EXCLUSIVE: สเตฟาน เอฟเฟนแบร์ก - ระบบของเป๊ปมาถึงขีดจำกัดแล้ว

อดีตจอมทัพสุดห้าวของเสือใต้ พูดถึงความพ่ายแพ้ในยกแรก และโอกาสในยกที่สอง ที่อดีตต้นสังกัดของเขาจะเปิดบ้านดวลกับราชันชุดขาวจากสเปน โดยมีตั๋วสู่นัดชิงถ้วยยุโรปเป็นเดิมพัน

EXCLUSIVE
โดย คลาส ฟิลิปส์

แฟน ๆ บาเยิร์น มิวนิค รวมถึงทีมชาติเยอรมัน คงไม่อาจลืมชื่อและลีลาของกองกลางฮาร์ดแมนยามโลดแล่นในสนาม ปัจจุบัน 'เอฟเฟ่' รับหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์ของ Sky และเขานั่งลงวิเคราะห์อู่ข้าวอู่น้ำเก่า ในการเผชิญหน้ากับ เรอัล มาดริด ให้ โกล ได้ฟัง

"เกมแบบนี้ คู่แข่งแบบนี้ ทำให้ผมมีความสุขเสมอ เพราะพวกเขาต้องการจะเล่นฟุตบอลจริง ๆ ไม่ใช่เอาแต่ตั้งรับ" เอฟเฟนแบร์กเล่าย้อนไปถึงการดวลกับราชันชุดขาวในสมัยที่เขายังลงเล่นอยู่ "เรอัลเป็นทีมที่บุกอยู่เสมอ แต่สไตล์ของบาเยิร์นนั้นต่างจากตอนนี้ เราไม่ได้โฟกัสที่การครองบอลขนาดนั้น ถ้าเราต้องพบกับคู่แข่งชั้นดี เราจะมีสมาธิกับการป้องกันก่อน ปิดช่องว่างให้หมด แต่เรามั่นใจเสมอว่าจะทำประตูได้"

ตัดภาพกลับมาที่สัปดาห์ก่อน แม้เสือใต้ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา จะได้ครองบอลเหนือกว่าตามเคยที่ซานติอาโก้ เบร์นาบิว แต่ผลการแข่งขันกลับเป็นเจ้าบ้านที่ได้ชัยจากประตูโทนของคาริม เบนเซมา

"ผมคิดว่าเรอัลจะเล่นเกมบุกมากกว่านั้น เพราะนั่นคือสไตล์ปกติของพวกเขา แต่คาร์โล อันเชล็อตติ คาดการณ์ได้ถูกต้อง พวกเขาให้บาเยิร์นครองบอลแล้วรอเล่นงานในจังหวะผิดพลาด มาดริดมีนักเตะที่เหมาะกับแท็คติกนี้มาก ๆ พวกเขามีโอกาสจัง ๆ ถึงสามครั้ง ผลการแข่งขันที่ออกมาก็นับว่าสมควรแล้ว" เอฟเฟ่วิเคราะห์

"บาเยิร์นเป็นทีมคุณภาพอยู่แล้ว สิ่งที่ผมเห็นว่าหายไปในเกมที่มาดริด คือการเปลี่ยนจังหวะช้า-เร็วของเกม บางทีหลังจากบุกจบแล้วคุณอาจจะถอยกลับไปในแดนตัวเองหน่อย ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ครองบอลเข้ามาบ้าง ถ้าคุณให้บอล ให้พื้นที่เล่นกับคู่แข่งบ้าง คุณก็จะมีโอกาสเล่นเกมโต้กลับเร็ว แต่นั่นไม่ใช่ปรัชญาของบาเยิร์นไง

"พวกเขาอยากได้บอลตลอดเวลา จ่ายบอลไปมาหน้าโกลอย่างกับเล่นแฮนด์บอล เกมมันก็เลยไม่มีผ่อนหนักผ่อนเบา บางคนอาจจะบอกว่าน่าเบื่อ บ้างก็ว่ามันเฉื่อย ๆ ไป ซึ่งใช่เลย บวกกับฟอร์มของฟรองค์ ริเบรี ที่ไม่ได้สุดยอดอย่างปีที่แล้ว กลายเป็นว่าเกมของบาเยิร์นเลยมาสะดุดที่เขา"

เมื่อสไตล์การครองบอลเต็มเหนี่ยวของกุนซือสมองเพชรถูกแก้สมการ เราจึงถามอดีตจอมทัพผู้ยิ่งยง ว่าเป๊ปควรปรับเปลี่ยนปรัชญาของตัวเองหรือไม่

"เป็นผมก็ไม่เปลี่ยนนะ เพราะบาเยิร์นจะชนะประมาณ 90% ในบุนเดสลีกา พวกเขาทำลายขวัญกำลังใจคู่ต่อสู้ด้วยการครองบอลตลอดเวลา แต่ในระดับสูงขึ้นไป มันเป็นเกมคนละแบบ" คือคำตอบของเอฟเฟนแบร์ก

"ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล ที่รออยู่ หรือเชลซีที่อาจจะรออยู่ในนัดชิง จะเล่นเกมรับให้สมบูรณ์แบบ พวกเขาจะหยุดการเข้าทำได้ในสองสามจังหวะเท่านั้น การตอบสนองต่อสิ่งนี้ และเปลี่ยนแนวคิดทางฟุตบอลนั้น เป็นเรื่องยาก ในมาดริด ระบบของกวาร์ดิโอลาได้พบกับขีดจำกัดเสียแล้ว"

มีบางเสียงวิจารณ์ว่า การดรอป มาริโอ เกิ๊ตเซ และ โธมัส มุลเลอร์ ไว้ข้างสนาม แล้วให้ฟิลิปป์ ลาห์ม และ โทนี โครส ลงเล่นเป็นตัวจริงนั้น เป้นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมพบความพ่ายแพ้ เอฟเฟ่ไม่เห็นด้วยกับจุดนี้

"ถ้าจะบอกว่าทีมแพ้เพราะผู้เล่นคนสองคน มันก็ไม่ถูกนะ จะเกิ๊ตเซ, มุลเลอร์ลงเล่นหรือไม่ ก็ไม่ควรเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอย่างนั้น โอเค มันก็อาจจะแตกต่างไปได้ แต่คุณภาพและศักยภาพของผู้เล่นในสนามนั้นก็มากพอจะแก้โจทย์ในเกมอยู่แล้ว"

มองย้อนกลับไปในฤดูกาลที่แล้ว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ผ่านเข้ามาเป็นคู่ชิงของบาเยิร์น ด้วยการพลิกเอาชนะเรอัล มาดริด ทั้งที่แพ้ในเกมแรกมาถึง 3-0 เราถามเอฟเฟนแบร์กว่า ปีนี้เสือใต้ที่ตามหลังอยู่ 1-0 ควรยกคู่แข่งร่วมลีกเป็นต้นแบบหรือไม่ เขาตอบเร็วว่า

"ไม่มีทาง เอาดอร์ทมุนด์มาเป็นต้นแบบไม่ได้ บาเยิร์นเล่นแบบนั้นไม่ได้ นี่ยังไม่คิดถึงว่าสถานการณ์มันต่างกันโดยสิ้นเชิง ตอนนั้นเรอัลชนะเกมแรก 3-0 ในใจก็คิดไปแล้วว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ พอมีทัศนคติแบบนี้ ช่องว่างของสองทีมเลยลดลง และสุดท้ายเป็นดอร์ทมุนด์ที่โชคดี

"คุณเอาเกมนั้นมาเทียบไม่ได้เลย มันต่างกันเยอะมาก เรอัลจะเล่นต่างไปเลย โดยเฉพาะกับบาเยิร์น แชมป์เก่า ยูฟา แชมเปียนส์ลีก พวกเขาจะเล่นอย่างเข้มข้นกว่าที่เคยเล่นกับดอร์ทมุนด์ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาถือครองอาวุธร้ายแรงแค่ไหนไว้ในมือ"

เมื่อมีโอกาสได้คุยกับเอฟเฟ่ในช่วงปลายฤดูกาลเช่นนี้ เรื่องประเด็นย้ายตัวของนักเตะจึงเป็นเรื่องที่เราต้องขอความเห็นเสียหน่อย เริ่มจากมาริโอ มานด์ซูคิช ที่กำลังจะมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มาเบียดโควต้าล่าประตูในฤดูกาลหน้า

"เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอายังไงเหมือนกัน เขาพูดกับสื่อว่ายังมีความสุขดี ไม่กลัวเรื่องการแข่งขันแย่งตำแหน่ง และยินดีจะรับความท้าทาย คนชอบพูดกันว่าบาเยิร์นมีทีมขนาดใหญ่มาก แต่ก็ส่งลงสนามได้แค่ครั้งละ 11 คน สักพักพอมีเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บเข้ามา คนก็เลิกพูดกันไปเอง หลาย ๆ อย่างมันก็ลงตัวไปเองแบบนี้ล่ะครับ"

ส่วนความเห็นเกี่ยวกับโอกาสย้ายทีมของโทนี โครส ก็อาจจะหักอกแฟน ๆ ทีมอื่นไปบ้าง

"ผมพูดงี้แล้วกัน ถ้าคุณมีโอกาสร่วมสร้างยุคสมัยแห่งความสำเร็จกับบาเยิร์นล่ะก็ คุณคงต้องคิดอีกสักสองสามตลบถ้าจะก้าวไปทางไหนต่อ

"ผู้เล่นทุกคนจะรู้สึกยอดเยี่ยมมาก ๆ ที่ได้อยู่กับบาเยิร์นในช่วงจบฤดูกาลนี้ พวกเขาจะมีแชมป์ติดมืออีกปี โครสเองเป็นผู้เล่นหลักคนหนึ่ง เรื่องย้ายทีมผมว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นเลย เขาสำคัญและจำเป็นกับทีม ทั้งในแง่ระบบการเล่น และปรัชญาการเล่นใหม่"