EXCLUSIVE : อดีตโค้ชอิรักชุดแชมป์เอเชี่ยนคัพ เปิดใจทำไมถึงอยากคุมช้างศึก

อดีตกุนซืออิรักชุดแชมป์เอเชี่ยน คัพ ร่ายยาวถึงสาเหตุที่ต้องการคุมทัพช้างศึก 

จอร์แวน วิเอร่า กุนซือมากประสบการณ์ชาวบราซิล 1 ในแคนดิเดทลุ้นเก้าอี้กุนซือทีมชาติไทย ร่ายยาวถึงสิ่งที่เขาพูดคุยกับทางคณะกรรมการของสมาคมกีฬาฟุตบอลฟุตบอลแห่งประเทศไทยหลังจากเข้ายื่นโปรไฟล์คุมทีมชาติเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา รวมทั้งยังเปิดใจถึงสาเหตุที่คิดว่าทัพช้างศึกน่าสนใจและต้องการรับงานนี้ด้วย 

กุนซือชาวบราซิล ได้เข้าพบ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอตัวเข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยคนใหม่ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้น ได้มีกุนซือเข้าพูดคุยและเสนอตัวคุมทัพช้างศึกมากมาย เช่น วินฟรีด เชเฟอร์, เรเน มูเลนสตีน, มิโลวาน ราเยวัช และล่าสุด คือ อแลง แปร์แรง

สำหรับวิเอร่าเคยผ่านประสบการณ์การคุม สโมสรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลางอย่างโชกโชน รวมถึงเคยผ่านงานทีมชาติทั้งการเป็น ผู้ช่วยโค้ชทีมชาติโมร็อกโก, ทีมชาติคูเวต (ชุดใหญ่ และ ชุดยู-20), ทีมชาติโอมาน ยู-20, ทีมชาติมาเลเซีย ยู-20 ส่วนผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา ก็คือการพาทีมชาติอิรัก ผงาดคว้าแชมป์เอเชียน คัพ 2007 ชนิดหักปากกาเซียน

"สิ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับฟุตบอลไทยนั้น เนื่องจากผมมีโอกาสได้เจอกับพวกเขาหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดคือสมัยที่ผมยังคุมทีมชาติคูเวตอยู่ เราพบกับทีมชาติไทยในการแข่งขันฟุตบอลเอเชียคัพ 2015 รอบคัดเลือก ซึ่งเราสามารถเอาชนะพวกเขาได้และผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ทันทีที่เอาชนะพวกเขา แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องน่าผิดหวังสำหรับพวกเขา แต่นี่คือฟุตบอล สิ่งที่ผมคิดคือนักเตะชาวไทยมีความสามารถมาก เพียงแต่พวกเขาต้องทำงานหนักและพัฒนาในแง่ของแทคติกให้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ เพราะไม่ว่าเรื่องอะไรทุกคนต่างก็ต้องทำงานอย่างหนักกันทั้งนั้น ถ้าคุณไม่ทำงานหนัก คุณก็จะไม่ประสบความสำเร็จ" วิเอร่า กล่าวกับ FFT

"ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมแห่งความรักและความเคารพซึ่งกันและกันซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ จากที่ผมเคยเจอผมมา ผมมักจะไปประเทศไทยทุกๆ ปีกับครอบครัว เพราะผมรู้สึกว่าที่นั่นเป็นเหมือนบ้านของผม ผมเกิดที่บราซิลแต่พ่อแม่ของผมเป็นผู้ลี้ภัยชาวโปรตุเกส ดัังนั้นผมจึงคุ้นเคยกับวัฒนธรรมของทั้ง 2 ประเทศ ที่บราซิลเรามีวิถีชีวิตคล้ายๆ กันกับประเทศไทย ส่วนในโปรตุเกส ที่ๆ ผมพักอาศัยอยู่ ผมมีบ้านที่นั่น มันก็มีความคล้ายกับวัฒนธรรมเอเชียเช่นกัน ตอนเราอยู่ในประเทศไทยเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ผมรู้สึกดีมากๆ ไม่ว่าจะที่ไหน บนท้องถนนหรือร้านอาหารก็ตาม ทุกๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกันหมด มันสำคัญมากๆ ที่จะรักษาสิ่งนี้ไว้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้คนต่างชาติรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่บ้านเวลาเดินทางมาประเทศไทย" 

