หงส์แดงแรงฤทธิ์แซงพิชิตพาเลซ 2-1 ลิ่วแปดทีมเอฟเอ คัพ

แม้จะถูกยิงออกนำไปก่อนในครึ่งแรกแต่สเตอร์ริดจ์และลัลลานาที่มายิงคนละประตูช่วยให้ทีมแซงชนะพร้อมผ่านไปเล่นรอบก่อนรองได้สำเร็จ

อลัน พาร์ดิวตัดสินใจวางเฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าในเกมนี้โดยมีมารูยาน ชามัคห์ยืนเป็นหน้าต่ำส่วนยานนิค โบลาซีและดไวท์ เกลทำเกมตรงกลาง

ด้านเบรนแดน ร็อดเจอร์ เกมนี้วางดาเนียล สเตอร์ริดจ์เป็นกองหน้าตัวเป้าพร้อมให้โอกาสอดัม ลัลลานาและฟิลิปเป้ คูตินโญทำเกมสนับสนุน ตรงกลางเป็นจอร์แดน เฮนเดอร์สันและโจ อัลเลน

ช่วงต้นเกมเป็นลิเวอร์พูลที่ครองบอลได้มากกว่าแต่นาทีที่ 15 กลายเป็นพาเลซที่มาได้ประตูออกนำจากจังหวะที่สเคอร์เทลโหม่งพลาดและเป็นเกลที่ยิงไปติดมิโญเลต์ก่อนที่แคมป์เบลล์จะตามซ้ำเขาไปช่วยให้ปราสาทเรือนแก้วขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 21 ลิเวอร์พูลเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่คูตินโญแทงให้เฮนเดอร์สันต่อให้ลัลลานาซัดด้วยซ้ายแต่สเปโรนียังพุ่งไปปัดทิ้งไว้ได้ หงส์แดงเริ่มบดอย่างหนักและนาทีต่อมาคูตินโญเก็บบอลกระฉอกได้ก่อนยิงไปติดบล็อคและซ้ำอีกทีก็ไปตรงตัวของสเปโรนีอีกครั้ง

นาทีที่ 30 ยังเป็นลิเวอร์พูลที่มาได้ลุ้นอีกครั้งและคราวนี้เป็นเฮนเดอร์สันที่ลองยิงไกลแต่สเปโรนีก็ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกมาได้แบบหวุดหวิด หงส์แดงยังเดินหน้าบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้แต่เกือบมาโดนทิ้งห่างในนาทีที ่42 จากจังหวะที่เกย์ลลุยเข้าไปแต่จังหวะสุดท้ายยิงไปติดเซฟของมิโญเลต์ก่อนจะไม่มีจังหวะเพิ่มเติมจบครึ่งแรกเป็นคริสตัล พาเลซที่นำอยู่ 1-0

หลังจากที่ตามอยู่ลิเวอร์พูลก็ตัดสินใจส่งมาริโอ บาโลเตลลีลงมาเล่นแทนลาซาร์ มาร์โควิช ส่วนพาเลซก็ส่งเจสัน พันเชียนลงมาแทนมารูยาน ชามัคห์เช่นกัน

และนาทีที่ 49 ลิเวอร์พูลก็มาตีเสมอจนได้จากจังหวะที่เฮนเดอร์สันครอสให้สเตอร์ริดจ์วอลเลย์ด้วยซ้ายบอลลอดขาสเปโรนีเข้าไปช่วยให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-1

แต่สามนาทีต่อมาพาเลซเกือบมาได้ประตูออกนำอีกครั้งจากลูกเตะมุมที่กองหลังลิเวอร์พูลเคลียร์กันไม่ขาดมาเข้าทางปืนเกย์ลยิงด้วยขวาแบบไม่ต้องจับแต่มิโญเลต์ยังปัดออกหลังไปได้อีก

และนาทีที่ 58 ลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูพลิกขึ้นนำจากลูกฟรีคิกที่บาโลเตลลียิงทะลุกำแพงสเปโรนีกันไว้ได้แต่ไม่พ้นลัลลานาวิ่งมาซ้่ำเข้าไปช่วยให้หงส์แดงขึ้นนำเป็น 2-1

พอถูกแซงพาเลซก็เร่งเกมบุกขึ้นมาอีกแอดลีน เกวดิโอราและวิลฟรีด ซาฮาลงมาแทนที่ของมาร์ติน เคลลีและยานนิค โบลาซีแต่ก็ยังไม่เจาะไม่เข้า และบีร็อดก็แก้เกมบ้างในช่วงสิบนาทีสุดท้ายด้วยการส่งเดยาน ลอฟเรนและริคกี้ แลมเบิร์ตลงมาเล่นแทนดาเนียล สเตอร์ริดจ์และฟิลิปเป้ คูตินโญ

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติมจบเกมเป็นลิเวอร์พูลที่บุกมาเฉือนชนะคริสตัล พาเลซไป 2-1 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบแปดทีมสุดท้ายได้สำเร็จ