EXCLUSIVE : บิล สีดา แถลงชัดทุกข้อกล่าวหาหนีเที่ยว - ย้ำตอบรับเข้าร่วมช้างศึกยู-21

หลังจากที่มีข่าวว่า บิล สีดา ตัวรุกดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก ได้ขอลาออกจากการเป็นนักเตะของ นครราชสีมา เอฟซี ในกรณีที่เจ้าตัวไปพักผ่อนที่ภูเก็ต และทางสโมสรมองว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากเอาเปรียบนักเตะคนอื่นนั้น

ล่าสุดทางแข้งวัย 20 ปีที่เคยเล่นในลีกของเดนมาร์กมาแล้ว ได้ออกมาชี้แจงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติ ถ้าทุกคนมีเวลาที่จะฟังเรื่องราวของผม อย่างที่คุณรู้นั่นล่ะว่าใน 1 เรื่องจะมีเรื่องราวสองด้านเสมอ อย่างที่พวกคุณทุกคนรู้นั่นก็คือผมได้เซ็นสัญญากับสวาทแคทตอนเดือนธันวาคม ซึ่งสำหรับผมมันคือดีลที่สำคัญมาก ซึ่งแผนของผมก็คือจะจบการศึกษาในเดนมาร์กก่อน แล้วค่อยกลับมาในช่วงซัมเมอร์และไปพักผ่อนที่ภูเก็ต ผมต้องการเวลาเพื่อผ่อนคลาย เพราะผมเพิ่งเสร็จสิ้นช่วงเวลาสองปีอันหนักหน่วงกับการเรียนมา และต้องการจะพร้อม 100% สำหรับการผจญภัยและอาชีพค้าแข้งครั้งใหม่ของผม ซึ่งเทรนเนอร์คนก่อนเขาบอกว่าไปได้เลย และเขาก็เข้าใจว่าทำไมผมถึงต้องการวันหยุด”

 “คุณคงรู้แล้วว่าสวาทแคทมีเทรนเนอร์คนใหม่ ดังนั้นเมื่อผมกลับมาสวาทแคทในช่วงซัมเมอร์ ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่จะขออนุญาตเทรนเนอร์คนใหม่ไปทริปที่ภูเก็ต”

 “ซึ่งทางเฮดโค้ชมิลอสก็อนุญาตให้ผมไปได้ เขารู้ว่าผมจ่ายเงินไปแล้วเท่าไหร่ ผมจ่ายเงินไปแล้ว 50.000 บาท ซึ่งสำหรับผมมันเยอะมาก และผมก็ต้องการจะบอกว่าถ้าผมไม่จ่ายเงินไปแล้ว แน่นอนว่าผมไม่ไปภูเก็ตแน่ และผมก็จะอยู่เล่นฟุตบอลกับสวาทแคทต่อ ในเวลาเดียวกันผมคงไม่ไปภูเก็ตถ้าผมรู้ว่ามันจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น เพราะพวกเขาบอกกับผมว่าไม่เป็นไรและไม่มีปัญหา การเล่นฟุตบอลคือความฝันของผม และผมจะไม่เสี่ยงทำอะไรที่จะเสียมันแน่ ดังนั้นพวกเขาน่าจะบอกผม ผมรู้สึกผิดหวังมาก”

 “ในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่าผมสามารถไปภูเก็ต และหลังจากนั้นค่อยกลับมาสวาทแคทเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้ ผมเลยไปภูเก็ตและพวกเขาก็มาบอกผมว่า พวกเขาลงทะเบียนชื่อผมไปแล้ว ซึ่งผมก็รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมากกับมัน แต่เมื่อผมกลับมา ฝันร้ายก็มาหลอกหลอนผม สวาทแคทไม่ต้องการผมอยู่ในทีมอีกต่อไปแล้ว พวกเขาพูดว่าเป็นเพราะผมไปภูเก็ต ตอนนี้มันก็เลยมีข้อสรุปออกมาก็คือผมโดนตัดออกจากทีม ซึ่งผมรู้สึกเศร้ามากและไม่อยากจะเชื่อมัน”

 “นี่คือสิ่งที่ผมไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้น แต่มันก็มีสิ่งที่ผมกับสโมสรไม่เห็นด้วยค่อนข้างเยอะ และผมจะไม่พูดถึงมันทั้งหมดก็แล้วกัน พวกเขาถอดผมออกจากทีมโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวก่อน มันไม่ยุติธรรมอย่างมาก และผมก็รู้สึกว่าสวาทแคททำกับผมโดยขาดความเคารพ”

 “ผมขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจผมตลอดการเดินทางอันแสนสั้นนี้ มันมีความหมายสำหรับผมมาก! ผมรู้สึกเสียใจกับทุกคนด้วยสำหรับเหตุการณ์นี้”

นอกจากนี้เจ้าตัวยังกล่าวถึงเรื่องการติดทีมชาติไทยกับทางโฟร์โฟร์ทูอีกด้วย

“นี่คือความจริงจากผม ตอนนี้ผมยังอยู่กับครอบครัวที่ประเทศไทย สำหรับทีมชาติไทยชุดยู-21 ผมได้ตอบตกลงการเรียกตัวไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้คงพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ขอโฟกัสกับก้าวต่อไป และทำงานให้หนักยิ่งขึ้นกว่านี้"