ขณะเดียวกัน เมื่อถามถึงการเข้าพบและพูดคุยกับทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง วิเอร่าก็ยอมรับว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างมาก 

"ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบกับท่านนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย (พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง) รวมถึง ประธานฝ่ายเทคนิค (วิทยา เลาหกุล) รวมถึงคณะกรรมการของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนอื่นๆ ด้วย พวกเขาให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเคารพในตัวผมอย่างมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติและรู้สึกดีมากๆ กับสิ่งที่พวกเขาปฏิบัติต่อผม ผมบอกเขาว่า ผมมาที่นี่เพื่อทำงานอย่างหนักและช่วยสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อเข้าแข่งขันรายการต่างๆ ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายการไปฟุตบอลโลก 2026 หรือหากเป็นไปได้ก็ปี 2022 ตามที่พวกเขาตั้งไว้" เจ้าตัวกล่าวต่อ

ผมคิดว่ามันเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าเราต้องร่วมมือกันทำงานอย่างหนักเนื่องจากผมมีแนวทางในแบบของผม และทุกๆ ครั้งที่ผมไปคุมทีมชาติใดๆ พวกเราก็จะร่วมมือกัน ผมพยายามจะสร้างแนวทางไว้ให้กับทุกชาติที่ผมไปคุมด้วยประสบการณ์และความรู้ที่ผมมี และเมื่อถึงวันไหนที่ผมจากมา ผมต้องการให้ผู้คนเหล่านั้นจดจำผมได้ในฐานะโค้ชที่ดี ในฐานะโค้ชที่ทำงานหนักเพื่อพวกเขา มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ขณะเดียวกัน ด้วยนักเตะที่ประเทศไทยมี ผมคิดว่าเราสามารถพยายามทำงานหนักและกลายเป็น 1 ในทีมชั้นนำของเอเชียได้"

"ผมคิดว่า โค้ชทุกคนก่อนที่จะมาเป็นโค้ชได้นั้น เราต้องเป็นครูที่ดีให้ได้ก่อน เพราะเราต้องสอนคนอื่นๆ และช่วยให้คนอื่นๆ พัฒนาขึ้น ซึ่งมันคือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่จะระลึกไว้เสมอว่าเราต้องพยายามฝึกสอนและพัฒนาพวกเขาที่ละสเต็ปอย่างช้าๆ โดยต้องคำนึงถึงโอกาสที่พวกเขามีด้วย สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือ ผมคิดว่า การพัฒนาที่ดีนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อคุณได้ไปค้นหานักฟุตบอลจากการไปดูเกมอุ่นเครื่องต่างๆ รวมทั้งเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการและเกมระดับประเทศด้วย เพราะวิธีนี้ มันจะช่วยให้เราค้นพบนักเตะใหม่ๆ ที่สามารถพัฒนาได้ในอนาคต และนำพวกเขาเขามาปลุกปั้นจนกระทั่งพร้อมสำหรับทีมชุดใหญ่ เราก็จะมีตัวเลือกที่พร้อมสำหรับทีมชาติและพร้อมที่จะรับความกดดันจากการแข่งขันได้มากขึ้น และนั่นหมายถึงทีมชาติที่แข็งแกร่งขึ้น"

"มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำงานกับนักเตะรุ่นใหม่ด้วย เราต้องให้โอกาสพวกเขาเพราะมันจะช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าได้ดีขึ้น ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะทีมไหนๆ ที่ผมไปคุม ผมมักจะพยายามผสมผสานระหว่างนักเตะชุดปัจจุบันกับนักเตะดาวรุ่ง เพราะพวกเขาคืออนาคต เราต้องทำงานในปัจจุบันโดยคำนึงถึงอนาคตไปด้วย พัฒนาการมันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ สำหรับทีมชาติไทยเราต้องทำงานหนักและจริงจังเพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับอนาคตของทีมชาติไทย"

