เรือเกือบล่ม!! กุนเบิ้ลเซฟชีพพาซิตี้ไล่เจ๊าคิวพีอาร์สุดมัน 2-2

ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์กลายเป็นฮีโร่ให้กับทีมเรือใบสีฟ้า หลังเหมาสองประตูช่วยให้ต้นสังกัดบุกแชร์แต้มกับ ควีนส์พาร์ค สุดมัน โดยตอนนี้แชมป์เก่าถูกเชลซีทิ้งห่างเป็น 8 คะแนนแล้ว

แฮร์รี เรดแนปป์ ผู้จัดการทีมมาดนิ่งของคิวพีอาร์ ปรับทัพจากนัดที่แพ้ เชลซี 1-2 เพียงตำแหน่งเดียว โดยพัก จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์ ไว้ที่ม้านั่งสำรองแล้วส่ง บ็อบบี้ ซาโมรา ดาวยิงวัยเก๋าลงเล่นแทน โดยจะมาประสานงานในแดนหน้าร่วมกับ ชาลี ออสติน นอกนั้นนำมาโดย ซานโดร, เอดูอาร์โด้ วาร์กัส, เมาริซิโอ อิสลา และ ลีรอย เฟอร์

ด้าน มานูเอล เปเยกรินี เกมนี้วาง เซร์คิโอ อเกวโร เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่ายเช่นเคย โดยมี ซามิร์ นาสรี, เฆซุส นาบาส และ ยาย่า ตูเร่ คอยเติมเกมรุกสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ส่วนแนวรับส่ง เอเลียเควียม ม็องกาลา ลงประจำการในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คแทน แว็งซองต์ กอมปานี กัปตันคนเก่งที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บจากเกมแชมป์เปี้ยนส์ลีก

เริ่มเกมมาได้เพียง 8 นาที กองเชียร์เจ้าถิ่นก็ต้องลุกขึ้นเฮเก้อ หลังจาก โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูทีมเยือนแตะเปิดบอลพลาดไปเข้าทาง ชาลี ออสติน สวนด้วยขวาตูมเดียวส่งบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสุดสวย แต่ผู้ตัดสินกับชี้ว่าลูกน้ไม่เป็นประตู เนื่องจากจังหวะที่ ฮาร์ท เตะเปิดบอลนั้น เท้าซ้ายดันไปสัมผัสบอลก่อนที่เท้าขวาจะเตะไป ซึ่งถือว่าเป็นการเล่นสองจังหวะและผิดกฏกติกานั่นเอง

ถัดมาในนาทีที่ 14 เป็นโอกาสหลุดประตูของทางเจ้าบ้านอีกครั้ง จากจังหวะที่ บ็อบบี้ ซาโมรา จ่ายให้ ชาลี ออสติน แปด้วยขวาเน้นๆจากระยะประมาณ 5 หลา ทว่า โจ ฮาร์ท ยังยืนตำแหน่งดีใช้ตัวเซฟออกไปได้แบบหวุดหวิด

รูปเกมเป็นฝั่งคิวพีอาร์ที่เดินหน้าบุกแทบจะฝ่ายเดียว จนกระทั่งนาทีที่ 21 พวกเขาก็มาได้ประตูออกนำไปก่อนจนได้ จากจังหวะที่ เมาริซิโอ อิสลา แทงทะลุช่องจากกราบขวาเข้าไปในเขตโทษให้ ชาลี ออสติน จับแต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนแปเลียดสวนทาง โจ ฮาร์ท เข้าไปตุงตาข่าย คิวพีอาร์ขึ้นนำ 1-0

หลังจากเสียประตูไปทำให้แมนฯซิตี้ โหมบุกเต็มสูบ และในนาทีที่ 26 พวกเขาก็ได้โอกาสลุ้นประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ ยาย่า ตูเร่ ลากตัดเข้ากลางก่อนบรรจงตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อ ส่งบอลเฉี่ยวสามเหลี่ยมเสาไกลออกหลังไปแบบได้ลุ้นทีเดียว

Goal!! นาทีที่ 32 แมนฯซิตี้ยิงประตูตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ เอเลียเควียม ม็องกาลา โยนยาวจากแดนตัวเองเข้าไปในเขตโทษของคิวพีอาร์ให้ เซร์คิโอ อเกวโร ดูดบอลลงก่อนโยกหลบกองหลังเจ้าบ้านและซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างงดงาม แมนฯซิตี้ตามตีเสมอเป็น 1-1

ท้ายครึ่งแรกทั้งคู่พยายามเปิดเกมสู้กันอย่างสูสี แต่ก็ไม่มีฝ่ายไหนทำประตูเพิ่มได้ จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกันอยู่ที่สกอร์ 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลังทั้งคู่ยังคงเปิดเกมรุกแลกกันอย่างสนุก โดยเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่มีโอกาสจบสกอร์มากกว่าแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ โจ ฮาร์ท ที่เกมนี้โชว์ฟอร์มเซฟอุตลุต

นาทีที่ 68 แมนฯซิตี้ต้องมาเสียโควต้าเปลี่ยนตัวไปฟรีๆ เนื่องจาก เอดิน เซโก้ ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนลงสนามได้ไม่ถึง 5 นาที มีปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ส่งผลให้ มานูเอล เปเยกรินี ผู้จัดการทีมตัดสินใจส่ง แฟรงก์ แลมพาร์ด ลงเล่นแทน

Goal!! นาทีที่ 76 กลายเป็นฝั่งเจ้าถิ่นที่มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ ชาลี ออสติน หลุดเดี่ยวไปทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดโค้งเข้ามาในเขตโทษ และเป็น บ็อบบี้ ซาโมรา กองหน้าตัวเก๋าประจำทีมพยายามจะโหม่งแต่โหม่งวืดทำให้บอลไปตกใส่หัวของ มาร์ติน เดมิเคลิส กระดอนเข้าประตูตัวเองไป ทำให้คิวพีอาร์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1

ถัดมาเพียง 2 นาทีซิตี้เกือบได้ประตูตีเสมอแบบทันควัน จากจังหวะที่ โจอี้ บาร์ตัน ตัวสำรองของคิวพีอาร์โหม่งบอลคินหลังพลาดไปเข้าทาง เซร์คิโอ อเกวโร แตะหนี โรเบิร์ต กรีน นายทวารเจ้าบ้านก่อนยิงเลียดด้วยขวา บอลกำลังไหลจะเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ ริชาร์ด ดันน์ ยังวิ่งมาสกัดไว้ได้ทัน

กระทั่ง นาทีที่ 83 ซิตี้ก็มาได้ประตูตีเสมออีกครั้งจนได้ จากจังหวะที่ ยาย่า ตูเร่ โยนบอลยาวจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษคิวพีอาร์ให้ เซร์คิโอ อเกวโร พักอกแต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนยิงจังหวะแรกไปติดเซฟ โรเบิร์ต กรีน แต่ยังตามซ้ำดาบสองได้ทันควัน ทำให้แมนฯซิตี้ไล่ตีเสมอเป็น 2-2

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกยันเสมอกับ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2-2 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน โดยตอนนี้ ซิตี้ ยังอยู่ที่ 3 ต่อไป แข่ง 11 นัดมี 21 คะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่าง เชลซี อยู่ถึง 8 คะแนนด้วยกัน ส่วนคิวพีอาร์ยังคงรั้งรองบ๊วยต่อไปเช่นเดิม โดยเก็บได้เพียง 8 คะแนนเท่านั้น