เทพพิทักษ์! มิโญเลต์เซฟสองจุดโทษพาหงส์จมเรือ (1)2-2(3)

หลังเสมอกันสุดมันส์ในเวลาปกติ นายด่านหงส์แดงกลายเป้นฮีโร่ด้วยการเซฟลูกยิงของแชมป์พรีเมียร์ลีกถึงสองครั้ง

เกมอุ่นเครื่อง กินเนสส์ อินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์ คัพ กลุ่มบี นัดที่สอง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ให้โอกาส โจ อัลเลน ลงมาทำเกมแดนกลางร่วมกับสตีเวน เจอร์ราร์ด และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แดนหน้าให้ริคกี้ แลมเบิร์ต จับคู่กับแดเนียล สเตอร์ริดจ์ ส่วนซิตี้ของมานูเอล เปเยกรินี วาง สเตฟาน โยเวติช ดาวเด่นปรีซีซัน ล่าตาข่ายคู่กับเอดิน เซโก้ แดนกลางให้โอกาสบรูโน ซูคูลินี ดาวรุ่งอาร์เจนไตน์

หงส์แดงออกสตาร์ทได้วูบวาบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เรือใบสีฟ้าจะพลิกกลับมาครองเกมได้เหนือกว่า และได้ลุ้นเหน่ง ๆ ก่อน จากจังหวะโหม่งหลุดกรอบของโยเวติช

รองแชมป์พรีเมียร์ลีกตอบโต้ทันทีด้วยลูกยิงเรียดของคูตินโญ หลุดกรอบไปแบบได้ลุ้นเช่นกัน

แม้ลิเวอร์พูลจะครองเกมได้ไม่ดีเท่า แต่ก็สองทีมเปิดหน้าแลกกันสนุกสมใจแฟนบอล น.26 เซโก้จัดการลูกจ่ายทะลุช่องของมิลเนอร์เข้าประตูไปแล้ว แต่กรรมการเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน

จบครึ่งแรกยังไม่มีสกอร์จากทั้งสองทีม แต่ดูแล้วน่าจะรอแค่เวลาเท่านั้น

ครึ่งหลังสองทีมปล่อยทีเด็ดลงสนาม ซิตี้ส่งเคเลชิ อิเฮนาโช ดาวโรจน์วัย 17 ที่ยังอยู่ในสถานะแข้งทดสอบฝีเท้า เนื่องจากยังขอ Work Permit ไม่ผ่าน ลงมาแทนเซโก้ รวมถึงโจ ฮาร์ท, สก็อตต์ ซินแคลร์ ที่ลงมาแทนกาบาเยโร, มิลเนอร์ ส่วนลิเวอร์พูลให้ซิมง มิโญเลต์, ราฮีม สเตอร์ลิง, ลงมาแทนแบรด โจนส์, เกล็น จอห์นสัน

ลิเวอร์พูลเกมดีขึ้นทันตาเมื่อมีเจ้าหนูราฮีม ในขณะที่อิเฮนาโชก็น่าประทับใจเช่นเคย แต่เป็น 'โยโย่' โยเวติช ที่ยิงประตูแรกของเกม เฆซุส นาบาส เปิดเรียดจากกราบขวา เจอร์ราร์ดสกัดไม่ขาด มาเข้าทางอดีตดาวโรจน์ฟิออเรนตินายิงตามน้ำไปนิ่ม ๆ ซิตี้ขึ้นนำ 1-0

ไม่ถึง 10 นาทีให้หลัง ลิเวอร์พูลตีเสมอทันที สเตอร์ลิงล้มตัวแทงบอลสุดสวยให้สเตอร์ริดจ์ เด็กเก่าซิตี้ถูกสกัดล้มแต่ยังป้ายคืนให้เฮนเดอร์สันที่สอดขึ้นมาได้ทัน เฮนโด้ปิดจ็อบผ่านมือฮาร์ทไม่เหลือ เสมอกันแล้วที่ 1-1

เจ้าหนูซูคูลินีเกือบได้แจ้งเกิดบ้างจากจังหวะล้มตัวยิงจ่อ ๆ แต่บอลโด่งไปชนคานสนั่น

แต่แล้วเป็นโยเวติชคนเดิมที่ยิงให้เรือใบขึ้นนำอีกครั้ง เจ้าหนุ่มจ่ายบอลออกริมเส้นให้นาบาสเปิดเข้ามา อิเฮนาโชยิงจังหวะแรกติดโคอาเตส และโยโย่ตามปิดจ็อบได้เด็ดขาด ซิตี้นำอีกครั้ง 2-1

แต่ลิเวอร์พูลไม่ยอมง่าย ๆ ตามตีเสมออีกครั้ง จากจังหวะเซ็ทเกมสุดสวยของสเตอร์ริดจ์และเฮนเดอร์สัน จบด้วยการปั่นโค้งของเจ้าหนูสเตอร์ลิง เสมอกันที่ 2-2 และเป็นสกอร์สุดท้าย ต้องไปตัดสินกันที่จุดโทษตามกฎของรายการนี้

คนแรกของทั้งสองทีมยิงพลาดไป แต่ ยายา ตูเร และ เฆซุส นาบาส ยิงไม่ผ่านมิโญเลต์ที่เซฟได้แน่นอน ในขณะที่ลิเวอร์พูลยิงไม่พลาดทั้งหมด แม้เจ้าหนูอิเฮนาโชจะยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้นก็ไม่ทันการ ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายชนะ ในการดวลจุดโทษ 3-1 มีแต้มขึ้นนำเป็นจ่าฝูงกลุ่มบีหลังผ่านสองนัด

Topics