นอกจากนั้น วิเอร่ายังได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่เขาต้องการรับหน้าที่เป็นกุนซือทีมชาติไทย เนื่องจากเห็นความุม่งมั่นในการยกระดับวงการลูกหนังบอลไทย พร้อมทั้งเจ้าตัวยังเปิดเผยอีกว่าฟุตบอลไทยนั้นช่วยเพิ่มแรงกระตุ้นในการเป็นผู้จัดการทีมให้กับเขาเนื่องจากที่ผ่านมา เขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับวงการลูกหนังอาหรับมากกว่า 

"มันจะเป็นเกียรติสำหรับผมที่จะได้ทำงานกับทีมชาติไทย ผมรู้ว่าคนไทยหลงรักฟุตบอลแค่ไหน ผมได้มีโอกาสเดินทางไปดูเกมลีกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเห็นแฟนบอลจำนวนมากหลงใหลในฟุตบอลและสโมสรที่พวกเชียร์ ดังนั้นผมคิดว่าทีมชาติไทยเป็นทีมที่มีศักยภาพที่ดี ผมเห็นนักเตะชาวไทยหลายๆ คนที่มีความสามารถสูง แต่แน่นอนว่า พวกเขายังต้องทำงานหนักต่อไป" กุนซือวัย 63 กะรัตกล่าวต่อ

"ผมคิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศในเอเชียที่เริ่มจะแสดงให้เห็นถึงสปิริตแและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมในการแข่งขันรายการต่างๆ ซึ่งมันน่าสนใจมากๆ สำหรับโค้ชทุกคน และผมเองก็คิดว่าตัวเองมีประสบการณ์ที้่เหมาะกับพวกเขา เพราะผมเคยทำงานกับทีมชาติที่ไม่ได้มีโครงสร้างที่แข็งแกร่งที่สุด มีลีกที่ไม่ได้ดีมากนัก และผมก็สามารถพาพวกเขาไปถึงจุดที่ดีขึ้นได้"

"ขณะที่วงการฟุตบอลไทยนั้น พวกเขาได้นำโค้ชต่างชาติเข้ามา มีนักเตะต่างชาติเล่นอยู่ในลีกมากมาย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพยายามยกระดับคุณภาพของฟุตบอลในประเทศ แน่นอนว่าเราต้องพยายามมองหานักเตะที่มีคุณภาพรวมถึงโค้ชที่มีคุณภาพเพื่อที่จะยกระดับทีมชาติไทยให้แข็งแกร่งขึ้นให้ได้"

"นอกจากนี้ สำหรับผมและครอบครัว เรามีความคุ้นเคยกับประเทศไทยพอสมควร เพราะทุกๆ ครั้งที่พักร้อน เราจะมาที่นี่เสมอเนื่องจากผมรู้สึกว่าคนที่นี้จิตใจดี พวกเขายิ้มให้เราเป็นประจำ เรารู้ว่าพวกเขาพร้อมที่จะต้อนรับเราเสมอ ดังนั้นมันจึงน่าสนใจมากๆ และเป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้ามาทำงานนี้ แถมผมเองก็อยากลองอะไรใหม่ๆ ด้วย เพราะอย่างท่ี่รู้ว่า ก่อนหน้านี้ ผมทำงานในวงการฟุตบอลอาหรับมานาน และก็คิดว่าทำได้ดีด้วย จนอาจจะเรียกได้ว่า ชื่อของผมนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากประเทศแถบตะวันออกกลางเลยล่ะ ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสในการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ของผม ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกมีแรงกระตุ้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปด้วยเช่นกันในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอล" วิเอร่ากล่าวทิ้งท้าย

Topics