อิรัก 4 - 0 ไทย : ช้างศึกแดง 1 เจ็บ 3 แพ้รวด 4 นัด

ทัพช้างศึกกลายเป็นทีมเดียวที่ยังไม่มีคะแนนจาก 4 นัดแรก พร้อมสังเวย ธนบูรณ์, ประทุม รวมถึง ธนา ที่เจ็บระหว่างเกม ขณะที่ กรวิทย์ โดนใบแดงไล่ออกไปด้วย

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ทีมชาติไทย บุกไปทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 4 พบกับ ทีมชาติอิรัก ที่สนามปาส สเตเดี้ยม กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดยขณะนี้ทั้งคู่เป็น 2 ทีมในกลุ่มบี ที่ยังไม่มีคะแนนจาก 3 นัดแรกเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ ช้างศึก และ สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย เพิ่งพบกันมาในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ปรากฏว่าเสมอกันด้วยสกอร์ 2-2 ทั้งสองนัด ส่วนผลงานนัดล่าสุด ทีมชาติไทย บุกพ่าย ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 3-1 ด้าน ทีมชาติอิรัก บุกปราชัย ทีมชาติญี่ปุ่น 2-1

ขณะที่เกมนี้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ยึด 11 ผู้เล่นตัวจริงจากนัดล่าสุดลงสนามทั้งหมด โดยได้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ หายเจ็บยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ กรวิทย์ นามวิเศษ ต่อไป พร้อมแกนหลักอย่าง ธีราทร บุญมาทัน , ชนาธิป สรงกระสินธ์ , เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ ธีรศิลป์ แดงดา

ส่วน ทีมชาติอิรัก เปลี่ยนแปลง 11 ผู้เล่นคนแรกจากเกมล่าสุด 2 ราย แต่ยังนำมาโดย อะลา อับดุล ซะห์รอ กองหน้ากัปตันทีม , ดุรกอม อิสมาอีล และ อาลี อั๊ดนาน แนวรุกตัวเก่งจาก อูดิเนเซ่

เริ่มเกม ทีมชาติอิรัก ได้โอกาสลุ้นประตู 2 จังหวะต่อเนื่อง นาทีที่ 3 อะลา อับดุล ซะห์รอ ล้มตัววอลเลย์ในเขตโทษไม่ผ่านมือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ นาทีที่ 5 อาลี อั๊ดนาน กดด้วยซ้ายในเขตโทษก็ยังติดเซฟนายด่านทีมชาติไทย

ก่อนที่นาทีที่ 6 ทีมชาติอิรัก ได้ประตูออกนำเร็วสำเร็จ 1-0 อาลี อั๊ดนาน โยนเตะมุมเข้ากลางและจังหวะสุดท้ายเป็น มุฮันนัด อับดุลรอฮีม จิ้มระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือซาก

จากนั้น ทีมชาติไทย ยังตั้งเกมไม่ได้ และนาทีที่ 14 มงคล ทศไกร โดนใบเหลืองแรกของเกมหลังทำไปทำฟาวล์ ดุรกอม อิสมาอิล

นาทีที่ 18 ทีมชาติไทย ได้โอกาสทักทายคืนบ้าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ กระชากบอลเข้าเขตโทษ ก่อนยิงด้วยขวาข้างไม่ถนัดเข้ามือ มุฮัมมัด ฮามีด

นาทีที่ 22 ทีมชาติอิรัก เกือบได้ประตูทิ้งห่างเช่นกัน อะหมัด ยาซีน พาบอลหลุดขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนเปิดเข้ากลาง มุฮันนัด อับดุลรอฮีม สะบัดโขกหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตามนาทีที่ 26 ทีมชาติอิรัก ทิ้งห่างเป็น 2-0 ได้สำเร็จ อะหมัด ยาซีน ยิงด้วยขวาในเขตโทษจังหวะแรกติดเซฟ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ก่อนที่ มุฮันนัด อับดุลรอฮีม ซ้ำเข้าไปและเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

นาทีที่ 27 ทีมชาติไทย ขยับเปลี่ยนตัวคนแรกทันทีส่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงเล่นแทน มงคล ทศไกร และนาทีที่ 32 ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มีอาการบาดเจ็บทำให้ต้องเปลี่ยน ประทุม ชูทอง ลงมาแทน

