ฟุตบอลโลก 2014 นัดชิงชนะเลิศ: เยอรมัน 1 อาร์เจนตินา 0 (หลังจากต่อเวลาพิเศษ)

 ประตูชัยจากลูกวอลเล่ย์ของมาริโอ เกิตเซ่ในนาทีที่ 113 พาเยอรมันคว้าแชมป์หลังเฉือนอาร์เจนตินา 1 – 0 ที่มาราคาน่า  

สุดยอดทีมแห่งทัวร์นาเมนต์ไม่ไม่สามารถเค้นฟอร์มที่สุดยอดได้เหมือนในรอบรองชนะเลิศที่ถล่มเจ้าภาพบราซิล 7 – 1 แต่ลูกทีมของโจอาคิม เลิฟสามารถฉวยโอกาสทองได้สำเร็จในช่วงครึ่งหลังของการต่อเวลาพิเศษ

จอมทัพจากสโมสรบาเยิร์น มิวนิค มาริโอ เกิตเซ่ ซึ่งลงสนามมาแทนดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในศึกฟุตบอลโลก มิโลสลาฟ โคลเซ่ ในนาทีที่ 88 พักบอลจากการเปิดเข้ากลางของอังเดร เชอร์เล่ที่เสาแรกและซัดเข้าไปจากระยะหกหลา

เป็นครั้งแรกที่อาร์เจนตินาเป็นฝ่ายตามหลังในฟุตบอลโลกครั้งนี้และยิ่งน่าเสียดายยิ่งขึ้นเมื่อลูกทีมของอเลฮานโดร ซาเบลล่าสามารถสร้างสรรค์โอกาสได้ดีกว่าในช่วงเวลาปกติ

กอนซาโล่ ฮิกัวอินทิ้งโอกาสทองในช่วงกลางของครึ่งแรกอย่างน่าเสียดายและกองหน้าขาวอาร์เจนไตน์ยังถูกปฏิเสธประตูในครึ่งแรกจากการถูกจับล้ำหน้า

กองหลังเยอรมัน เบเนดิกต์ โฮเวเดส โขกบอลชนเสาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก และเกมในช่วงเริ่มต้นของครึ่งหลังเป็นไปอย่างสนุกตื่นเต้นด้วยการเปิดเกมโต้กันของทั้งสองฝ่าย

ลีโอเนล เมสซี่ ได้โอกาสยิงบอลออกนอกกรอบหลังจากเกมครึ่งหลังเริ่มต้น ขณะที่ผู้รักษาประตูทีมอินทรีเหล็ก มานูเอล นอยเออร์รอดจากการโดนใบเหลืองในจังหวะที่ออกไปตัดบอลแล้วเข่าไปกระแทกกับใบหน้าของฮิกัวอินซึ่งวิ่งเข้าหาบอลเพื่อลุ้นทำประตู

แซร์จิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูทีมฟ้าขาวปฏิเสธลูกยิงของเชอร์เล่ในนาทีแรกของการต่อเวลาพิเศษ ขณะที่ตัวสำรองโรดิโก ปลาซิโอ้พลาดโอกาสทำประตูอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่เกิตเซ่จะช่วยให้เยอรมันคว้าแชมป์โลกสมัยที่สี่มาครองได้สำเร็จ

แชมป์โลกทีมล่าสุดต้องเผิญปัญหาตั้งแต่ช่วงก่อนเริ่มเกมเมื่อกองกลางคนสำคัญ ซามี่ เคห์ดิร่า เกิดอาการบาดเจ็บบริเวณน่องในช่วงอบอุ่นร่างกาย

คริสตอฟ เครเมอร์ นักเตะจากสโมสรโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัคได้ลงสนามแทนที่ดาวเตะจากทีมราชันชุดขาว แต่เมื่อเกมผ่านไป 12 นาที ก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออก โดยเลิฟส่ง อังเดร ฮาฮ์น ลงมาแทน

โทนี่ โครส ได้โอกาสปั่นฟรีคิกในช่วงต้นเกม ลูกยิงของเขาติดกำแพงและเปิดโอกาสให้อาร์เจนตินาได้เล่นเกมสวนกลับ เอเซเกล ลาเวสซี่ยิงบอลผานหน้าประตูไป

