบา ทางกราบขวา ก่อนจะเปิดเข้ากลางให้ กุน อเกวโร ตวัดยิงตามน้ำด้วยขวา แต่ยังโดน ทิม ฮาวเวิร์ด ใช้เท้าเซฟก่อนจะตามตะครุบเข้าซองได้อย่างยอดเยี่ยม

4 นาทีต่อมา เรือใบสีฟ้ามีโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะที่ กุน อเกวโร ตอกส้นให้ ซิลบา ลองส่องไกลด้วยซ้ายข้างถนัด แต่บอลยังตรงตัว ฮาวเวิร์ด คว้าติดมือสบาย

ถัดมานาทีที่ 18 เอฟเวอร์ตันมีโอกาสบ้าง จากจังหวะที่ บาร์คลีย์ ได้บอลทางฝั่งซ้าย ก่อนจะเลี้ยงตัดเข้าในแล้วซัดไกลด้วยขวา แต่ยังไม่ผ่านมือ โจ ฮาร์ท ที่แปะบอลก่อนจะตามไปคว้าเข้ามือได้อย่างยากเย็น

จากนั้นนาทีที่ 23 ท็อฟฟี่สีน้ำเงินสามารถส่องบอลสู้ก้นตาข่ายได้แล้ว จากจังหวะที่ บาร์คลีย์ จ่ายทะลุช่องให้ ลูกากู ล็อคหลบ ฮาร์ท ก่อนจะยิงด้วยซ้ายเข้าไป แต่ถูกผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าเสียก่อน

2 นาทีต่อมา ยังเป็นเจ้าบ้านทีได้โอกาสลุ้นพังประตูออกนำ จากจังหวะที่แบ็คขวาอย่าง เซมุส โคลแมน กระชากบอลเติมเกมรุกขึ้นมาทางริมเส้น ก่อนจะลากตัดเข้าในแล้วยิงด้วยซ้าย แต่บอลพุ่งถากเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้นในช่วงทดเจ็บเอฟเวอร์ตันต้องมาเสีย เบรนดอน กัลโลเวย์ แบ็คซ้ายดาวรุ่งที่มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเขาจนฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องส่งดาวรุ่งอีกรายอย่าง ไทเยียส บราวนิง ลงมาแทน ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ที่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังได้เพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น เป็นซิตี้พลาดโอกาสทองในการขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ สเตอร์ลิง ลากบอลกราบซ้ายตัดเข้าในก่อนจะจ่ายเข้าเขตโทษให้ ซิลบา อัดมุมแคบด้วยซ้ายเต็มข้อ แต่บอลกลับพุ่งไปชนเสาอย่างจัง

จนกระทั่งนาทีที่ 60 เรือใบสีฟ้าที่บุกมากว่าอยู่นาน ก็มาพังประตูออกนำจนได้ จากจังหวะที่ สเตอร์ลิง กระชากขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะเลี้ยงจี้เข้ากรอบเขตโทษ แล้วจ่ายตัดแนวรับเอฟเวอร์ตันให้ อเล็กซานเดอร์  โคลารอฟ แปมุมแคบเน้นๆด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด ส่งให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0

ถัดมาอีก 2 นาที ซิตี้เกือบจะบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ นาบาส เก็บตกบอลจากความผิดพลาดของ จอห์น สโตนส์ และ บราวนิง ที่ไปวิ่งชนกันเอง ก่อนจะยิงไปโดนหน้าของ ฮาวเวิร์ด ออกหลังหวุดหวิด

แต่แล้วในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88 เรือใบสีฟ้าก็มาทำประตูที่สองเพิ่มได้อีกจนได้ จากจังหวะที่ นาสรี ได้บอลทางกราบขวา ก่อนจะทำชิ่งกับ ยาย่า ตูเร แล้วหลุดเข้าเขตโทษไปกระดกบอลข้ามหัว ฮาวเวิร์ด ตุงตาข่ายง่ายๆ ช่วยให้ทีมเยือนหนีห่างเป็น 2-0

หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่บุกมาเอาชนะไป 2-0 ทำให้เป็นทีมแรกในฤดูกาลนี้ที่สามารถเก็บชัยได้สามนัดรวด พร้อมแซงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 9 คะแนนเต็ม ส่วนเอฟเวอร์ตันอยู่อันดับ 7 มี 4 แต้มจาก 3 นัด