เสาเซฟสามแต้ม!! ปืนบุกทุบปราสาทเรือนแก้วหวุดหวิด 2-1 ผงาดขึ้นที่ 3

เรียกได้ว่าเสาประตูช่วยชีวิตจริงๆ สำหรับไอ้ปืนใหญ่ หลังบุกปราบคริสตัล พาเลซ ในเกมลอนดอนดาร์บี้ฉิวเฉียด 2-1 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

อลัน พาร์ดิว กุนซือพาเลซ ยังหาชัยชนะในบ้านตัวเองไม่เจอจาก 3 เกมหลังสุด แถมยังขาดแกนหลักหลายราย ไล่ตั้งแต่ ยาย่า ซาโนโก้ นักเตะตัวยืมที่ต้องพบกับต้นสังกัดที่แท้จริง, ลี ชุง ยอง ที่ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน รวมถึง ไมล์ เยดินัค ที่ไม่ผ่านความฟิตทำให้ได้ออกสตาร์ทเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น โดยเกมนี้ฝากความหวังไว้กับสองคู่หน้าอย่าง เฟร์เซอร์ แคมป์เบลล์ และ ดไวท์ เกย์ล ที่ยิงรวมกันไปแล้ว 9 ประตูในซีซั่นนี้

ด้าน อาร์แซน เวงเกอร์ นายใหญ่มาดละเมียดของทัพปืนโต กลับมาใช้ ดาวิด ออสปินา เป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งอีกครั้ง หลังได้พักในบอลถ้วยเอฟเอคัพ ขณะที่ตำแหน่งแบ็คขวาสร้างเซอร์ไพร์สเล็กน้อยเมื่อส่ง คาลัม แชมเบอร์ส ลงเล่นแทน เฮคเตอร์ เบลเลริน ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง นอกนั้นเป็นกำลังหลักขาประจำ นำโดย ซานติ กาซอร์ลา, แดนนี เวลเบ็ค, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเซซ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

เปิดฉากมาได้เพียง 8 นาที ทีนเยือนอย่าง 'ไอ้ปืนใหญ่' จัดการซัดประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ แดนนี่ เวลเบ็ค ใช้ความขยันไปแย่งบอลจากเท้า ปาเป้ ซูอาเร ก่อนกระชากเข้าไปในเขตโทษฝั่งขวา ทว่าดันถูก ซูอาเร คนเดิมตามสกัดล้มลงในกรอบเขตโทษ ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชี้เป็นลูกโทษให้กับทีมเยือนทันที และเป็น ซานติ กาซอร์ลา รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0

หลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ผลัดกันบุกอย่างสนุกสูสี และในนาทีที่ 31 อาร์เซนอลก็มาได้โอกาสลุ้นประตูที่สอง จากจังหวะที่ เมซุต โอซิล ล้มตัวจ่ายออกมาทางฝั่งซ้ายให้ อเล็กซิส ซานเซซ โยกลากตัดเข้ากลางตามสูตร ก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลแฉลบขาแนวรับเจ้าถิ่น ทำให้ ชูเลียน สเปโรนี คว้าเข้าซองไว้ได้แบบสบายมือ

เกมทำท่าจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้อยู่แล้ว ทว่านาทีแรกของช่วงทดเจ็บ กลายเป็นไอ้ปืนใหญ่ที่มาบวกสกอร์เพิ่มได้สำเร็จ จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ แทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แดนนี เวลเบ็ค ตวัดเลียดเข้ากลาง และเป็น ชูเลียน สเปโรนี ที่ปัดมาเข้าทาง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซ้ำดาบสองง่ายๆเข้าไปตุงตาข่าย อาร์เซนอลหนีห่างเป็น 2-0 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง ฝั่งเจ้าบ้านเปิดเกมบุกเต็มสูบ และในนาทีที่ 52 พวกเขาเกือบได้ประตูตีไข่แตก จากลูกที่ วิลฟรีด ซาฮา ยิงจังหวะแรกไปติดบล็อคของ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ก่อนบอลกระดอนมาเข้าทาง เจสัน พันเชียน สวนตูมเดียวด้วยขวา ออกหลังไปไกลพอสมควร

ถัดมา 2 นาที ทีมเยือนเกือบได้ประตูเพิ่ม จากจังหวะโต้กลับเร็ว และเป็น เมซุต โอซิล จ่ายทะลุช่องให้ อเล็กซิส ซานเซซ สปีดแซงแนวรับเจ้าถิ่นเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนตวัดด้วยซ้าย ส่งบอลผ่านเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ยังเป็นเจ้าถิ่นที่โหมบุกอย่างหนักหวังได้ประตูตีไข่แตก และในนาทีที่ 74 พวกเขาก็เกือบทำได้จริงๆ จากจังหวะฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลา และเป็น เจสัน พันเชียน รับหน้าที่กดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งถากเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น ชนิดที่ ดาวิด ออสปินา ทำได้เพียงแค่มองเซฟด้วยสายตาแล้ว

นาทีที่ 89 อาร์แซน เวงเกอร์ เน้นอุดเต็มที่ หลังจัดการส่ง กาเบรีล เปาลิสต้า กองหลังตัวใหม่ลงเล่นแทน อเล็กซิส ซานเซซ ซึ่งทำให้อดีตเซ็นเตอร์บียาร์เรอัลได้ลงประเดิมในเกมพรเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการนัดแรกอีกด้วย

กระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีไข่แตกจนได้ จากจังลูกเตะมุมฝั่งซ้าย บอลชุลมุนกันในเขตโทษพักใหญ่ ก่อนไปเข้าทาง วิลฟรีด ซาฮา วอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ ติดขา เกล็นน์ เมอร์รี่ ตัวสำรอง แต่ เมอร์รี่ ก็ยังปฏิกิริยาไวตามซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ

ถัดมาไม่ถึงนาที แฟนบอลทีมเยือนเกือบช็อค เมื่อ เกล็นน์ เมอร์รี่ สอดขึ้นมาโหม่งผ่านมือ ดาวิด ออสปินา ไปแล้ว แต่บอลดันพุ่งไปชนเสาอย่างจังก่อนกระดอนมาเข้าทาง ออสปินา เลยจัดการคว้าไว้ได้แบบหวุดหวิด

จบเกม อาร์เซนอล บุกเฉือนชนะ คริสตัล พาเลซ หวุดหวิด 2-1 เก็บสามคะแนนสำคัญ ขยับแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เซาแธมป์ตัน ขึ้นมาอยู่ที่ 3 ของตารางเรียบร้อยแล้ว โดยมีแต้มตามหลังจ่าฝูงอย่าง เชลซี อยู่ 12 คะแนน ส่วน พาเลซ ยังอยู่ที่ 13 ต่อไปตามเดิม