ฝรั่งเศส 0 - 1 โปรตุเกส : CR 7 ร่ำไห้ 2 รอบ - ฝอยทองแชมป์ยูโรสุดดราม่า

ดาวยิงตัวสำรองของทัพฝอยทองสวมบทฮีโร่ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษนำทีมเฉือนฝรั่งเศสพร้อมซิวแชมป์ยูโร 2016

ฟุตบอลยูโร 2016 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง โปรตุเกส รองแชมป์ปี 2004 พบ ฝรั่งเศส เจ้าภาพและแชมป์ 2 สมัย ที่สนาม"สต๊าด เดอ ฟรองซ์" ในกรุงปารีส

เฟร์นันโด ซานโตส กุนซือทีมฝอยทองปรับทัพจากเกมรอบรองชนะเลิศ 2 ตำแหน่ง หลังได้ เปเป้ ที่หายเจ็บ และ วิลเลียม คาร์วัลโญ ที่พ้นโทษแบนคืนทีม พร้อมวาง นานี, เจา มาริโอ และ คริสเตียโน โรนัลโด้ เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก

ด้าน ดิดิเยร์ เดชองส์ เทรนเนอร์ทีมตราไก่ยังคงยึดผู้เล่นตัวจริงจากเกมนัดก่อนทั้งหมด พอล ป็อกบา คุมแดนกลางร่วมกับ แบลส มาตุยดี้ ส่วน ดิมิทรี ปาเยต, อองตวน กรีซมันน์ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยังประจำการในเกมรุกเช่นเดิม

เปิดฉากเกมได้เพียง 4 นาที โปรตุเกสได้ทักทายก่อน เซดริค ซัวเรซ วางบอลยาวจากแดนตัวเองให้นานีพักอกลงก่อนสับด้วยขวาหน้าเขตโทษบอลเหินข้ามคาน

6 นาทีต่อมา ฝรั่งเศสใกล้เคียงกับการได้ประตูขึ้นนำ อองตวน กรีซมันน์ ได้เทคตัวโหม่งเน้นในเขตโทษ แต่ รุย ปาตริซิโอ ยังบินปัดก่อนมุดคานแบบหวุดหวิด

นาทีที่ 20 ทัพฝอยทองต้องมาเจอข่าวร้ายเมื่อ คริสเตียโน โรนัลโด้ ความหวังสูงสุดของทีมเกิดได้รับบาดเจ็บหัวเข่าจากจังหวะถูก ดิมิทรี ปาเยต เข้าปะทะ แม้ว่าเขาจะฝืนลงมาเล่นต่อแต่จนแล้วจนรอดก็เล่นต่อไม่ไหวและถูกหามออกจากสนามในนาทีที่ 25

นาทีที่ 33 ทีมตราไก่ได้ลุ้นประตูขึ้นนำอีกครั้ง ปาเยต จ่ายบอลให้ มุสซา ซิสโซโก้ พลิกตัวยิงด้วยขวาเต็มเท้าในเขตโทษ แต่ยังไม่ผ่านมือของ รุย ปาตริซิโอ จบ 45 นาทีแรก ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

เข้าสู่ครึ่งหลังทั้งสองทีมไม่มีโอกาสลุ้นประตูกันมากนัก จนกระทั่งนาทีที่ 66 ฝรั่งเศสหวิดได้ประตูขึ้นนำ คิงสลีย์ โคม็อง ตัวสำรองเปิดให้กรีซมันน์วิ่งสอดเข้ามาโหม่งโล่งๆข้ามคานแบบไม่น่าเชื่อ

นาที 75 เจ้าภาพมีลุ้นขยับสกอร์ออกนำอีกหน โคม็องพลิกหลบแนวรับโปรตุเกสก่อนไหลให้ชิรูด์ซัดด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่ปาตริซิโอยังโชว์หนึบพุ่งปัดไว้ได้

ถัดมา 5 นาที ทีมฝอยทองเปิดเกมรุกตอบโต้บ้าง นานีกึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าประตู อูโก้ โยริส พุ่งปัดหวุดหวิด ก่อนที่ ริคาร์โด้ กวาเรสมา ตีลังกายิงซ้ำแต่ยังไปตรงตัวของโยริสอยู่ดี

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อองเดรย์-ปิแอร์ ฌีญัก ตัวสำรองเกือบสวมบทฮีโร่ให้ฝรั่งเศส หลังพลิกบอลหลบเปเป้ก่อนยิงผ่านมือปาตริซิโอไปแล้วแต่บอลดันไปชนเสา จบ 90 นาทีเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

นาทีที่ 109 กลับกลายเป็นโปรตุเกสพังประตูขึ้นนำ 1-0 จากความยอดเยี่ยมของ เอแดร์ ตัวสำรองที่วางเท้ากดด้วยขวาจากนอกเขตโทษบอลพุ่งผ่านมือโยริสเข้าไป

เวลาที่เหลือฝรั่งเศสพยายามโหมบุกหนักเพื่อทวงประตูคืนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จบเกมโปรตุเกสฮึดเฉือนฝรั่งเศสหวุดหวิด 1-0 ผงาดคว้าแชมป์ยูโรสมัยแรกในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