โคลเซ่ ศูนย์หน้าตัวเก๋าของทีมอินทรีเหล็กได้โอกาสจากลูกเปิดของฟิลลิป ลาห์ม ในนาทีที่ 13 แต่ถูกสกัดไว้โดยมาร์ติน เดมิเคลิส ลูกทีมของเลิฟเริ่มเล่นได้ตามจังหวะที่ต้องการ แม้ว่านักเตะวัย 23 ปีอย่างเครเมอร์ต้องออกจากการแข่งขันอย่างรวดเร็วเนื่องจากการโดนไหล่ของเอเซเกล การาย กระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างรุนแรง

ยอดทีมจากอเมริกาใต้พลาดการได้ระตูขึ้นนำในนาทีที่ 21 เมื่อฮิกัวอินเก็บบอลได้จากการโหม่คืนหลังที่ผิดพลาดของโครส แต่เขากลับยิงออกไปอย่างน่าเสียดาย

เก้านาทีต่อมา ดาวเตะจากนาโปลีสามารถส่งบอลที่เปิดจากลาเวสซี่เข้าสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จแต่ถูกปฏิเสธเมื่อผู้ตัดสินบอกว่าเป็นลูกล้ำหน้า

เชอร์เล่ ซึ่งลงสนามมาแทนเครเมอร์ ทำให้โรเมโร่ต้องออกแรงเซฟ ขณะที่ความเร็วของเมสซี่สร้างปัญหาให้กับเจอโรม บังเต็งที่ต้องตามสกัดลูกเปิดของยอดนักเตะอาร์เจนไตน์ออกจากหน้าปากประตู

โฮเวเดสซึ่งได้รับใบเหลืองจากการเข้าสกัดพลาโบ ซาบาเลต้า ในช่วงก่อนหน้านี้ได้โอกาสทำประตูจากลูกเตะมุมโดยโทนี่ โครส แต่ลูกโขกของเขาพุ่งไปชนเสาก่อนที่เสียงนกหวีดหมดครึ่งเวลาแรกจะดังขึ้น

โอกาสทองของเมสซี่เกิดขึ้นเมื่อเริ่มครึ่งหลังมาได้สองนาทีจากการจ่ายทะลุช่องของลูคัส บิเกลีย แต่ลูกยิงของยอดนักเตะจากบาร์เซโลพุ่งผ่านเสาไกลออกไป

อาร์เจนตินาเสริมความแข็งแกร่งของเกมรุกโดยการส่งอเกวโร่ลงแทนลาเวสซี่ในช่วงเริ่มครึ่งหลังเพื่อสามารถสร้างปัญหาให้กับเกมรับของเยอรมัน และจังหวะออกมาตัดลูกเปิดจากซาบาเลต้าของนอยเออร์ทำให้เขาปะทะกับฮิกัวอินอย่างแรงในนาทีที่ 57

ผู้ตัดสินให้เป็นลูกฟรีคิกของเยอรมันท่ามกลางความไม่พอใจของผู้เล่นอาร์เจนตินา

ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ และ อาเกวโร่ได้รับใบเหลือง และเกมผ่านไปอย่างน่าอึดอัดเมื่อเข้าสู่ช่วงสิบห้านาทีสุดท้าย เยอรมันเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาทีสุดท้ายแต่โทนี่ โครสซัดบอลจากระยะ 18 หลาหลุดกรอบออกไป

เชอร์เล่พลาดโอกาสในช่วงต้นของการต่อเวลาพิเศษเมื่อลูกยิงของเขาถูกปฏิเสะโดยโรเมโร่ เกมสวนกลับของอาร์เจนตินามีประสิทธิภาพมากขึ้น อาเกวโร่ได้จังหวะยิงแต่บอลไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 97 ปลาซิโอ้หนีการประกบของกองหลังเยอรมันได้สำเร็จก่อนกระดกบอลข้ามศีรษะนอยเออร์แต่น้ำหนักแรงเกินไป

และจากจังหวะความผิดพลาดของเกมรับอาร์เจนตินา เกิตเซ่ทำประตูชัยสุดสวยเมื่อเหลือเวลาการแข่งขันอีกเพียงแค่เจ็ดนาที ทำให้เยอรมันกลายเป็นทีมจากทวีปยุโรปชาติแรกที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกบนแผ่นดินอเมริกาใต้ได้สำเร็จ