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ทีมชาติไทย โชคดีไม่เสียประตูที่ 3 เมื่อผู้เล่นทีมชาติอิรักหลุดขึ้นมาถึง 4 คน ทว่าจังหวะสุดท้าย อะหมัด ยาซีน ยิงหลุดกรอบออกไปอย่างเหลือเชื่อ ทำให้จบครึ่งแรกยังขึ้นนำ ทีมชาติไทย เพียง 2-0

กลับสู่ครึ่งหลัง ทีมชาติไทย เปลี่ยนผู้เล่นคนสุดท้ายส่ง ธนา ชะนะบุตร ลงเล่นแทน เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และนาทีที่ 50 ได้ลุ้น ธีราทร บุญมาทัน โยนฟรีคิกเข้าเขตโทษ จังหวะสุดท้าย ประทุม ชูทอง พยายามชาร์จแต่เข้าไม่ถึง

นาทีที่ 54 ทีมชาติไทย ได้ลุ้นต่อเนื่อง ปกเกล้า อนันต์ ไหลเข้าเขตโทษให้ ธีรศิลป์ แดงดา หลุดไปยิงทว่า มุฮัมมัด ฮามีด ออกมาเร็วเซฟไว้ได้

จากนั้นเกมของทีมชาติไทย เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ นาทีที่ ุ62 ได้ลุ้นอีกครั้ง ธีราทร บุญมาทัน เปิดเตะมุมเข้ามา ธีรศิลป์ แดงดา ทะยานโขกแต่ก็ยังข้ามคานออกไป

กระนั้นนาทีที่ 68 สถานการณ์ ทีมชาติไทย แย่ลงไปอีกเมื่อเหลือผู้เล่น 10 คนหลัง กรวิทย์ นามวิเศษ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามเพราะถูกผู้ตัดสินชาวจีนมองว่าเล่นนอกเกมใส่ อะหมัด อิบรอฮีม ส่วนแนวรับทีมชาติอิรักรายดังกล่าวโดนใบเหลืองเท่านั้น

นาทีที่ 74 อะหมัด ยาซีน กองหน้าทีมชาติอิรักโดนใบเหลืองอีกรายหลังไปกระแทก ประทุม ชูทอง ชนกับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ พร้อมทำเอา ประทุม ชูทอง เล่นต่อไม่ไหวทำให้เวลาที่เหลือ ทีมชาติไทย ต้องเล่นในสนามเพียงแค่ 9 คน

นาทีที่ 86 มุฮันนัด อับดุลรอฮีม มายิงแฮตทริคของตัวเองช่วยให้ทีมชาติอิรักหนีห่างชนะ ทีมชาติไทย 3-0

และนาทีที่ 86 รวมถึง นาทีที่ 90+4 มุฮันนัด อับดุลรอฮีม มายิงเพิ่มอีกสองประตู และเป็นการยิงคนเดียว 4 ประตูในเกมนี้ช่วยให้ ทีมชาติอิรัก เปิดบ้านชนะ ทีมชาติไทย 4-0 ประเดิมเก็บ 3 แต้มแรกได้สำเร็จ ส่วน ทีมชาติไทย เป็นทีมเดียวที่ยังไม่มีคะแนนจาก 4 นัดแรก

โปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติออสเตรเลีย วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ส่วน ทีมชาติอิรัก ออกไปเยือน ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งสองทีม

ทีมชาติอิรัก : มุฮัมมัด ฮามีด (GK) - อะหมัด อิบรอฮีม , มุสตอฟา นาฎิม , อาลี อั๊ดนาน , มุฮันนัด อับดุลรอฮีม , อะลา อับดุล ซะห์รอ (อัมญิด อัตตวาน น.62) , ดุรกอม อิสมาอิล , มะห์ดี กามีล , สะอั๊ด อับดุลอะมีร , วะลีด ซาลีม (อาลี ลาตีฟ น.66) , อะหมัด ยาซีน (มุฮัมมัด ญับบาร ชูกาน น.78)

ทีมชาติไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (GK) - ทริสตอง โด , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (ประทุม ชูทอง น.32) , กรวิทย์ นามวิเศษ , ธีราทร บุญมาทัน - สารัช อยู่เย็น , ปกเกล้า อนันต์ - ชนาธิป สรงกระสินธ์ - มงคล ทศไกร (สิโรจน์ ฉัตรทอง น.27) , ธีรศิลป์ แดงดา , เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ (ธนา ชะนะบุตร น.46)