อิสโก้จอมคิลเลอร์พาส!! ราชันสิบตัวคืนฟอร์มเก่งไล่อัดนกแก้วสบาย 3-0

ราชันชุดขาวกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง แม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 ตัว หลังเปิดบ้านยำใหญ่ใส่ไข่เอสปันญอลยับ เก็บสามแต้มสำคัญ ขยับหนีห่างบาร์ซากับตราหมีเป็น 4 คะแนนเรียบร้อย

คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์คนเก่งของมาดริด เปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึงสามรายจากนัดที่บุกพ่าย บาเลนเซีย 2-1 โดยหมดสิทธิใช้งาน ดาเนียล การ์บาฆาล แบ็คขวาตัวเก่งที่สะสมใบเหลืองครบโควต้า และตัดชื่อ เซร์คิโอ รามอส ด้วยเหตุผลทางเทคนิค รวมถึงถอด มาร์เซโล ไปพักที่ข้างสนาม แล้วจัดการส่ง อัลบาโร อาร์เบลัว, ราฟาเอล วาราน และ ฟาบิโอ โคเอนเตรา ลงทำหน้าที่แทน

ด้านผู้มาเยือนของกุนซือ เซร์คิโอ จัดทีมมาในระบบ 4-3-3 โดยวาง เซร์คิโอ การ์เซีย, เฟลิเป้ ไซเซโด้ และ ปาโก้ มอนตาเนส เป็นสามประสานในแนวรุก ขณะที่แนวรับฝากความหวังไว้กับ กีโก้ กาซิยา ผู้รักษาประตูจอมหนึบชาวสแปนิช

เริ่มเกมมาเพียง 9 นาที แฟนบอลราชันชุดขาวเกือบได้ลุกขึ้นเฮ จากจังหวะที่ กองหลังทีมเยือนโหม่งเคลียร์บอลไม่ขาดเข้าทาง คาริม เบนเซมา เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อจากในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ทว่าบอลดันพุ่งไปชนเสาเหลี่ยมนอกกระดอนออกข้างไปอย่างน่าเสียดาย

ทว่าถัดมาเพียง 2 นาที มาดริดก็มาพังประตูออกนำไปก่อนจนได้ จากจังหวะที่ แกเร็ธ เบล โยนยาวจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ ตบเข้ากลางแบบไม่ต้องจับ และเป็น ฆาเมส โรดริเกวซ วิ่งมาแปด้วยซ้ายเน้นๆ ส่งบอลพุ่งเสียบตาข่าย ช่วยให้มาดริดขึ้นนำ 1-0

Goal!! นาทีที่ 28 เจ้าถิ่นขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะลูกฟริคิกระยะประมาณ 25 หลา และเป็น แกเร็ธ เบล รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้ายเต็มข้อ ส่งบอลเช็ดเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ชนิดที่ กีโก้ กาซิยา ทำได้เพียงแค่เซฟด้วยสายตา

ถัดมา 2 นาที ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีไข่แตกแบบทันควัน จากลูกที่ ปาโก้ มอนตาเนส ลองส่องเลียดด้วยขวาจากระยะประมาณ 25 หลา อิเกร์ กาซิยาส รับซองแตกเกือบถูก เซร์คิโอ การ์เซีย ตามซ้ำ แต่ กาซิยาส ยังไวอยู่พุ่งตามตะครุปได้อย่างทันท่วงที

ท้ายเกมเอสปันญอลครองบอลบุกได้มากกว่า แต่หาจังหวะจบสกอร์แบบจะๆไม่ได้เลย ทำให้จบ 45 นาทีแรก มาดริดยังรักษาสกอร์นำห่าง 2-0

เริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน เพียงนาทีที่ 53 เจ้าถิ่นต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน จากจังหวะที่ ฟาบิโอ โคเอนเตรา ไปสกัดแบบ 50-50 ใส่ผู้เล่นเอสปันญอลบริเวณกลางสนาม ผู้ตัดสินมองว่าท่าทางสกัดนั้นรุนแรงเกินเหตุ จึงชัก "ใบแดง" ไล่ โคเอนเตรา ออกจากสนามไป พร้อมกับให้ใบเหลืองแก่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ด้วย เนื่องจากไม่ยอมรับคำชี้ขาดของผู้ตัดสิน

แม้ราชันชุดขาวจะเสียเปรียบเรื่องจำนวนตัวผู้เล่น แต่พวกเขากลับเป็นฝ่ายที่พับสนามบุกอยู่ข้างเดียว และในนาทีที่ 71 พวกเขาก็พลาดโอกาสทองในการได้ประตูที่สาม จากจังหวะที่ แกเร็ธ เบล หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู ทว่าปีกทีมชาติเวลส์กลับเลือกแปออกข้างหลังไปอย่างน่าเสียดาย

แต่แล้ว นาทีที่ 76 มาดริดก็มาพังประตูที่สามเพิ่มจนได้ จากลูกที่ อิสโก้ หลอกจ่ายทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ อัลบาโร อาร์เบลัว เติมขึ้นมาเปิดไปเสาไกลให้ นาโช ฟูลแบ็คตัวสำรองพักเข่าแต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนกดด้วยซ้ายสวนตัว กีโก้ กาซิยา เข้าไปตุงตาข่าย มาดริดทิ่งห่างเป็น 3-0

นาทีที่ 80 เจ้าถิ่นเกือบฝังประตูที่สี่ จากลูกที่ อิสโก้ ลองปั่นด้วยขวาเต็มข้อจากระยะประมาณ 25 หลา ทว่า กีโก้ กาซิยา โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกหลังไปได้แบบหวุดหวิด

จบเกม เรอัล มาดริด ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนเปิดบ้านถลุง เอสปันญอล ยับ 3-0 รักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น โดยมีแต้มทิ้งห่าง บาร์เซโลนา และ แอตเลติโก มาดริด รองจ่าฝูงเป็น 4 คะแนนเรียบร้อยแล้ว