หงส์แดงสยายปีกเปิดรังจิกสาลิกา 2-0 ขึ้นที่ 5

หงส์แดงกลับมาคืนฟอร์มเก่งในลีกอีกครั้ง ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะนิวคาสเซิลฯไปแบบไม่ยากเย็น 2-0 พร้อมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ ณ สนามแอนฟิลด์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล ก่อนเกมรั้งอันดับ 6 ของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ก่อนเกมรั้งอันดับ 13 ของตาราง โดยสถิติที่ผ่านมา พบว่า ทัพหงส์แดงไม่เคยแพ้สาลิกาดงในบ้านของตัวเองเลย นับตั้งแต่ปี 1994 ซึ่งครั้งนั้นพวกเขาพ่ายไป 0-2 จากประตูของ ร็อบ ลี และ แอนดี้ โคล

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเจ้าถิ่น เปลี่ยนแปลงผู้เล่น 2 ตำแหน่งจากเกมเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมนัดรีเพลย์ ที่บุกเฉือนชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-0 โดยส่ง เดยัน ลอฟเรน และ จอร์ดอน ไอบ์ ลงเล่นแทน มามาดู ซาโก้ กับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บทั้งคู่

ด้าน จอห์น คาร์เวอร์ นายใหญ่นิวคาสเซิลฯ มีปัญหานักเตะเจ็บเกือบครึ่งทีม ทั้ง เซียม เด ยอง, สตีเวน เทย์เลอร์, พอล ดัมเม็ตต์, ชีค ติโอเต้, มัสซาดิโอ ไฮดารา และ โรลันโด อารอนส์ รวมถึง ปาปิสส์ ซิสเซ และ ฟาบริซิโอ โคลอชชินี ก็ยังไม่พ้นโทษแบน ทำให้เกมนี้ยังคงฝากความหวังไว้กับตัวทีเด็ดที่มีอยู่อย่าง มุสซา ซิสโซโก้, เรมี กาเบลลา และ อโยเซ เปเรซ

เปิดฉากมาได้เพียง 9 นาที เจ้าถิ่นฉวยโอกาสทำประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากลูกที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน โยนบอลจากครึ่งสนามฝั่งขวาเข้ามาในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ดูดบอลลงหนึ่งจังหวะ ก่อนโยกตัดเข้ากลางและบรรจงปั่นด้วยขวา ส่งบอลพุ่งโค้งหนีมือ ทิม ครูล เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย ช่วยให้ลิเวอร์ขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นประตูที่ 7 ในลีกของเจ้าตัวซีซั่นนี้

3 นาทีต่อมา เจ้าบ้านได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ เดยัน ลอฟเรน โยนยาวจากแดนหลังขึ้นไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปวอลเลย์ด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งตรงตัว ทิม ครูล ผวาปัดออกมาได้อย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 15 ฟิลิปป์ คูตินโญ ได้โอกาสสับๆกลนอกกรอบ แต่บอลไร้น้ำหนักแถมพุ่งตรงตัว ทิม ครูล รับเข้าซองไว้ได้สบายมือ

จากนั้นทีมเยือนเริ่มทำเกมบุกมากขึ้น และในนาทีที่ 27 พวกเขาก็ได้โอกาสลุ้นประตูแบบจะๆครั้งแรก จากจังหวะที่ กาเบรียล โอแบร์กต็อง กระชากไปสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนตบเข้ากลาง และเป็นแนวรับเจ้าถิ่นเคลียร์ไม่ขาดบอลลอยตรงบริเวณเส้นกรอบเขตโทษเข้าทาง อโยเซ เปเรซ วอลเลย์ด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งตรงตัว ซิมง มิโญเลต์ รับไว้ได้สบายๆเช่นกัน

นาทีที่ 35 เจ้าบ้านน่าได้ประตูที่สองจริงๆ จากจังหวะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดฟรีคิกจากกลางสนามฝั่งขวาเข้ามาในเขตโทษให้ ลูคัส เลวา โขกเน้นๆเต็มศรีษะ ทว่า ทิม ครูล ยังโชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด

ท้ายเกมนาทีที่ 44 ทีมเยือนเกือบตีเสมอได้เหมือนกัน จากจังหวะที่ ดาริล ยานมัต โยนยาวจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษให้ อโยเซ เปเรซ ฉีกหนีตัวประกบขึ้นโขกสะบัด ทิศทางบอลกำลังจะเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่ ซิมง มิโญเลต์ ยังบินปัดสุดเหยีดออกไปได้อย่างเหลือเชื่อ จบ 45 นาทีแรกแชมป์ยุโรป 5 สมัยยังรักษาสกอร์นำอยู่ที่ 1-0

กลับมาเล่นในครึ่งหลังยังเป็นทีมเยือนที่โหมบุกอย่างหนักหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้เร็วที่สุด และในนาทีที่ 54 พวกเขาก็เริ่มเปิดฉากทักทายก่อน จากจังหวะที่ กาเบรียล โอแบร์กต็อง เบิ้ลส่งเร็วให้ มุสซา ซิสโซโก้ ลากตัดจากฝั่งซ้ายเข้ากลาง ก่อนล้มตัวยิงด้วยขวา ทว่ายังตรงตัว ซิมง มิโญเลต์ อีกเช่นเคย

ถัดมาไม่ถึงนาที เจ้าบ้านพลาดโอกาสบวกประตูเพิ่มอย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กระชากหลุดเดี่ยวมาทางกราบขวา ก่อนเปิดเลียดเข้าไปในเขตโทษ และเป็น ไรอัน เทย์เลอร์ สะกัดผิดเหลี่ยมบอลไปเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง ยืนโล่งๆอยู่คนเดียว แต่กลับแปหลุดเสาแรกออกไปอย่างน่าตาเฉย

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 70 เจ้าบ้านยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จนได้ ผู้เล่นเจ้าถิ่นเคลียร์บอลจากลูกเตะมุมไม่ขาดเข้าทาง เอ็ม จัน กระดกส่งต่อเข้าไปในเขตโทษให้ โจ อัลเลน วอลเลย์ด้วยขวาเน้นๆเข้าไปตุงตาข่าย

ท้ายเกม นาทีที่ 83 ทีมเยือนต้องมาเหลือ 10 คน จากจังหวะที่ มุสซา ซิสโซโก้ ไปย่ำใส่ข้อเท้าของ ลูคัส เลวา อย่างน่าเกลียด ทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกควักใบเหลืองให้กับ ซิสโซโก้ ทันที พร้อมกับเป็นใบเหลืองแดงถูกไล่ออกจากสนามไป และทำให้การเจอกัน 6 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม ผู้เล่นนิวคาสเซิลถูกไล่ออกากสนามถึง 6 คนด้วยกัน

จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไป 2-0 ขยับแซงหน้า เซาแธมป์ตัน ขึ้นไปอยู่ที่ 5 ของตารางเรียบร้อยแล้ว โดยมีแต้มตามหลังอันดับ 4 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 4 คะแนน ส่วน นิวคาสเซิลฯ รั้งอันดับ 13 ของตารางต่อไป