Head 2 Head : จุดเดือดสมรภูมิไทยลีก

ก่อนศึกที่มากกว่าเกมลูกหนังของไทยจะระเบิดขึ้นในวันพุธ โกล ประเทศไทย พามาชม 5คู่ดวลเดือดที่น่าจับตามองในสมรภูมิครั้งนี้

ดราแกน ทาลายิช - เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

เฮดโค้ชชาวโครแอตเป็นกุนซือที่โดดเด่นเรื่องบุคลิก มีจิตวิทยาเป็นเลิศทุกคำพูดและการกระทำของเขาสามารถสร้างแรงใจให้นักเตะหรือแม้กระทั่งแฟนบอลได้ดี แต่เขาเองก็ยังต้องพิสูจน์ในเรื่องการใช้ทรัพยากรของทีมที่มีอยู่เมื่อเข้ามาในช่วงที่กิเลนผยองเสีย ธีรศิลป์ แดงดา และบรรดาตัวหลักสลับหน้ากันเจ็บอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน่าสนใจว่าเขาจะพากิเลนผยองไปได้ไกลขนาดไหน

อเล็กซานเดอร์ กามา – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

กุนซือชาวแซมบ้าอาจจะไม่ได้มีบุคลิกที่เตะตาเท่ากับ ทาลายิช ด้วยความที่ไม่ใช่คนดุดันหรือออกแอ็คชั่นเยอะเมื่อยามอยู่ข้างสนามอาจจะทำให้ไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก อย่างไรก็ดีปฏิเสธไม่ได้ว่านับตั้งแต่เขาเข้ามาแทน โบซิดาร์ บันโดวิช เกมรุกของปราสาทสายฟ้าก็กลับมาดีอีกครั้ง ในขณะที่เกมรับก็ไม่ได้ด้อยลงไปแม้แต่น้อย

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ - เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บทั่วร่างมาตลอดเกือบ 2 ปีแต่เจ้าของฉายา "กวินทร์บินได้" ก็สามารถกลับมาเป็นนายทวารจอมหนึบได้เช่นเดิมแถมยังยึดตัวหลักกลับทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีเขายืนอยู่ด้านหลังสุดของแผงหลังย่อมทำให้เพื่อนร่วมทีมสบายใจได้มากกว่า เพราะจะไม่ค่อยได้เห็นจังหวะการพลาดแบบง่ายๆจากมือผู้รักษาประตูวัย 24 ปีผู้นี้ แถมการเซฟลูกยิงยากๆยังอาจทำให้ศูนย์หน้าคู่แข่งเสียความมั่นใจไปเองอีกด้วย

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

แม้ว่าจะไม่ติดทีมชาติมานานแต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ศิวรักษ์ เป็นผู้รักษาประตูมือดีอันดับต้นๆของประเทศ การได้รับความไว้วางใจจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้ลงเฝ้าเสาครบทุกนัดในลีกปีนี้พร้อมสร้างสถิติการรักษาคลีนชีตมากที่สุดในลีกเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี และด้วยวัย 30 ปีถือเป็นช่วงที่ครบเครื่องที่สุดของผู้รักษาประตูทั้งประสบการณ์ หรือแม้แต่สภาพร่างกาย

คิม ดอง-จิน - เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

อดีตกองหลังโสมขาวชุดฟุตบอลโลก 2006 กลายเป็นหัวใจในเกมรับที่กิเลนผยองขาดไม่ได้ ประสบการณ์ทั้งในระดับโลกและยุโรปของเขาช่วยประคับประคองรุ่นน้องในทีมได้มากทีเดียว อีกทั้งการที่เล่นได้ทั้งปราการหลังตัวกลาง แบ็กซ้าย หรือกระทั่งมิดฟิลด์ตัวรับทำให้ ดราแกน ทาลายิช สามารถจัดลงได้ตามแต่สถานการณ์ของทีมซึ่งการจะหยุดเกมรุกของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในนัดนี้เจ้าถิ่นจำเป็นต้องพึ่งพาความสามารถของ ดอง-จิน แน่นอน

ดาบิด โรเชลา – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

อดีตรองแชมป์เยาวชนโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีของทัพกระทิงดุสามารถหาตำแหน่งที่เหมาะสมของเขาในทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้แล้วเมื่อกำลังโชว์ผลงานได้ดีกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่คอยสกรีนบอลก่อนจะมาถึงกองหลัง แถมยังสามารถเติมขึ้นไปช่วยเกมรุกได้ด้วย ซึ่งดูจะทำได้ดีกว่าการยืนเป็นปราการหลังตัวสุดท้ายเหมือนช่วงต้นฤดูกาล จนกลายเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญของทีมไปแล้ว

ดัสกร ทองเหลา – เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ตัวเลขการทำประตูและจ่ายให้เพื่อนในปีนี้ของกัปตันกิเลนผยองน่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้ดีว่าเขาสำคัญกับทีมมากเพียงใด ยิ่งเกมนี้พวกเขาต้องรอลุ้นอาการบาดเจ็บของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ซึ่งหากจอมทัพมาซิโดเนียลงไม่ได้ ความหวังในการปั้นเกมรวมทั้งลูกตั้งเตะทั้งหมดของเมืองทองต้องฝากไว้ที่กัปตันโก้แต่เพียงผู้เดียว

จักรพันธ์ แก้วพรม – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

นอกเหนือจากการขึ้นเกมรุกทางวิงแบ็กสองข้างที่เป็นอาวุธอันตรายของปราสาทสายฟ้าแล้วอาจจะบอกได้ว่ามิดฟิลด์วัย 26 ปีรายนี้คือตัวขับเคลื่อนแผงมิดฟิลด์ของทีม การจ่ายบอลและยิงไกลของ จักรพันธ์ เป็นอีกทีเด็ดหนึ่งของทีมในปีนี้ ซึ่งหากเขาผ่านความฟิตลงสนามมาได้ จะทำให้แนวรับของกิเลนผยองต้องทำงานยากขึ้นไม่น้อย

เคลตัน ซิลวา – เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

เจ้าของสถิติทำประตูสุงสุดต่อหนึ่งฤดูกาลในไทยพรีเมียร์ลีกเริ่มต้นในถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม แบบไม่ราบรื่นนักเมื่อทำได้เพียง 2 ประตูและหนึ่งลูกมาจากจุดโทษด้วย อย่างไรก็ตามด้วยชื่อชั้นและผลงานในอดีตของเขาไม่อาจทำให้แนวรับปราสาทสายฟ้าจะคลาดสายตาได้เลย เพราะเชื่อว่าหากได้โอกาสในกรอบ18หลา สัญชาติญาณศูนย์หน้าของ "โรนัลโดไทยลีก" ผู้นี้อาจทำให้ทีมเยือนต้องน้ำตาตกได้

ฆาเบียร์ ปาตินโญ – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เป็นอีกปีหนึ่งที่ยอดเยี่ยมของดาวยิงเชื้อสายฟิลิปปินส์-สเปน เมื่อไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเหมือนเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ขณะที่ฟอร์มในสนามก็ดีวันดีคืนและกำลังคั่วรางวัลรองเท้าทองคำกับ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดซ อยู่อีกด้วย เขาคือความหวังสูงสุดของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในยามที่ไร้ คาร์เมโล กอนซาเลซ อีกทั้งหากยังจำกันได้ผลงานเปิดตัวของเขาในการค้าแข้งเมืองไทยคือการยิง 2 ประตูที่เอสซีจี สเตเดี้ยม