เอติฮัดฮาเฮ! เรือแล่นชนสิงห์ดับ 3-0 แซงขึ้นจ่าฝูง

กลายเป็นอีกทีมที่ออกสตาร์ตสองนัดแรกได้อย่างร้อนแรงสำหรับเรือใบสีฟ้า หลังไล่ถล่มเอาชนะแชมป์เก่าแบบเละเทะ แซงจิ้งจอกสยามขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่า

มานูเอล เปเยกรินี กุนซือเจ้าบ้าน ออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างสวยหรู หลังบุกไปถล่มเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน มาในเกมแรกถึง 3-0 แถมยังมีข่าวดีเมื่อได้ เซร์คิโอ อเกวโร กองหน้าตัวเก่งกลับมาลงสนามเป็น 11 คนแรกอีกครั้ง ทำให้ วิลเฟรด โบนี หลุดไปนั่งสำรอง ส่วนอีก 10 คนที่เหลือยังเป็นหน้าเดิมจากนัดก่อนทั้งหมด

ด้านทีมเยือนของ โชเซ มูรินโญ ที่แมตช์แรกทำได้แค่เสมอกับสวอนซี 2-2 มีการปรับทัพ 2 ตำแหน่ง เริ่มจากผู้รักษาประตูที่ใช้ อัสมีร์ เบโกวิช ลงเฝ้าเสาแทน ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ซึ่งติดโทษแบน และ รามิเรส ที่เบียดกองกลางเพื่อนร่วมชาติอย่าง ออสการ์ ลงเล่นเป็นตัวจริง

เริ่มเกมมาได้ไม่ถึงนาที เป็นซิตี้ที่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา จ่ายทะลุช่องจากกลางสนามให้ อเกวโร หลุดเดี่ยวไปยิงด้วยขวา แต่โดน เบโกวิช ใช้ขาเซฟได้ ก่อนที่บอลจะมาเข้าทาง เฆซุส นาบาส ซ้ำจากแถวสองด้วยขวา แต่บอลเรียดหลุดกรอบออกไป

ถัดมานาทีที่ 15 รองแชมป์เก่ามีโอกาสลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ โคลารอฟ จ่ายเรียดจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษให้ อเกวโร พลิกหนี แกรี เคฮิลล์ ก่อนจะตวัดยิงด้วยขวา แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เบโกวิช ที่ล้มตัวปัดด้วยมือซ้ายได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีต่อมา ดาวยิงทีมชาติอาร์จเนตินาชุดรองแชมป์โคปา อเมริกา 2015 มีโอกาสยิงอีกหน โดยคราวนี้ตวัดด้วยขวาจากการไหลจากฝั่งขวาของ นาบาส แต่ก็ยังโดน เบโกวิช ล้มตัวรับก่อนจะรับเข้าซองไว้ได้อยู่ดี

หลังจากนั้นเป้นเรือใบสีฟ้าที่ครองบอลบุกเข้าใส่ได้เหนือกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 31 ก็มาพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ กุน อเกวโร ทำชิ่งกับ ยาย่า ตูเร ก่อนจะล็อคแหวกแนวรับเชลซีที่ล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ 3-4 คน แล้วแปเรียดด้วยซ้ายเสียบเสาไกลเข้าไป ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0

ท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 41 สิงโตน้ำเงินครามที่ตามหลังอยู่เกือบตีเสมอได้ จากจังหวะที่ เชสก์ ฟาเบรกาส เก็บตกบอลจากการสะกัดไม่ดีของ ม็องกาลา ได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดเต็มแรงด้วยขวา แต่บอลพุ่งถากเสาออกไปหวุดหวิด

2 นาทีต่อมา ซิตี้เกือบจะบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้ายที่ โคลารอฟ เปิดให้ ม็องกาลา โฉบตัดหน้าแนวรับเชลซีขึ้นโขกบอลหลุดเสาไกลออกไปแบบมีเสียว ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกเป็นเจ้าบ้านที่นำอยู่ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมเยือนตัดสินใจแก้เกม ด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองคนแรก ส่ง เคิร์ต ซูมา กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ลงมาแทน จอห์น เทอร์รี ก่อนจะสามารถส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ในนาทีที่ 49 จากจังหวะที่ ฟาเบรกาส หยอดข้ามแนวรับเรือใบสีฟ้าให้ รามิเรส จิ้มสวนตัว โจ ฮาร์ท เข้าไป แต่ถูกผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้าเสียก่อน

ถัดมานาทีที่ 64 ซิตี้มีลุ้นได้ประตูที่สองเพิ่มอีก จากจังหวะที่ อเกวโร กระชากบอลขึ้นมาจากกลางสนามก่อนจะไหลออกฝั่งขวาให้ นาบาส ตบเข้ากลางกลับมาให้ เอล กุน อีกครั้ง ก่อนจะกดด้วยซ้ายบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว

จากนั้น นาทีที่ 69 เชลซีมีโอกาสใกล้เคียงในการตีเสมอได้มากที่สุด จากจังหวะที่ ดีเอโก้ คอสต้า เก็บตกบอลได้ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะไหลย้อนคืนมาแถวสองให้ เอเด็น อาซาร์ ซัดด้วยขวา แต่โดน ฮาร์ท ปัดทิ้งออกข้างไปหวุดหวิด

แต่แล้วในนาทีที่ 79 ซิตี้ ก็มาบวกลูกสองเพิ่มได้อีกจนได้ จากจลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ ซิลบา เปิดให้ แว็งซองต์ กอมปานี เอาชนะตัวประกบอย่าง อิวาโนวิช ก่อนจะโขกบอลเช็ดเสาไกลเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้เรือใบสีฟ้าหนีห่างเป็น 2-0

เท่านั้นไม่พอ เมื่อเจ้าบ้านมาใส่สกอร์ที่สามเพิ่มอีก ในนาทีที่ 85 จากความผิดพลาดของ อิวาโนวิช ที่จ่ายบอลไปติด ซิลบา มาเข้าทาง แฟร์นันดินโญ ตั้งป้อมกดเรียดด้วยขวาหน้าเขตโทษเข้าไปอย่างเฉียบคม ส่งให้รองแชมป์เก่านำห่างเป็น 3-0

หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ถล่มเอาชนะไปขาดลอยถึง 3-0 เก็บชัยได้สองนัดรวด มีเพิ่มเป็น 6 คะแนน พร้อมกับแซง เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า ส่วนเชลซีหล่นไปรั้งอันดับ 16 มีแค่แต้มเดียวเท่านั้น